ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
โรค A-Z

ความหมาย อัมพาตครึ่งซีก (Hemiplegia)

อัปเดตล่าสุด 24 ก.ย. 2567

อัมพาตครึ่งซีก (Hemiplegia) คือภาวะที่ร่างกายด้านใดด้านหนึ่ง เช่น แขน ขา และกล้ามเนื้อใบหน้าซีกซ้ายหรือขวาอ่อนแรง ติดแข็ง และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและความรุนแรงของอาการแต่ละคน ผู้ป่วยมักช่วยเหลือตัวเองได้ลำบาก และเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

อัมพาตครึ่งซีกเกิดจากความเสียหายที่สมองและไขสันหลัง เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง การบาดเจ็บที่สมอง เนื้องอก การติดเชื้อ และความผิดปกติแต่กำเนิด การรักษาอัมพาตครึ่งซีกจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแต่เนิ่น ๆ เพื่อช่วยให้ฟื้นฟูอาการให้กลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด และช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

อัมพาตครึ่งซีก

สาเหตุของอัมพาตครึ่งซีก

สมองและไขสันหลังทำหน้าที่ส่งสัญญาณประสาทเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย หากสมองซีกใดซีกหนึ่งหรือไขสันหลังได้รับความเสียหาย จะทำให้การส่งสัญญาณสั่งการให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรือไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้เลย จึงเกิดภาวะอัมพาตครึ่งซีก ซึ่งความเสียหายของสมองและไขสันหลังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

1. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะที่หลอดเลือดสมองเกิดการอุดตัน ตีบแคบ หรือฉีกขาด เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือขยับไม่ได้เลย  ซึ่งความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอัมพาตครึ่งซีกทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ในเด็กมักเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด และโรคทางพันธุกรรมเกี่ยวกับระบบเลือด

ส่วนในผู้ใหญ่ โรคหลอดเลือดสมองอาจเกิดจากการมีไขมันเกาะที่ผนังหลอดเลือด เนื่องจากความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน และพฤติกรรม เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก การไม่ออกกำลังกาย 

2. การกระทบกระเทือนที่สมองและไขสันหลัง

การได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจากการหกล้มหัวฟาดพื้น การถูกตีหรือกระแทกที่ศีรษะหรือกระดูกสันหลังบริเวณต้นคออย่างรุนแรงจากการเล่นกีฬา การถูกทำร้ายร่างกาย หรือรถชน อาจทำให้มีเลือดออกในสมอง สมองซีกใดซีกหนึ่งหรือไขสันหลังได้รับความกระทบกระเทือน จนเกิดภาวะอัมพาตครึ่งซีกได้

3. เนื้องอกในสมอง

เนื้องอกในสมอง โดยเฉพาะการเกิดเนื้องอกบริเวณสมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหว อาจทำให้เกิดอัมพาตครึ่งซีกได้ ยิ่งเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้น จะยิ่งกดทับและทำให้เกิดความเสียหายต่อสมอง และทำให้อาการอัมพาตครึ่งซีกรุนแรงขึ้น

4. การติดเชื้อที่สมอง

การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่สมองซีกใดซีกหนึ่ง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) และไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) อาจทำให้เกิดอัมพาตครึ่งซีกได้

สาเหตุอื่น ๆ

ความเสียหายของสมองอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น

  • ภาวะสมองพิการ ซึ่งมักเกิดกับทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์
  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) เป็นโรคทางระบบประสาท ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมองและไขสันหลัง
  • โรคใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก (Bell's Palsy) 
  • โรคสไปนา ไบฟิดา (Spina Bifida) ซึ่งเป็นความพิการของไขสันหลังของทารกแต่กำเนิด
  • ความผิดปกติของพันธุกรรมในเด็ก จากการกลายพันธุ์ของยีน ATP1A3 ซึ่งทำให้เกิดอาการอัมพาตครึ่งซีกในลักษณะเป็น ๆ หาย ๆ

อาการอัมพาตครึ่งซีก

อาการอัมพาตครึ่งซีกจัดอยู่ในกลุ่มโรคอัมพาต (Paralysis) ชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นกับร่างกายเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง โดยอาการจะเกิดขึ้นตรงข้ามกับสมองซีกที่ได้รับผลกระทบ เช่น หากสมองซีกขวาได้รับความเสียหาย จะเกิดอาการอัมพาตครึ่งซีกกับร่างกายด้านซ้าย 

อาการอัมพาตครึ่งซีกคล้ายกับกล้ามเนื้ออ่อนแรงครึ่งซีก (Hemiparesis) แต่จะแตกต่างกันตรงที่ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงครึ่งซีกมักจะมีอาการชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อบางส่วน แต่ยังพอมีความรู้สึกและเคลื่อนไหวได้ ส่วนอัมพาตครึ่งซีกมักทำให้เกิดอาการรุนแรงกว่า จนอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถขยับร่างกายซีกที่มีอาการได้เลย

อาการและความรุนแรงของอาการอัมพาตครึ่งซีกจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น

  • กล้ามเนื้อของร่างกายด้านใดด้านหนึ่งเกิดอาการอ่อนแรง หดเกร็ง ติดแข็ง และไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวเองได้
  • เดินลำบาก ทรงตัวไม่ได้ หยิบจับหรือถือของได้ยาก
  • รับรู้ความรู้สึกบริเวณร่างกายด้านที่มีอาการได้น้อย หรือไม่ได้เลย
  • พูดลำบาก พูดไม่ชัด กลืนอาหารลำบาก
  • กระสับกระส่าย สับสน มีปัญหาด้านความคิด ความจำ และไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้
  • มีปัญหาด้านการมองเห็น
  • มีอาการชัก
  • อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล ซึมเศร้า และแยกตัวจากสังคม
  • ในเด็กอาจมีพัฒนาการล่าช้า เช่น เริ่มเดินได้ช้า เรียนรู้ช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน เดินเขย่งปลายเท้าข้างหนึ่ง กำมือข้างใดข้างหนึ่งไว้ หรือชอบใช้มือข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า

อัมพาตครึ่งซีกมีหลายประเภท เช่น ใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก (Facial Hemiplegia) อัมพาตครึ่งซีกชนิดหดเกร็ง (Spastic Hemiplegia) และอัมพาตครึ่งซีกจากความเสียหายอย่างรุนแรงที่ไขสันหลัง (Brown-sequard Syndrome/Spinal Hemiplegia) เป็นต้น

อาการอัมพาตครึ่งซีกที่ควรไปพบแพทย์

หากมีอาการใด ๆ ที่บ่งบอกอาการอัมพาตครึ่งซีก ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษา เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้อาการรุนแรงจนส่งผลให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อีก 

นอกจากนี้ อัมพาตครึ่งซีกมักเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ดังนั้น ผู้ที่มีอาการของโรคหลอดเลือดสมองเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • มีอาการชาที่ใบหน้า มือ แขน ขาด้านใดด้านหนึ่ง
  • หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นที่ดวงตาข้างใดข้างหนึ่ง ตาพร่า มองไม่ชัด
  • แขนอ่อนแรง ยกแขนไม่ขึ้น
  • พูดไม่ชัด พูดไม่คล่อง มีอาการสับสน
  • ปวดหัวอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ

การวินิจฉัยอัมพาตครึ่งซีก

แพทย์จะสอบถามอาการ ประวัติสุขภาพ ตรวจร่างกายเบื้องต้น นอกจากนี้ อาจตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น

ตรวจการทำงานของระบบประสาท

การตรวจการทำงานของระบบประสาทมีหลายวิธี เช่น ตรวจความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหว เช่น ตรวจการทรงตัวขณะเดินว่ามีความมั่นคงหรือไม่ ให้ผู้ป่วยลองเขียนคำหรือประโยค เพื่อตรวจความสามารถในการควบคุมกล้ามเนื้อมือและแขน และการใช้ค้อนยาง หรือวัตถุอื่น เช่น คอตตอนบัด และก้อนน้ำแข็ง วางบนผิวหนังด้านที่มีอาการ เพื่อทดสอบปฏิกิริยาการตอบสนองและประสาทสัมผัส

การตรวจโดยอ่านผลจากภาพ (Imaging Tests)

แพทย์อาจตรวจดูความเสียหายของสมองและไขสันหลังด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

  • การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือซีที สแกน (CT Scan)
  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) 
  • การตรวจระบบประสาทไขสันหลัง (Myelography) โดยการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในช่องน้ำไขสันหลัง และถ่ายภาพเอกซเรย์ หรือซีที สแกน เพื่ออ่านผล

การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography: EMG)

การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อใช้ตรวจหาความผิดปกติของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ โดยใช้เข็มขนาดเล็กทิ่มผ่านผิวหนังไปยังกล้ามเนื้อ และตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าภายในกล้ามเนื้อ

การตรวจเลือด

การตรวจเลือดจะใช้เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของเลือดที่อาจทำให้เกิดอัมพาตครึ่งซีก เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน การติดเชื้อ หรือตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด

การรักษาอัมพาตครึ่งซีก

อัมพาตครึ่งซีกเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการไปตลอดชีวิต และสาเหตุส่วนใหญ่ของอัมพาตครึ่งซีกมักทำให้เกิดความเสียหายถาวรต่อระบบประสาท อย่างไรก็ตาม อาการของโรคจะไม่แย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจะช่วยให้อาการดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ซึ่งวิธีการรักษาจะแตกต่างกันตามสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยอาจใช้วิธีรักษาหลายวิธีร่วมกัน เช่น

กายภาพบำบัด

กายภาพบำบัดเป็นการรักษาอัมพาตครึ่งซีกด้วยการออกกำลังกายและยืดเส้น เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยปรับท่าทางของผู้ป่วย ฟื้นฟูความสามารถในการทรงตัวและการเคลื่อนไหว และช่วยยืดกล้ามเนื้อของผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกชนิดหดเกร็งได้ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติได้มากที่สุด

Modified Constraint-Induced Movement Therapy (mCIMT)

CIMT เป็นวิธีการรักษาด้วยการจำกัดการเคลื่อนไหวของร่างกายด้านที่แข็งแรง เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อและฝึกการเคลื่อนไหวของร่างกายด้านที่อ่อนแรงให้ออกแรงทำงานทดแทนด้านที่เป็นปกติ

การใช้อุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนไหว

แพทย์อาจให้ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกใช้อุปกรณ์ที่ช่วยในการเคลื่อนไหว เช่น อุปกรณ์ช่วยพยุง (Brace) ไม้เท้า อุปกรณ์ช่วยเดิน 4 ขา (Walker) วีลแชร์ เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงและเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคงขึ้น

การผ่าตัด

การผ่าตัดอาจใช้ในการรักษาผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกที่เกิดจากบางสาเหตุ เช่น การผ่าตัดนำเนื้องอกในสมองออก หรือผ่าตัดเพื่อรักษาผู้ที่มีภาวะเลือดออกในสมอง

การใช้ยา

สาเหตุหลักของการเกิดอัมพาตครึ่งซีกคือโรคหลอดเลือดสมอง แพทย์อาจสั่งจ่ายยารักษาโรคหลอดเลือดสมองตามประเภทของโรคหลอดเลือดสมองที่ผู้ป่วยแต่ละคนเป็น เช่น

  • โรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) แพทย์อาจให้ยาละลายลิ่มเลือด เช่น Tissue Plasminogen Activator หรือ tPA เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดสมอง
  • โรคหลอดเลือดสมองชนิดเลือดออกในสมอง (Hemorrhagic Stroke) แพทย์อาจให้ยาลดความดันโลหิต และยาที่ช่วยยับยั้งการมีเลือดออกในสมอง

นอกจากนี้ แพทย์อาจจ่ายยาที่ช่วยรักษาภาวะอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุของอัมพาตครึ่งซีก เช่น ยาฆ่าเชื้อไวรัส และยาปฏิชีวนะ กรณีที่มีโรคจากการติดเชื้อ

การบำบัดอื่น ๆ

การบำบัดอื่น ๆ ที่อาจใช้รักษาผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก เช่น การบำบัดการพูด (Speech Therapy) สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการพูดไม่ชัด และการกลืนอาหาร และกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) คือการฟื้นฟูทักษะการทำงานของกล้ามเนื้อ เพื่อให้ทำกิจวัตรประจำวัน การเข้าสังคม และการทำงานได้ดีขึ้น 

ภาวะแทรกซ้อนของอัมพาตครึ่งซีก

ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกอาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างตามมา เช่น

  • โรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกที่เคยมีประวัติเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกมาก่อน จะเสี่ยงต่อการเกิดอาการซ้ำได้มากขึ้น
  • โรคหัวใจ โดยเฉพาะเด็กที่เป็นอัมพาตครึ่งซีกอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจในวัยผู้ใหญ่ได้
  • ปัญหาในการควบคุมการขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะไม่สุด และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • ปัญหาเกี่ยวกับระบบเลือด เช่น ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึก (Deep Vein Thrombosis: DVT) ภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน และการติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ
  • โรคลมชัก (Epilepsy) และอาการชัก เนื่องจากอาการบาดเจ็บหรือความผิดปกติของสมอง
  • แผลกดทับจากการนั่งหรือนอนเป็นเวลานาน
  • โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล

การป้องกันอัมพาตครึ่งซีก

อัมพาตครึ่งซีกเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน จึงไม่มีวิธีป้องกันได้โดยตรง แต่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหรือภาวะต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของอัมพาตครึ่งซีกได้ ดังนี้

ป้องกันการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ

ควรป้องกันการบาดเจ็บที่อาจกระทบต่อสมองและไขสันหลัง เช่น ใส่หมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย หรือสวมอุปกรณ์ป้องกันเมื่อเล่นกีฬา อยู่ในสถานที่ที่มีการก่อสร้าง และขณะขับขี่ยานพาหนะทุกครั้ง

ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และธัญพืชขัดสีน้อย หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และออกกำลังกายเป็นประจำ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง

รักษาโรคประจำตัว

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง ควรตรวจวัดระดับคอเลสเตอรอล และความดันโลหิตเป็นประจำ รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และไปพบแพทย์ตามนัด

ป้องกันการติดเชื้อ

การติดเชื้อโรคบางอย่างที่อาจเป็นสาเหตุของอัมพาตครึ่งซีก เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และไข้สมองอักเสบ อาจป้องกันได้ด้วยการรักษาสุขอนามัย ล้างมือให้สะอาด ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ช้อนส้อม แก้วน้ำ ร่วมกับผู้ติดเชื้อ ระมัดระวังไม่ให้ถูกยุงกัด และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

รวมทั้งรับวัคซีนป้องกันโรค เช่น วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อฮิบ (Haemophilus Influenzae Type B) วัคซีน IPD (Pneumococcal Vaccine)

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

ขอคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารเสริมหรือวิตามิน สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ ว่าควรรับประทานแบบใดได้บ้าง

โดย KaewGlomDik

รบกวนขอคำแนะนำ หน่อยครับ อยากทราบว่ามีอาหารเสริม หรือวิตามิน ชนิดไหน ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ (ทานยาละลายลิมเลือดอยู่) บ้างครับ ขอบคุณมากครับ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีอาการชาซีกซ้าย มุมปากซ้ายตก แขนซ้ายอ่อนแรง ควรทำอย่างไร

โดย pimook

มีอาการแขนซ๊ายอ่อนแรงครับบริเวณมุมปากซ๊ายยิ้มไดไม่ปกติเหมือนโโนฉีดยาชามาครับ อยากทราบเวลามียาให้รับประทานบ้างมั้ยครับแล้วมีวีธีการรักษาเบื้องต้นยังไง

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 5 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่งเป็นโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ตอนนี้มีอาการแน่นใบหน้า แถวหู โหนกแก้ม มึนหัวแทบทุกวัน ควรกลับไปพบแพทย์ไหม

โดย Yarev Lis

เพิ่งฟื้นตัวจากภาวะเส้นเลือดในสมองตีบชั่วคราว มีอาการแน่นใบหน้าโดยเฉพาะตรงแถวหูซ้าย-โหนกแก้มซ้าย (ซีกที่เพิ่งอ่อนแรงไป) บางวันแน่นลามมาที่หน้าผาก โหนกแก้มไปถึงหูด้านขวา…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 5 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม