ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

อาการตับอักเสบ รู้ทันสัญญาณและวิธีการรับมืออย่างเหมาะสม

อัปเดตล่าสุด 3 ต.ค. 2567

การสังเกตเห็นอาการตับอักเสบเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้รับมือกับโรคตับอักเสบได้เร็วยิ่งขึ้น โดยการรู้จักอาการตับอักเสบจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนและปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่อาจตามมา เช่น โรคตับแข็ง มะเร็งตับ รวมถึงภาวะอันตรายอย่างตับวายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อได้รับการรักษาช้าเกินไป

ตับอักเสบเป็นภาวะที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงสาเหตุที่พบบ่อยอย่างการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ การสัมผัสเลือด ปัสสาวะและอุจจาระของผู้ติดเชื้อ การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ

Hepatitis Symptoms

อาการตับอักเสบที่หลายคนควรสังเกต

ตับอักเสบอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ตับอักเสบเฉียบพลันและตับอักเสบเรื้อรัง โดยตับอักเสบเฉียบพลันมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบดี และไวรัสตับอักเสบอี โดยอาการตับอักเสบเฉียบพลันมักดีขึ้นได้โดยใช้ระยะเวลาไม่นาน

แต่สำหรับตับอักเสบชนิดเรื้อรัง สาเหตุมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นเวลานาน หรือการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ โดยอาการตับอักเสบเรื้อรังมักเกิดขึ้นนานเกิน 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม อาการตับอักเสบทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรังอาจสังเกตได้จากอาการต่าง ๆ เช่น 

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้อาการตับอักเสบรุนแรงขึ้น เช่น ขาบวม ข้อเท้าบวม เท้าบวม รู้สึกสับสน อาเจียนเป็นเลือด และอุจจาระเป็นเลือด ควรไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น

วิธีรับมือเมื่อเกิดอาการตับอักเสบอย่างเหมาะสม

อาการตับอักเสบไม่รุนแรงอาจค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองภายใน 3–10 วัน ในระหว่างนี้ผู้ที่มีอาการตับอักเสบสามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้หลายวิธี เช่น งดดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 

หากอาการตับอักเสบยังคงไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา ซึ่งวิธีการรักษาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่ชนิดของภาวะตับอักเสบ เช่น 

  • ยาต้านไวรัสต่าง ๆ หากมีอาการตับอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เช่น ไวรัสตับอักเสบบีและซี
  • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์และยากดภูมิคุ้มกัน หากอาการตับอักเสบเกิดจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ
  • การปลูกถ่ายตับ หากมีอาการตับวายหรือมะเร็งตับจากภาวะตับอักเสบเรื้อรัง

นอกจากนี้ การป้องกันภาวะตับอักเสบก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ โดยวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพคือการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดโรค เช่น ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร ใส่ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอดีและไม่มากเกินไป 

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

มีค่าการทำงานของตับสูงกว่าปกติดังแนบ แบบนี้เกิดจากอะไร จะเป็นภาวะไขมันพอกตับหรือตับแข็งหรือเปล่า

โดย Janeji Jane

มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ทานอาหารประจำ มีค่า SGOT 44 และ SGPT 71 จะเป็นภาวะตับแข็งหรือไขมันพอกตับไหมคะ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เป็นตับอักเสบ กินยา samarin อยู่แต่มีอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย ท้องอีด ปวดท้อง ท้องผูก ต้องทำอย่างไร

โดย Arporn

หลังจากฉีดวัคซีน Az เข็ม 2 เมื่อ 16 ก.ย.64 มีอาการแพ้วัคซีน ผื่นขึ้น มึนงง อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว มีเสมหะในคอ ต้องป้วนทิ้งตลอด ไปพบคุณหมอเมื่อ 20 ต.ค.64 ท่านบอกว่าแพ้วัคซีน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

สอบถามเรื่องการตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ซี ว่าถ้าตรวจหลังเสี่ยงมา 107 วันแล้ว ผลเชื่อถือได้หรือยัง

โดย bierujdew

หลังเสี่ยงมา 107 วัน ได้ไปตรวจไวรัสตับอักเสบ บีและ ซี ผลเป็น ลบ ทั้งคู่ สามารถเชื่อถือได้หรือยังครับ แต่มี AST 46 และ ALT 102 เป็นน้ำหนัก 89 อายุ 27 ตอนนี้มีภาวะวิตกกังวล…

  • 2 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม