ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

วิธีป้องกันฮีทสโตรก อันตรายในช่วงหน้าร้อน

อัปเดตล่าสุด 31 พ.ค. 2565

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด เป็นภาวะที่มักเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสภายในเวลา 10-15 นาทีเมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศร้อนจัดติดต่อกัน ซึ่งหากมีอาการของภาวะฮีทสโตรกเกิดขึ้น ร่างกายจะไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ในเวลาต่อมา 

โดยทั่วไป ร่างกายจะเย็นลงได้เองเมื่อมีการขับเหงื่อออก แต่อุณหภูมิในร่างกายของผู้ป่วยที่มีภาวะฮีทสโตรกจะยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้สมองหรืออวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายได้รับความเสียหายได้ เราทุกคนจึงควรทราบถึงสัญญาณและวิธีการป้องกันฮีทสโตรกที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพในช่วงหน้าร้อน

วิธีป้องกันฮีทสโตรก อันตรายในช่วงหน้าร้อน

สัญญาณของอาการฮีทสโตรกที่ควรรู้

ภาวะฮีทสโตรกอาจส่งผลให้ร่างกายของผู้ป่วยมีอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น ผิวร้อน อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสแต่ไม่มีเหงื่อออก ลิ้นบวมและแห้ง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผิวแห้งและเปลี่ยนเป็นสีแดง มึนงง การรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง เดินโซเซ คลื่นไส้ อาเจียน พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง เวียนหัวหรือปวดหัวตุบ ๆ หัวใจเต้นช้าหรือเร็วผิดปกติ ชักหรือหมดสติ 

ฮีทสโตรกป้องกันได้อย่างไรบ้าง

การป้องกันภาวะฮีทสโตรกสามารทำได้ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

  • ดื่มน้ำในปริมาณมากตลอดทั้งวันเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่ หรือดื่มน้ำอย่างน้อย 1–2 แก้วก่อนออกไปอยู่กลางแจ้งในวันที่อากาศร้อนมาก แต่ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัดเพราะอาจทำให้ปวดบีบท้อง และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์
  • เลือกสวมเสื้อผ้าที่มีสีอ่อน เนื้อผ้าบางเบา ระบายอากาศและความร้อนได้ดีอย่างผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน 
  • สวมหมวก แว่นตาดำหรือทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 เป็นอย่างน้อยทุก ๆ 2 ชั่วโมงเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการอยู่กลางแดดในวันที่อากาศร้อนจัด หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งให้เลือกทำในช่วงที่อากาศเย็นลงแล้ว หรือหลบเข้ามาพักในที่ร่มและดื่มน้ำเป็นระยะ
  • หากออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรพักดื่มน้ำทุก ๆ 20 นาทีแม้ไม่หิวน้ำ รวมทั้งควรชั่งน้ำหนักตัวก่อนและหลังการออกกำลังกายเพื่อเปรียบเทียบปริมาณของเหลวที่สูญเสีย และเพื่อให้ทราบปริมาณของเหลวที่ต้องดื่มเพื่อทดแทน
  • ปรับปริมาณการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยลง แต่แบ่งมื้ออาหารออกเป็นหลาย ๆ มื้อแทน
  • ทำให้ร่างกายเย็นอยู่เสมอด้วยการอาบน้ำหรือเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น แช่เท้าในน้ำเย็น ปิดม่าน เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ
  • รับประทานยาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากยาบางชนิดอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำหรือไม่สามารถระบายความร้อนได้ตามปกติ อีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดน้ำมูกหรือยาแก้แพ้หากต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ตรวจดูว่ามีภาวะขาดน้ำหรือไม่จากสีของปัสสาวะ หากสังเกตเห็นว่าปัสสาวะมีสีเข้ม ให้ดื่มน้ำเพิ่มจนกว่าปัสสาวะจะเปลี่ยนเป็นสีอ่อนหรือใส 
  • ห้ามปล่อยให้เด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในรถที่จอดทิ้งไว้โดยเด็ดขาด เนื่องจากอุณหภูมิในรถจะเพิ่มสูงขึ้นจนอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

หากป้องกันการเกิดฮีทสโตรกด้วยวิธีดังกล่าวแล้ว แต่ยังคงสังเกตเห็นว่าตนเองหรือบุคคลใกล้ชิดมีอาการคล้ายกับภาวะฮีทสโตรก ควรโทรเรียกรถพยาบาลพร้อมทั้งปฐมพยาบาลในเบื้องต้นด้วยการย้ายผู้ป่วยเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นหรือมีร่มเงา 

นอกจากนั้น ควรถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออก และทำให้ร่างกายของผู้ป่วยเย็นลงด้วยการฉีดน้ำ เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นหรือจับแช่น้ำเย็น เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ ประคบน้ำแข็งห่อผ้าขนหนูบริเวณหัว ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อให้ผู้ป่วยอยู่ในภาวะที่ปลอดภัยมากที่สุด

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

ใช้ปรอทวัดไข้ที่ใต้ลิ้น ได้อุณหภูมิ 37-37.5 ทุกวัน บางวันช่วงบ่ายจะวัดได้ 37.8 มีไข้ไหม

โดย Chanakan Chaipipat

สอบถามค่ะ เราวัดไข้ด้วยปรอทที่ใต้ลิ้นได้อุณหภูมิ 37-37.5 เป็นปกติทุกวัน แต่ของแฟนเราวัดยังไงก็ไม่เกิน 37 บางวันเราตื่นมาก็วัดได้ 37 เลยค่ะตอนบ่ายหรือก่อนนอนถ้าวัดบางวันสูงถึง 37.8…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีไข้ ไอ เสมหะ รู้สึกหนักหัวตลอด หัวใจเต้นเร็วขึ้น ร้อนวูบวาบ ไปพบแพทย์มาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร

โดย Mine Mine

เมื่อ9วันที่ผ่านมา เราเป็นไข้สูง ไอ มีเสมหะ แต่อาการก็หายดีขึ้นตามลำดับ แต่พอวันที่6มีอาการใหม่เข้ามาคือ มีอาการมึนหัว หนักหัวตลอดเวลา ยืนตรงไม่ได้ เดินไม่ได้ มันมึน มันเซ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เป็นไข้หลังหมดประจำเดือนทุกเดือน ปวดศีรษะ เป็น 1-2 วันแล้วก็หาย ต้องไปตรวจเพิ่มเติมไหม

โดย srikan

สวัสดีค่ะคุณหมอ พอดีสังเกตุตัวเองว่ามักจะเป็นไข้ ปวดหัวทุกครั้งหลังหมดประจำเดือน 1 สัปดาห์ เป็นติดต่อกันมา 3 เดือนแล้วค่ะ โดยอาการไข้ ตัวร้อนเป็น 1-2 วันก็หายค่ะ มีอาการเดินเซ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม