ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

5 ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดประสิทธิภาพดีที่สาว ๆ ควรรู้

อัปเดตล่าสุด 20 ก.ย. 2567

ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดเป็นยาที่ใช้รักษาอาการต่าง ๆ ที่เกิดจากเชื้อราในช่องคลอด เช่น ผื่นแดง บวม คัน ตกขาวเป็นก้อนแป้ง แสบขณะมีเพศสัมพันธ์หรือปัสสาวะ ซึ่งเป็นอาการที่อาจรบกวนการใช้ชีวิตได้ ดังนั้น การใช้ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดที่มีประสิทธิภาพดีจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม 

เชื้อราในช่องคลอดเป็นปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเชื้อราในช่องคลอดเจริญเติบโตมากผิดปกติ เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การตั้งครรภ์ การใช้ยาปฏิชีวนะ การรับประทานยาคุมกำเนิด อาจทำให้ช่องคลอดขาดความสมดุล ติดเชื้อ และก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมาได้ โดยการใช้ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาอาจเป็นวิธีที่ช่วยรักษาและบรรเทาอาการเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้

Vaginal Yeast Infection Drugs

ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดที่น่าใช้สำหรับสาว ๆ

ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดที่สามารถหาซื้อได้ด้วยตนเองส่วนใหญ่มักอยู่ในรูปแบบยาสอดช่องคลอดและยาเม็ดสำหรับรับประทาน ซึ่งยาแต่ละรูปแบบอาจมีความเหมาะสมแตกต่างกันไป โดยยารักษาเชื้อราในช่องคลอดที่มีประสิทธิภาพดี น่าใช้ และปลอดภัยสำหรับผู้หญิง มีดังนี้

1. แคนดิน็อกซ์ 1 (Candinox 1) บรรจุกล่องละ 1 เม็ด

แคนดิน็อกซ์ 1 เป็นยาสอดช่องคลอดที่ประกอบด้วยยาโคลไตรมาโซล (Clotrimazole) 500 มิลลิกรัม ซึ่งจะออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราที่อาศัยอยู่ภายในช่องคลอด ซึ่งจะช่วยรักษาการติดเชื้อ อาการคัน ตกขาว ช่องคลอดอักเสบ หรืออาการอื่น ๆ ที่เกิดจากโรคเชื้อราในช่องคลอดได้ 

นอกจากนี้ แคนดิน็อกซ์ 1 ยังมีส่วนผสมของกรดแล็กติกและน้ำตาลแลคโตส ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของแลคโตบาซิลัสหรือจุลินทรีย์ที่ทำหน้าที่รักษาความสมดุลของช่องคลอด ดังนั้น การใช้แคนดิน็อกซ์ 1 จึงอาจช่วยปรับสมดุลภายในช่องคลอดให้กลับมาเป็นปกติได้อีกด้วย

การใช้ยาแคนดิน็อกซ์ 1 สามารถทำได้โดยการสอดเม็ดยาเข้าไปในช่องคลอดก่อนนอน 1 เม็ด โดยใช้เพียง 1 ครั้ง ผู้ที่ใช้ยาสามารถใช้นิ้วหรือใช้อุปกรณ์ช่วยสอดที่มาพร้อมกับยาแคนดิน็อกซ์ 1 ดันยาเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังสอดยาแล้ว ผู้ที่ใช้ยาควรนอนค้างนิ่ง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ยาหลุดจากช่องคลอด และล้างมือให้สะอาดด้วยแอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือ 

2. นีโอ เพโนทราน ฟอร์ท (Neo-Penotran Forte) บรรจุแผงละ 7 เม็ด

ยานีโอ เพโนทราน ฟอร์ทเป็นยารักษาเชื้อราในช่องคลอดที่มีส่วนผสมของยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) 750 มิลลิกรัม และยาไมโคนาโซลไนเตรท (Miconazole nitrate) 200 มิลลิกรัม ซึ่งจะช่วยรักษาเชื้อราในช่องคลอด รวมถึงการติดเชื้ออื่น ๆ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด พยาธิในช่องคลอด

โดยยานีโอ เพโนทราน ฟอร์ทเป็นยารักษาเชื้อราในช่องคลอดที่อยู่ในรูปแบบยาสอดช่องคลอด โดยควรใช้ยาวันละ 1 เม็ดสอดเข้าช่องคลอดก่อนนอน ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาขณะมีประจำเดือน และงดดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยาและหลังจากใช้ยาอย่างน้อย 3 วัน เพราะการใช้ยานี้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์อย่างอาการชักได้

3. ไบโอโซล (Biozole) บรรจุกล่องละ 1 แคปซูล
 

ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดไบโอโซลมีตัวยาฟลูโคนาโซล (Fluconazole) 150 มิลลิกรัม โดยยาฟลูโคนาโซลจะช่วยกำจัดเชื้อราที่ก่อให้เกิดการอักเสบและรักษาเชื้อราในช่องคลอดทั้งชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรังให้ดีขึ้น

การใช้ยาไบโอนาโซลเพื่อรักษาเชื้อราในช่องคลอดสามารถทำได้โดยการรับประทานยาไบโอนาโซล 1 แคปซูล 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ยานี้อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องอืด 

4. ซาเลน (Zalain) บรรจุกล่องละ 1 เม็ด

ซาเลนเป็นยาที่ช่วยกำจัดเชื้อราต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคเชื้อราในช่องคลอด เป็นยาชนิดสอดช่องคลอดที่มีส่วนผสมของยาเซอร์ตาโคนาโซล (Sertaconazole) 300 มิลลิกรัม นอกจากนั้น ยาซาเลนยังอาจช่วยบรรเทาอาการอื่น ๆ ที่เกิดจากเชื้อราในช่องคลอดได้ด้วย เช่น อวัยวะเพศบวมแดง คันอวัยวะเพศ ตกขาว

การใช้ยาซาเลนเพื่อรักษาอาการเชื้อราในช่องคลอดทำได้ไม่ยาก เพียงสอดยาเข้าช่องคลอดก่อนนอนจำนวน 1 เม็ด โดยใช้เพียง 1 ครั้ง หากใช้ยาแล้วยังคงมีอาการอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรและรอให้ครบ 7 วันก่อนเริ่มใช้ยานี้อีกครั้ง

5. ไกเนคอน (Gynecon) บรรจุแผงละ 10 เม็ด

ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดไกเนคอนเป็นยาสอดช่องคลอดที่มีตัวยาไนสแตติน (Nystatin) 100,000 หน่วย ยาไดไอโอโดไฮดรอกซิควิน (Diiodohydroxyquin) 100 มิลลิกรัม ยาเบนซัลโคเนียม คลอไรด์ (Benzalkonium choride) 7 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นยาที่มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อรา และสามารถนำมาใช้รักษาอาการเชื้อราในช่องคลอดได้

ผู้ที่มีอาการเชื้อราในช่องคลอดสามารถยาไกเนคอนเพื่อสอดช่องคลอดครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1–2 ครั้ง โดยควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง 7 วัน หรือตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ

อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา นอกจากนี้ ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดบางชนิดอาจทำให้ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัยลดลง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์หรือการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

นอกจากการใช้ยารักษาเชื้อราในช่องคลอดแล้ว ควรดูแลตัวเองเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้อาการดีขึ้น เช่น ใส่ชุดชั้นในที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป งดการสวนล้างช่องคลอด รักษาบริเวณอวัยวะเพศให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ หากอาการเชื้อราในช่องคลอดยังคงไม่ดีขึ้น อาการรุนแรงขึ้น หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อยครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม

เขียนโดย กองบรรณาธิการ POBPAD
อัปเดทล่าสุด 20 กันยายน 2567
ตรวจสอบความถูกต้องโดย กองบรรณาธิการทางการแพทย์ POBPAD

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

มีตกขาวออกมามาก ออกมาปนกับปัสสาวะ มีปัสสาวะแสบด้วย ปวดท้องน้อย เกิดจากสาเหตุใด

โดย Blacksmith Vibe

สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถาม มีตกขาวปนมากับปัสสาวะเกือบจะทุกครั้ง ระยะเวลาเป็นเดือนแล้วค่ะ ซึ่งก่อนหน้าที่จะสังเกตุเรื่องตกขาว ทางเดินปัสสาวะน่าจะผิดปกติ เนื่องจากเวลาปัสสาวะแล้วจะแสบ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ปวด บวม คันที่อวัยวะเพศ มีตกขาวเยอะ และมีกลิ่น เป็นอะไร

โดย นา นิ

ขอสอบถามค่ะ มีอารการปวด บวม คันที่น้องสาวค่ะ ปวดมากๆ มีหมาดขาวเยอะ และมีกลิ่นค่ะ ถ้ามีอาการแบบนี้จะเป็นอะไรไหมคะ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตกขาวสีเขียวเหลือง มีกลิ่นออกเหม็นเปรี้ยว มีสีขุ่นๆมีมูกปนบ้าง ไม่คัน ไม่แสบ ซื้อยา metronidazole มากินเองแล้วยังไม่หาย ควรทำอย่างไร

โดย Jenny Phatthaphone

เริ่มจากวันที18-19เรามีอะไรกับแฟน ช่วงเริ่มต้นของภารกิจในทั้งสองวันจะไม่ได้ใส่ถุง แต่หลังจากนั้นก็ใส่ปกติ(มีการออรัลกัน แต่ไม่ได้หลั่งใน)…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม