ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

อาการเลือดคั่งในสมอง สัญญาณอันตรายที่ควรรู้

อัปเดตล่าสุด 23 ต.ค. 2567

อาการเลือดคั่งในสมอง เป็นอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคความดันสูงที่ไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลานาน หรือเกิดขึ้นหลังผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุที่ทำให้ศีรษะกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เช่น การหกล้ม อาการเลือดคั่งในสมอง มักเริ่มด้วยอาการปวดหัวอย่างกะทันหันและรุนแรง โดยมักมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย 

เลือดคั่งในสมองหรือเลือดออกในสมอง คือโรคหลอดเลือดในสมอง (Stroke) ชนิดหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย เลือดคั่งในสมองคือภาวะที่มีเลือดออกและคั่งอยู่ระหว่างกะโหลกศีรษะและสมอง ทำให้เกิดแรงดันที่ปิดกั้นไม่ให้ออกซิเจนและสารอาหารเข้าสู่เนื้อเยื่อและเซลล์ในสมอง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ผู้ที่มีอาการเลือดคั่งในสมอง ควรได้รับการดูแลจากแพทย์โดยเร็วที่สุด

Symptoms of Intracerebral Hemorrhage

ผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการเลือดคั่งในสมอง

แม้ว่าอาการเลือดออกในสมองจะสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่คนบางกลุ่มอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการเลือดคั่งในสมองมากกว่าคนอื่น ๆ เช่น 

อาการเลือดคั่งในสมองที่ควรสังเกต

ภาวะเลือดคั่งเป็นภาวะที่อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต การทราบถึงสัญญาณของอาการอาจช่วยให้สามารถสังเกตอาการ และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาได้เร็วขึ้น โดยอาการเลือดคั่งในสมองที่พบได้บ่อย ได้แก่ 

  • อาการปวดหัวอย่างเฉียบพลันและรุนแรง โดยอาจรู้สึกเหมือนถูกตีที่ศีรษะบริเวณท้ายทอย หรืออาจเป็นอาการปวดหัวชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อีกทั้งความรู้สึกปวดที่หัวมักจะทรุดหนักลงเมื่อเวลาผ่านไป อาการปวดหัวเช่นนี้มักปรากฏเป็นอาการแรก ๆ เมื่อผู้ป่วยมีเลือดคั่งในสมอง
  • รู้สึกชา เจ็บแปลบคล้ายถูกเข็มทิ่มตำ หรือรู้สึกอ่อนแรง ที่บริเวณครึ่งซีกด้านใดด้านหนึ่งของใบหน้า แขน หรือขา 
  • เวียนหัว
  • ไร้เรี่ยวแรง หรือง่วงซึม
  • พูดไม่ชัด 
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • สับสน หรือหมดสติ

นอกจากนี้ ยังมีอาการอื่น ๆ ที่สามารถเป็นสัญญาณของอาการเลือดคั่งในสมองได้ เช่น เดินเซเนื่องจากทรงตัวยาก กลืนลำบาก สูญเสียการมองเห็นหรือเห็นภาพซ้อน ดวงตาไวต่อแสงไฟ หายใจลำบาก อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ มีอาการชัก หมดสติ

ผู้ที่มีอาการดังที่กล่าวมานี้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อาจเป็นสัญญาณเลือดคั่งในสมอง หรือสโตรกที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยแพทย์อย่างเร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสมอง และภาวะแทรกซ้อน เช่น สูญเสียความทรงจำ บุคลิกภาพหรือลักษณะอารมณ์เปลี่ยนไป รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการพิการ และเสียชีวิตได้อีกด้วย 

ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเข้ารับการรักษา และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ อาจเสริมสร้างสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงอาการเลือดคั่งในสมองและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีน้ำตาลและคอเลสเตอรอลต่ำ เพื่อรักษาระดับความดันเลือดไม่ให้สูงเกินไป อาจหาเวลาออกกำลังกาย และพิจารณาการเลิกสูบบุหรี่ เพื่อสุขภาพโดยรวมที่ดี

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

บิดาลื่นล้ม หัวกระแทกพื้นแล้วเกิดมีเลือดไหลในสมอง ตอนนี้พูดไม่ได้ มีอารมณ์ร้อน มีโอกาสจะกลับมาเป็นปกติไหม

โดย Np

คืนวันอาทิตย์พ่อลื่นล้มหัวฟาดพื้นแล้วมีอาการผิดปกติไม่พูดไม่จา เช้าวันจันทร์พาไปหาหมอ พบว่ามีอาการเลือดไหลในสมองตกกลางคืนมีอาการชักเกร็ง จำชื่อตัวเองไม่ได้ นอน รพ. ได้4คืน ออกจาก…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

สอบถามอาการเส้นเลือดในสมองเเตก

โดย APM55

สวัสดีครับ ด้วยความสงสัยที่เห็นตามข่าวอยากจะถามว่า เส้นเลือดในสมองจะมีอาการเตือนก่อนมั้ยครับ หรือเเตกเเล้วค่อยมีอาการตามมา เเละปกติโรคนี้มักเกิดกับใครบ้าง…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

อยากทราบอีกนานไหมความจำจะกลับมาหลังผ่าตัด

โดย พิตติพิชาญา จร้า

สวัสดีค่ะคุณหมอ ขอสอบถามค่ะ แฟนอายุ46ปีผ่าตัดเส้นเลือดสมองแตกเมื่อวันที่17ก.ค65แผลอยู่บริเวณขมับฝั่งซ้ายค่ะ ผ่าแบบเปิดกระโหลกปิดไม่ได้เพราะสมองบวมน่ะค่ะ…

  • 3 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม