ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

7 วิธีแก้หวัดคัดจมูก หายได้ด้วยการดูแลตัวเอง

อัปเดตล่าสุด 13 พ.ย. 2566

หวัดเป็นโรคที่พบได้บ่อยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เมื่อหลายคนเริ่มเป็นหวัดอาจนึกถึงการรับประทานยาเพื่อช่วยให้หายจากหวัดได้เร็ว แต่รู้หรือไม่ว่าวิธีแก้หวัดคัดจมูกที่ได้ผลดีที่สุดคือ การพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะโรคหวัดไม่มียาที่ใช้ฆ่าเชื้อไวรัสโรคหวัดได้โดยตรง และอาการหวัดมักจะดีขึ้นภายในประมาณ 7–10 วัน

ไข้หวัด (Common Cold) หรือโรคหวัดมักเกิดจากการติดเชื้อไรโนไวรัส (Rhinovirus) ในระบบทางเดินหายใจส่วนบน สามารถติดต่อได้ง่ายผ่านการหายใจเอาเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายและการสัมผัสของใช้ต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนเชื้อแล้วมาสัมผัสตา จมูก หรือปาก ของตนเอง ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยในช่วงแรกคือ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม บางครั้งอาจทำให้รำคาญใจและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ บทความนี้ได้รวบรวมวิธีแก้หวัดคัดจมูกอย่างง่าย ๆ แต่อาจช่วยให้หายสนิทเอาไว้แล้ว

7 วิธีแก้หวัดคัดจมูก หายได้ด้วยการดูแลตัวเอง

วิธีแก้หวัดคัดจมูกง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

ตามปกติแล้ว โรคหวัดหายได้ด้วยการดูแลตัวเองและไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะโรคหวัดมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แต่ยาปฏิชีวนะจะใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ การรับประทานยาปฏิชีวนะบ่อย ๆ อาจเสี่ยงต่อการดื้อยาและการเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายอีกด้วย 

มาดู 7 วิธีแก้หวัดคัดจมูกที่อาจช่วยให้อาการของโรคหวัดดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล

  1. พักผ่อนมาก ๆ

การพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ฟื้นฟูและกำจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น หากเป็นหวัดควรพักผ่อนมาก ๆ ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น และอาจนอนหนุนหมอนให้ศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ใช้แรงมากและการออกกำลังหนักเป็นเวลา 2–3 วัน

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ คัดจมูก และป้องการการขาดน้ำ โดยอาจดื่มน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มอุ่น ๆ เช่น น้ำผึ้งผสมมะนาว ซุป และชาสมุนไพร เป็นต้น ในกรณีที่เป็นเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน ควรให้ดื่มนมแม่อย่างเดียว และเด็กที่อายุมากกว่า 6 เดือน อาจให้ดื่มนมแม่หรือนมผง และให้ลูกดื่มน้ำเปล่าบ่อย ๆ เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสเค็ม กาแฟ น้ำหวาน และเครื่องดื่มแอลกฮอล์เพราะอาจทำให้มีอาการขาดน้ำมากขึ้น

  1. สั่งน้ำมูกออกบ้าง

หลายคนอาจเคยชินกับการสูดน้ำมูกเมื่อรู้สึกว่าน้ำมูกจะไหลออกมา ซึ่งความจริงแล้วการสั่งน้ำมูกออกจะช่วยกำจัดน้ำมูกที่ค้างอยู่ในทางเดินหายใจได้ดีกว่า อาจลองสั่งน้ำมูกออกทางรูจมูกทีละข้าง โดยใช้นิ้วปิดรูจมูกข้างหนึ่งไว้ แล้วค่อยสั่งน้ำมูกออกจากรูจมูกอีกข้างหนึ่งเบา ๆ ซึ่งจะช่วยให้น้ำมูกไหลออกมาได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรง ๆ เพราะจะทำให้หูอื้อ ปวดหู และอาจนำไปสู่การอักเสบในหูตามมา 

  1. สูดไอน้ำ

การสูดไอน้ำ (Steam Inhalation) เป็นวิธีแก้หวัดคัดจมูกได้อีกทาง เนื่องจากไอน้ำร้อนจะทำให้เยื่อบุจมูกหดตัวลงและช่วยให้เยื่อบุจมูกและลำคอชุ่มชื้นขึ้น จึงช่วยให้จมูกโล่ง หายใจได้สะดวก และน้ำมูกหรือเสมหะที่เหนียวข้นจะถูกขับออกมาง่ายขึ้น

การสูดไอน้ำร้อนทำได้โดยต้มน้ำให้เดือด เทน้ำเดือดใส่ชามหรืออ่าง ยื่นหน้าไปอังเหนือภาชนะที่มีน้ำร้อนอยู่ แล้วสูดหายใจเข้าออกตามปกติเป็นเวลาประมาณ 15 นาทีหรือจนกว่าไอจากน้ำจะหมด โดยอาจนำผ้าสะอาดผืนใหญ่มาคลุมศีรษะและภาชนะใส่น้ำเดือดเพื่อช่วยในสูดไอน้ำร้อนได้มากขึ้น ทั้งนี้ ควรระวังน้ำร้อนลวกและไอน้ำระเหยเข้าตาขณะสูดไอน้ำร้อน โดยเฉพาะเด็กที่อาจเกิดอันตรายจากน้ำร้อนลวกได้ง่าย

  1. เพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ

อากาศแห้งอาจยิ่งทำให้รู้สึกระคายคอได้ง่าย หนึ่งในวิธีแก้หวัดคัดจมูกที่หลายคนนึกไม่ถึงคือ การเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ โดยสามารถใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ (Humidifier) เพื่อช่วยให้อากาศในบ้านชุ่มชื้นขึ้น ทำให้ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ 

  1. รับประทานยา

โรคหวัดไม่มียาที่ใช้รักษาโรคหวัดได้โดยตรง แต่การรับประทานยาจะช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากหวัดได้ เช่น ยาแก้คัดจมูก ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ ยาแก้ปวดลดไข้ และยาแก้แพ้ (Antihistamines) ที่ช่วยลดน้ำมูกและบรรเทาอาการจาม นอกจากนี้ ยาอมและสเปรย์แก้เจ็บคอ ยาหยดจมูก และน้ำเกลือล้างจมูก อาจช่วยบรรเทาอาการจากโรคหวัดได้เช่นกัน 

ยารักษาโรคหวัดส่วนมากหาซื้อได้เอง มักใช้ในผู้ใหญ่และเด็กที่อายุมากกว่า 5 ปี แต่การใช้ยารักษาโรคหวัดในเด็ก ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงจากใช้ยา 

  1. การรับประทานอาหารเสริม

หลายคนอาจมีวิธีแก้หวัดคัดจมูกด้วยการรับประทานอาหารเสริม อย่างวิตามินซี ซิงค์ (Zinc) และสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อช่วยในการรักษาโรคหวัด โดยงานวิจัยบางส่วนระบุว่า การรับประทานวิตามินซีวันละ 1–2 กรัมต่อวัน ช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นหวัดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เช่นเดียวกับการรับประทานซิงค์ ซึ่งอาจช่วยให้อาการของโรคหวัดหายได้เร็วขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลการศึกษาที่ยืนยันประสิทธิภาพของการป้องกันและรักษาโรคหวัดด้วยการรับประทานอาหารเสริมอย่างแน่ชัด และการรับประทานอาหารเสริมปริมาณมากต่อเนื่องกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ จึงไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานหรือเกินปริมาณกว่าคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร

วิธีแก้หวัดคัดจมูกที่ได้ผลดีที่สุดคือ การดูแลตัวเองด้วยการพักผ่อนมาก ๆ และดื่มน้ำให้เพียงพอ นอกจากนี้ ควรป้องกันการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยปิดจมูกและปากทุกครั้งเมื่อไอและจาม และล้างมือก่อนหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ แต่หากอาการของโรคหวัดแย่ลง มีอาการนานกว่า 2 สัปดาห์ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง และหายใจลำบาก ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 15 ที่ผ่านมา มีอาการปวดหัว ตัวรุมๆ จาม น้ำมูกใส ไอถี่ เสมหะไหลลงคอ เป็นไข้หวัดหรือภูมิแพ้ หนือไซนัส

โดย PPP1999

สวัสดีค่ะคุณหมอ เมื่อวันที่ 15 หนูมีอาการเหมือนไข้หวัด ปวดหัว ตัวรุมๆ จาม มีน้ำมูกใสๆ เสียงอู้อี้ขึ้นจมูกค่ะ ก็กินยาพารากับยาแก้แพ้ค่ะ ตอนนี้เหลือแต่อาการเสียงอู้อี้ขึ้นจมูก…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

กินยาแก้ปวดแล้วจะมีอาการเหมือนเป็นหวัดตลอด เป็นภูมิแพ้ด้วย ไปฉีดวัคซีนโควิดได้ไหม

โดย Witchapol424

ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง คือว่าเวลาผมปวดหัวแล้วกินยาแก้ปวด สักพักหัวก็หายปวด แต่สิ่งที่ตามมาคือมีน้ำมูก คัดจมูก จามไอ แสบคอแสบจมูก แบบทรมานมากจนนอนไม่ได้…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 5 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีอาการปวดเมื่อยตามตัว ไข้สูง ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ น้องชายมีอาการเหมือนกัน เกิดจากอะไร

โดย Pimchiya Thanaphukboonsiri

น้องชายได้เป็นหวัด เมื่อวันที่5 ก็ไม่ได้แยกกันนอน วันที่8 หนูมีอาการปวดตามตัว มีไข้สูง ไอ จาม หลังจากกินยาก็ไม่มีไข้ แต่ ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ กินยาแก้ไอ ไอลดลง จนหายไอ และมีเสมหะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 5 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม