วัคซีนเด็ก เพื่อพัฒนาการของลูกน้อย

คงไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากให้ลูกน้อยป่วยบ่อย ๆ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคตั้งแต่ยังเด็กถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นทารกและเด็กเล็ก เพราะอาจกระทบต่อพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ได้ง่าย

วัคซีนเด็ก

วัคซีนนี้สำคัญไฉน

ร่างกายจะมีระบบภูมิคุ้มกันในการป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เข้ามาสู่ร่างกายด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันหรือที่เรียกว่า แอนติบอดี้ ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อพบเชื้อโรคแปลกปลอมในร่างกาย โดยแอนติบอดี้จะมีหน้าที่ทำลายเชื้อโรคที่ทำให้ร่างกายเจ็บป่วย และยังคงอยู่ในกระแสเลือด จึงกลายเป็นภูมิต้านทานต่อโรคชนิดนั้น

วัคซีนก็มีการทำงานคล้ายกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเรา หลายคนมักเข้าใจว่าวัคซีนเป็นภูมิคุ้มกันโรคที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย แต่แท้ที่จริงแล้ววัคซีนเป็นแอนติเจน (Antigens) ที่ได้มาจากบางส่วนของเชื้อโรคที่อ่อนแอหรือพิษของเชื้อโรค เพื่อเป็นตัวกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันแก่โรคนั้น ๆ เสมือนกับการหลอกว่าร่างกายกำลังได้รับเชื้อโรค

วัยเด็กเป็นช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโตและระบบต่าง ๆ ในร่างกายกำลังพัฒนาขึ้น โรคบางชนิดที่ร้ายแรงเมื่อเกิดขึ้นกับเด็กจึงอาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้มากกว่าในวัยผู้ใหญ่ รวมทั้งสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วหากเป็นโรคติดต่อ เราอาจสังเกตได้เมื่อเพื่อนในห้องลูกป่วยเป็นโรค คุณครูมักจะให้หยุดเรียนหรือแยกเด็กออกจากลุ่มเพื่อน การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีคซีนในเด็กเป็นอีกแนวทางในการลดการเกิดโรคขึ้นได้

วัคซีนชนิดไหนที่เด็กควรได้รับ

วัคซีนสำหรับเด็กมีมากมายหลายชนิด โดยข้อกำหนดของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ศาสตร์และกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดวัคซีนพื้นฐานที่เด็กไทยทุกคนต้องได้รับตามแผนงานการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (Expanded Program on Immunization: EPI) จำนวน 8 ชนิด สำหรับป้องกันโรคทั้งหมด 10 โรค ได้แก่ วัณโรค ตับอักเสบบี คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ หัด หัดเยอรมัน คางทูม และไข้สมองอักเสบเจอี สามารถแบ่งตามช่วงอายุได้ดังนี้

  • แรกเกิด: วัคซีนป้องกันบีซีจี (วัณโรค) และวัคซีนป้องกันตับอักเสบบี ครั้งที่ 1
  • 2 เดือน: วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี และวัคซีนป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 1
  • 4 เดือน: วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี และวัคซีนป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 2
  • 6 เดือน: วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี และวัคซีนป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 3
  • 9-12 เดือน: วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม ครั้งที่ 1
  • 1 ปีครึ่ง: วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน และโปลิโอ ครั้งที่ 4 และ วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี ครั้งที่ 1-2 (ห่างกัน 4 สัปดาห์)
  • 2 ปีครึ่ง: วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี ครั้งที่ 3
  • 4 ปี: วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน และโปลิโอ ครั้งที่ 5
  • 7 ปี: วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม ครั้งที่ 2
  • 12 ปี: วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก (dT)

นอกจากนี้ยังมีวัคซีนเสริมหรือวัคซีนทางเลือก เป็นวัคซีนที่สามารถฉีดเพิ่มเติมจากวัคซีนพื้นฐาน เพื่อเพิ่มการป้องกันโรคให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งผู้ปกครองจำเป็นต้องเสียเงินจ่ายเพิ่ม โดยสามารถปรึกษาร่วมกับแพทย์ในการเลือกวัคซีนได้       

เสริมการป้องกันโรคด้วยวัคซีน

วัคซีนยังถือว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันโรคติดเชื้อร้ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพในปัจจุบัน โดยเฉพาะวัคซีนพื้นฐานที่เด็กควรได้รับ ส่วนวัคซีนเสริมสำหรับบางโรคอาจยังไม่มีความจำเป็นมากเท่าวัคซีนพื้นฐาน เนื่องจากเป็นอีกทางเลือกในการป้องกันโรคที่ไม่ร้ายแรงมากนักหรือโรคที่อันตรายสำหรับเด็กในบางช่วงอายุ เมื่อเด็กโตขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเริ่มทำงานได้เต็มที่ก็จะช่วยให้มีภูมิต้านทานต่อโรคได้มากพอ จึงทำให้เชื้อโรคไม่เป็นอันตรายมาก

แม้จะเป็นการเสริมภูมิต้านทานโรคในระยะยาวแก่ลูกน้อย แต่วัคซีนก็คล้ายกับยาที่อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน ทั้งนี้สามารถเกิดภาวะข้างเคียงได้หลายระดับแตกต่างกันออกไปในวัคซีนแต่ละชนิด โดยในระดับเล็กน้อยอาจมีอาการบวมแดงหรือระบมบริเวณที่ฉีด มีไข้ต่ำ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ท้องเสีย อาเจียน ในระดับปานกลางอาจทำให้เกิดอาการชัก ไข้ขึ้นสูง และในบางรายอาจเกิดอาการรุนแรง เช่น ชักเรื้อรัง โคม่า สะลึมสะลือ หรือสมองเสื่อมถาวร ซึ่งผลข้างเคียงส่วนมากจะส่งผลเพียงเล็กน้อยหลังการได้รับวัคซีนเข้าไป และมักดีขึ้นในไม่กี่วัน ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรสังเกตอาการหลังเด็กได้รับวัคซีน หากพบความผิดปกติที่ร้ายแรงควรรีบปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจสอบสมุดบันทึกสุขภาพในการรับวัคซีนที่ถูกต้อง เหมาะสม และครบถ้วน

อย่างไรก็ตามการเลือกวัคซีนชนิดต่าง ๆ ควรคำนึงถึงความเหมาะสม ประโยชน์จากการได้รับวัคซีนและค่าใช้จ่าย เพื่อให้ได้ผลที่คุ้มค่ามากที่สุด