ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

โซดาไฟ สารอันตรายต่อสุขภาพที่ควรระวัง

อัปเดตล่าสุด 14 มี.ค. 2566

โซดาไฟ หรือโซเดียมไฮดอกไซด์ (Sodium Hydroxide) เป็นสารเคมีที่มีลักษณะเป็นของแข็งสีขาวในรูปแบบเกล็ด เม็ด แผ่น หรือแท่ง ไม่มีกลิ่น มีฤทธิ์กัดกร่อนมาก เมื่อสัมผัสกับผิวหนังอาจทำให้เกิดการไหม้อย่างรุนแรง สามารถดูดซับความชื้นจากอากาศได้ดี และเมื่อไปละลายน้ำอาจทำให้เกิดความร้อนได้ หลายคนอาจคุ้นเคยว่าสารดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการทำความสะอาดท่อระบายน้ำ แต่รู้หรือไม่ว่าโซดาไฟยังถูกใช้อย่างแพร่หลายในด้านอุตสาหกรรมด้วย เช่น การผลิตสบู่ ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ กระดาษ กระดาษแก้ว เส้นใยเรยอน อลูมิเนียม และเคมีภัณฑ์ การชุบมันผ้าฝ้าย การกลั่นปิโตรเลียม อุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น

โซดาไฟ

อันตรายจากโซดาไฟ

พิษจากโซดาไฟสามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากหลายวิธีทั้งการสัมผัสกับผิวหนัง เข้าสู่ดวงตา สูดดมไอระเหยของสาร หรือรับประทานโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนี้

ผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ

  • หายใจลำบาก
  • ปอดอักเสบ หรือมีภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด
  • มีเสียงหวีดขณะหายใจ
  • ระคายเคืองเนื้อเยื่อบริเวณจมูก คอ ระบบทางเดินหายใจ
  • ลำคอ หรือกล่องเสียงบวมซึ่งอาจนำไปสู่การอุดตันของทางเดินหายใจส่วนบนหรือภาวะขาดอากาศหายใจได้

ผลกระทบต่อผิวหนัง

  • แสบร้อนที่ผิวหนัง
  • ลมพิษ
  • ผิวหนังระคายเคือง
  • ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงจนเกิดเป็นแผลลึก

ผลกระทบต่อหู ตา คอ และจมูก

  • ระคายเคืองตา
  • เส้นเลือดในตาเกิดการอุดตัน มีของเหลวภายในลูกตา
  • มีแผลที่กระจกตา หรือกระจกตาถูกทำลาย
  • สูญเสียการมองเห็น
  • เจ็บคออย่างรุนแรง
  • แสบร้อนในจมูก ตา หู ริมฝีปาก หรือลิ้น

ผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร

  • อาเจียน โดยอาจมีเลือดปนออกมาได้
  • กลืนลำบากและมีน้ำลายไหล
  • ปาก คอ หลอดอาหาร และกระเพาะอาหารถูกกัดกร่อนอย่างรุนแรง
  • เจ็บหน้าอก และปวดท้องอย่างรุนแรง
  • แสบร้อนในลำไส้และกระเพาะอาหาร
  • ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด

ทั้งนี้ การรับโซดาไฟเข้าไปในร่างกายในระยะยาวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในเด็ก ซึ่งผู้ที่สูดดมฝุ่นควันจากสารนี้อาจทำให้เกิดแผลภายในจมูก หากสัมผัสผ่านผิวหนังก็อาจป่วยเป็นโรคผิวหนัง และเมื่อรับประทานเข้าไปเป็นประจำก็อาจทำให้ระบบทางเดินอาหารทะลุ ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์และพัฒนาการของร่างกาย รวมทั้งก่อให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย

วิธีรับมือเมื่อร่างกายได้รับโซดาไฟ

หากได้รับโซดาไฟเข้าสู่ร่างกายหรือสัมผัสกับสารดังกล่าว ผู้ป่วยหรือบุคคลรอบข้างอาจปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ เพื่อช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะถึงมือแพทย์ต่อไป

  • ห้ามทำให้ผู้ป่วยอาเจียน นอกเสียจากจะเป็นคำสั่งจากแพทย์โดยตรง
  • หากสัมผัสกับโซดาไฟที่ผิวหนังหรือเข้าสู่ดวงตา ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือรีบขจัดสารเคมีออกจากเสื้อผ้า ผิวหนัง และเส้นผมของผู้ป่วย จากนั้นให้ล้างบริเวณดังกล่าวด้วยน้ำสะอาดในปริมาณมากเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที
  • หากรับประทานโซดาไฟเข้าไป ควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำสะอาดหรือนมทันที แต่ในกรณีที่มีอาการบางอย่างซึ่งอาจทำให้กลืนลำบากอย่างอาเจียนหรือชัก ห้ามผู้ป่วยดื่มน้ำหรือนมโดยเด็ดขาด
  • ผู้ป่วยที่สูดดมฝุ่นควันจากโซดาไฟควรออกไปยังที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ทันที

ทั้งนี้ เนื่องจากโซดาไฟเป็นสารเคมีที่อันตรายและยังส่งผลเสียต่อสุขภาพหากรับสารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย ทุกคนจึงควรระมัดระวังในการใช้งานสารนี้มากเป็นพิเศษและยังควรเก็บไว้ในที่มิดชิด ห่างจากมือบุตรหลานหรือสัตว์เลี้ยง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อตนเองและคนรอบข้างมากที่สุด

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

มีเลือดที่ตาขาวมา 5 วัน เริ่มจางแล้ว ล้างตาด้วยน้ำเปล่า จะอันตรายไหม เลือดที่ตาจะหายเองไหม

โดย don san

สวัสดีครับ คือว่าผมมีเลือดที่ตาขาว เป็นมาแล้ว5วัน เลือดเริ่มจางครับ แต่ผมลืมตัว เลยล้างตาด้วยน้ำเปล่าจะเป็นอันตรายไหมครับ แล้วเลือดที่ตาขาวจะหายเองไหมครับ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ตาข้างขวาใกล้ตาดำด้านหัวตาแดงเล็กน้อย ไม่เคือง เป็นเพราะภูมิแพ้ไหม ต้องดูแลอาการอย่างไร

โดย MeowM

สวัสดีค่ะคุณหมอ เมื่อไม่กี่วันก่อนหนูได้สังเกตเห็นว่าตาข้างขวาบริเวรใกล้ตาดำด้านหัวตาแดงเล็กน้อย(เป็นแบบเห็นเป็นเส้นเลือดเล็กๆ แดง)…

  • 2 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีอาการตาแดงตรงหางคิ้วถึงข้างในตา มันเป็นเพราะอะไร รักษาอย่างไร

โดย maruay

ขอถามหน่อยครับ ตาผมแดงตรงหางคิ้วจนถึงตาดำ เกิดจากอะไรอะครับ ไม่มีอาการอะไรเลย ตรวจatk ก็ปกติ มันเป็นเพราะอะไรอะครับ ควรรักษายังไงดีครับ ว่าจะซื้อน้ำตาเทียมมาหยอด

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม