ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

ฮีทสโตรก ภัยเงียบในหน้าร้อนและวิธีรับมืออย่างเหมาะสม

อัปเดตล่าสุด 4 มี.ค. 2567

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด เป็นภาวะที่มักเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสภายในเวลา 10–15 นาทีเมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศร้อนจัดติดต่อกัน ซึ่งหากมีอาการของภาวะฮีทสโตรกเกิดขึ้น ร่างกายจะไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในได้ และอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

โดยทั่วไป ร่างกายจะเย็นลงได้เองเมื่อมีการขับเหงื่อออก แต่อุณหภูมิในร่างกายของผู้ป่วยที่มีภาวะฮีทสโตรกจะยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้สมองหรืออวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายได้รับความเสียหายได้ เราทุกคนจึงควรทราบถึงสัญญาณและวิธีการป้องกันภาวะฮีทสโตรกที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยในช่วงหน้าร้อน

ฮีทสโตรก

สัญญาณของภาวะฮีทสโตรกที่ควรรู้

ผู้ที่มีภาวะฮีทสโตรกมักจะปรากฎอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ผิวหนังร้อน มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสแต่ไม่มีเหงื่อออก 
  • ผิวแห้งและเปลี่ยนเป็นสีแดง
  • ลิ้นมีลักษณะบวมและแห้ง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินเซ
  • มึนงง การรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง
  • พูดไม่ชัด มีอาการลิ้นแข็ง 
  • วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน 
  • หัวใจเต้นช้าหรือเร็วผิดปกติ มีอาการชัก หรือหมดสติ 

ทั้งนี้ หากพบผู้ที่มีอาการคล้ายกับภาวะฮีทสโตรก ควรเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นและมีอากาศถ่ายเทสะดวก จากนั้นปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออก ทำให้ร่างกายของผู้ป่วยเย็นลงด้วยการเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นบริเวณศีรษะ ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ หรือแช่เสื้อผ้าลงในน้ำเย็น และควรรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

วิธีป้องกันอาการฮีทสโตรก

การป้องกันภาวะฮีทสโตรกสามารทำได้หลายวิธี ได้แก่

1. ดื่มน้ำในปริมาณมาก

การดื่มน้ำในปริมาณมากตามปริมาณที่ร่างกายต้องการตลอดทั้งวันหรือการดื่มน้ำอย่างน้อย 1–2 แก้วก่อนออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่อากาศร้อนจัด จะช่วยป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำและช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่ ทั้งนี้ ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัดเพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดบีบท้อง และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ด้วย

2. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการอยู่กลางแดดในวันที่อากาศร้อนจัด หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งควรเลือกทำในช่วงที่อากาศเย็นลงแล้ว หรือหลบเข้ามาพักในที่ร่มและดื่มน้ำเป็นระยะ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ควรปล่อยให้เด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในรถที่จอดทิ้งไว้โดยเด็ดขาด เพราะอุณหภูมิในรถจะเพิ่มสูงขึ้นจนอาจทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

และหากจำเป็นต้องออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรพักดื่มน้ำทุก ๆ 20 นาทีแม้ไม่หิวน้ำ รวมถึงควรชั่งน้ำหนักตัวก่อนและหลังการออกกำลังกายเพื่อเปรียบเทียบปริมาณของเหลวที่สูญเสียไป และเพื่อให้ทราบปริมาณของเหลวที่ต้องดื่มเพื่อทดแทนด้วย

3. สวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม

หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่อากาศร้อนจัด หรือต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ควรเลือกสวมเสื้อผ้าที่มีสีอ่อน เนื้อผ้าบางเบา และระบายอากาศและความร้อนได้ดีอย่างผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะฮีทสโตรก นอกจากนี้ ควรสวมหมวกและแว่นกันแดด รวมถึงควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 35 เป็นอย่างน้อยทุก ๆ 2 ชั่วโมงเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งด้วย

4. ปรับการรับประทานอาหารและยา

ในหน้าร้อน การปรับปริมาณการรับประทานอาหารเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะฮีทสโตรกได้ โดยควรปรับปริมาณการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยลง แต่แบ่งมื้ออาหารออกเป็นหลาย ๆ มื้อแทน  นอกจากนี้ ควรระมัดระวังในการรับประทานยา เพราะยาบางชนิดอาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำหรือไม่สามารถระบายความร้อนได้ตามปกติ

5. ระมัดระวังการเกิดภาวะขาดน้ำ

หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่แดดร้อนจัดหรือต้องอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนอบอ้าว ควรสังเกตร่างกายของตัวเองว่าเกิดภาวะขาดน้ำหรือไม่ โดยตรวจดูจากสีของปัสสาวะ หากสังเกตเห็นว่าปัสสาวะมีสีเข้ม ให้จิบน้ำทีละน้อย ๆ แต่จิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดทั้งวันจนกว่าปัสสาวะจะเปลี่ยนเป็นสีอ่อนหรือสีใส 

นอกจากนี้ ควรทำให้ร่างกายเย็นอยู่เสมอเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะฮีทสโตรก โดยการอาบน้ำ การเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น หรือการแช่เท้าในน้ำเย็น รวมถึงภายในห้องพักหรือที่อยู่อาศัยก็ควรปิดม่านในช่วงกลางวันที่มีแดดแรงจัด และเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยลดความร้อนภายในอาคารด้วย

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

ใช้ปรอทวัดไข้ที่ใต้ลิ้น ได้อุณหภูมิ 37-37.5 ทุกวัน บางวันช่วงบ่ายจะวัดได้ 37.8 มีไข้ไหม

โดย Chanakan Chaipipat

สอบถามค่ะ เราวัดไข้ด้วยปรอทที่ใต้ลิ้นได้อุณหภูมิ 37-37.5 เป็นปกติทุกวัน แต่ของแฟนเราวัดยังไงก็ไม่เกิน 37 บางวันเราตื่นมาก็วัดได้ 37 เลยค่ะตอนบ่ายหรือก่อนนอนถ้าวัดบางวันสูงถึง 37.8…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีไข้ ไอ เสมหะ รู้สึกหนักหัวตลอด หัวใจเต้นเร็วขึ้น ร้อนวูบวาบ ไปพบแพทย์มาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร

โดย Mine Mine

เมื่อ9วันที่ผ่านมา เราเป็นไข้สูง ไอ มีเสมหะ แต่อาการก็หายดีขึ้นตามลำดับ แต่พอวันที่6มีอาการใหม่เข้ามาคือ มีอาการมึนหัว หนักหัวตลอดเวลา ยืนตรงไม่ได้ เดินไม่ได้ มันมึน มันเซ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เป็นไข้หลังหมดประจำเดือนทุกเดือน ปวดศีรษะ เป็น 1-2 วันแล้วก็หาย ต้องไปตรวจเพิ่มเติมไหม

โดย srikan

สวัสดีค่ะคุณหมอ พอดีสังเกตุตัวเองว่ามักจะเป็นไข้ ปวดหัวทุกครั้งหลังหมดประจำเดือน 1 สัปดาห์ เป็นติดต่อกันมา 3 เดือนแล้วค่ะ โดยอาการไข้ ตัวร้อนเป็น 1-2 วันก็หายค่ะ มีอาการเดินเซ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม