เมโทรนิดาโซล

เมโทรนิดาโซล

เมโทรนิดาโซล (Metronidazole) เป็นยาปฏิชีวนะ ที่จะออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย ซึ่งจะใช้ในการรักษาโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรียได้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะกับเชื้อแบคทีเรียชนิดที่เจริญเติบโตได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) และสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เซลล์เดียวหรือโปรโตซัว (Protozoa Microorganisms)

โดยส่วนใหญ่ เมโทรนิดาโซล จะใช้รักษาการติดเชื้อในช่องคลอด ท้อง ผิวหนัง ข้อต่อ และระบบทางเดินหายใจ

เมโทรนิดาโซล

เกี่ยวกับเมโทรนิดาโซล

กลุ่มยา ยาฆ่าเชื้อ      
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ รักษาโรคที่มีสาเหตุมากจากแบคทีเรีย
กลุ่มผู้ป่วย เด็กและผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยาเม็ด ยาน้ำ ยาฉีด ยาเหน็บ

คำเตือนในการใช้ยาเมโทรนิดาโซล

  • เด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์และกำลังให้นมบุตร ต้องใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • หากกำลังใช้ยาอื่น ๆ อยู่ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้ เพื่อให้ทราบว่าสามารถใช้ยาร่วมกันได้หรือไม่
  • ให้ระวังในการใช้ยานี้ หากมีความบกพร่องทางไต โรคเกี่ยวกับระบบประสาท โรคลมบ้าหมู หรือเป็นลมชัก
  • ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะที่กำลังใช้ยานี้ และอย่างน้อย 3 วันหลังจาการใช้ยา
  • หากพบว่ามีอาการแพ้ยาหรือใช้ยาในปริมาณที่มากเกินไปให้รีบพบแพทย์

ปริมาณการใช้ยาเมโทรนิดาโซล

ปริมาณการใช้ยาเมโทรนิดาโซล จะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของการติดเชื้อที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย รวมไปถึงการตอบสนองของร่างกายผู้ป่วยที่มีต่อยา โดยในเด็กจะให้ปริมาณการใช้ยาตามอายุและน้ำหนักตัวอยู่ภายใต้ดุลยพินิจแพทย์

สำหรับผู้ใหญ่ โดยปกติจะใช้ปริมาณ 200-1,200 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งปริมาณและช่วงเวลาในการใช้ยาจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย

โดยปกติแล้ว จะมีการแนะนำให้ใช้ยาประมาณ 3-14 วัน และห้ามใช้เกินกว่า 4 กรัม ต่อวัน

  • โรคบิดอะมีบา (Amoebiasis) ในระบบทางเดินอาหารสำหรับผู้ใหญ่00จะใช้ยาปริมาณ 8 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน หรือหากมีอาการติดเชื้อนอกระบบทางเดินอาหารจะใช้ยาเป็นเวลา 5-10 วัน และสามารถใช้ปริมาณยาสูงสุดได้ 2.4 กรัม/วัน
  • โรคติดเชื้อในช่องคลอด (Trichomoniasis) ใช้ยาปริมาณ 2 กรัม แบบใช้ครั้งเดียว หรืออีกแบบคือใช้ปริมาณยา 200 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน หรือใช้ยาปริมาณ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5-7 วัน
  • การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด (Bacterial Vaginosis) ใช้ยาปริมาณ 2 กรัม แบบใช้ครั้งเดียว หรือ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5-7 วัน
  • ยาทาใช้เฉพาะที่ (เกี่ยวกับผิวหนัง) สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด ในผู้ใหญ่จะใช้ชนิดเจลที่มีส่วนผสมของยาเมโทรนิดาโซล 0.75% ใช้ยาทาบริเวณที่ติดเชื้อ วันละครั้งหรือวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน

การใช้ยาเมโทรนิดาโซล  

  • ก่อนการใช้ยาเมโทรนิดาโซล บันทึกและทำตามรายละเอียดที่แพทย์ได้แนะนำการใช้ยาอย่างรอบคอบ และอ่านรายละเอียดการใช้ยาบนฉลาก รับประทานในปริมาณและตามตารางที่แนะนำไว้อย่างเหมาะสม
  • รับประทานยาตามตามที่แพทย์สั่งจนครบ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้
  • หากผู้ป่วยลืมรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง เมื่อนึกขึ้นได้สามารถรับประทานได้ทันที และห้ามเพิ่มปริมาณยาให้มากกว่าปกติเพื่อทดแทนมื้อที่ขาดหายไป
  • ต้องแน่ใจว่าการใช้ยาเมโทรนิดาโซล ไม่ทำให้เกิดผลที่เป็นอันตราย ซึ่งควรมีการตรวจเลือดหรือตรวจการทำงานของตับตามคำแนะของแพทย์
  • เก็บยาไว้ที่อุณหภูมิห้อง และห่างจากที่ชื้นและมีความร้อนสูง เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสื่อมสภาพ

นอกจากนั้นยังมียาบางชนิดที่มีผลต่อยาเมโทรนิดาโซล เช่น

  • ยาไซเมทิดีน (Cimetidine)
  • ยาที่ใช้ในการรักษาโรคลมชัก เช่น ยาเฟนิโทอิน (Phenytoin) ยาฟีโนบาร์บิทัล (Phenobarbital)
  • ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) ใช้ในการต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ยาลิเทียม (Lithium) เป็นยาทางจิตเวชที่ใช้รักษาความผิดปกติทางอารมณ์
  • ไดซัลฟิแรม (Disulfiram)

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำเป็นต้องบอกแพทย์ทุกครั้งว่ามีใช้ยาชนิดใดอยู่บ้าง เพราะนอกจากยาข้างต้นแล้ว ก็อาจมียาชนิดอื่น ๆ อีกที่มีปฏิกิริยาต่อยาเมโทรนิดาโซล

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาเมโทรนิดาโซล

การทำการรักษาด้วยยาชนิดนี้อาจมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ ดังนี้

  • คลื่นไส้ อาเจียน ไม่อยากอาหาร รู้สึกน้ำลายขม
  • ปวดท้อง ไม่สบายท้อง ท้องผูก ท้องเสีย
  • ปวดหัว เวียนหัว เดินเซ
  • มีอาการไอ จาม หรือมีน้ำมูก
  • ปากแห้ง ลิ้นบวม เจ็บลิ้น
  • ปัสสาวะสีเข้ม

อาการเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งแล้วแต่การตอบสนองของแต่ละบุคคล ผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงทางระบบประสาทและสมองที่มีความรุนแรง ควรรีบพบแพทย์