ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

รู้จักยาไมเกรน และวิธีใช้ยาอย่างปลอดภัย

อัปเดตล่าสุด 23 ธ.ค. 2565

คนที่มีอาการของโรคไมเกรนอาจมีความจำเป็นต้องใช้ยาบรรเทาอาการอยู่บ่อยครั้ง แต่ยาไมเกรนมีหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีเงื่อนไขในการใช้ยาแตกต่างกันออกไป หากเลือกใช้ยาไมเกรนที่ไม่เหมาะสมกับเงื่อนไขสุขภาพของตนเองหรือไม่ทราบวิธีการใช้อย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพตามมาได้

ไมเกรนจัดเป็นโรคทางประสาทวิทยาชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะแบบตุบ ๆ อย่างรุนแรงและเรื้อรัง โดยมักจะปวดศีรษะแค่ข้างเดียว รวมถึงมักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และประสาทสัมผัสไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่นร่วมด้วย อาการปวดศีรษะไมเกรนอาจเกิดขึ้นนานหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน การใช้ยาสำหรับรักษาโรคไมเกรนจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยให้อาการต่าง ๆ บรรเทาลงได้

รู้จักยาไมเกรน และวิธีใช้ยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรรู้ก่อนเลือกใช้ยาไมเกรน

ยาไมเกรนมีทั้งยาที่หาซื้อได้เองตามร้านขายยาทั่วไปและยาที่จ่ายตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น การใช้ยาจึงควรใช้ตามคำแนะนำบนฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ยาไมเกรนส่วนใหญ่จะพบในรูปแบบของยาเม็ดสำหรับรับประทาน แต่จริง ๆ แล้วยาไมเกรนมีอีกหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นยาฉีด ยาเหน็บ หรือยาพ่นจมูก ผู้ป่วยอาจปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมเพื่อเลือกรูปแบบยาที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด

นอกจากนี้ ยาไมเกรนบางชนิดอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง และอาจไม่ปลอดภัยหากใช้ในระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ดังนั้น ผู้ที่มีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ วางแผนที่จะตั้งครรภ์ และกำลังให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา

ยาไมเกรนมีอะไรบ้าง แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

ยาไมเกรนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือยาที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการเฉียบพลันกับยาที่ใช้สำหรับป้องกันอาการ โดยยาแต่ละกลุ่มจะแบ่งย่อยออกเป็นยาอีกหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ดังนี้

ยาแก้ปวดทั่วไป

ในกรณีที่มีอาการปวดศีรษะไม่รุนแรงสามารถรับประทานยาแก้ปวดที่ขายตามร้านขายยาทั่วไปได้ เช่น ยาอะเซตามีโนเฟน (Acetaminophen) หรือยาในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์หรือ NSAIDs อย่างยาแอสไพริน (Aspirin) ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) และยานาพรอกเซน (Naproxen) ก็ได้เช่นเดียวกัน 

แต่ไม่ควรรับประทานยาแก้ปวดติดต่อกันนานเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะจากการใช้ยาเกินขนาดได้ รวมถึงการใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น ท้องเสีย อาหารไม่ย่อย ระคายเคืองกระเพาะอาหาร เลือดออกในทางเดินอาหาร และไตวายได้ด้วย

ยากลุ่มทริปแทน (Triptans)

ยากลุ่มทริปแทนจะใช้ในกรณีที่มีอาการปวดศีรษะรุนแรงหรือเมื่อรักษาด้วยยาในกลุ่ม NSAIDs แล้วอาการไม่ดีขึ้น โดยตัวยาจะออกฤทธิ์เพิ่มระดับของสารเซโรโทนินในสมอง รวมถึงช่วยลดการอักเสบและการตีบตันของหลอดเลือด ทำให้อาการปวดศีรษะรวมถึงอาการไมเกรนอื่น ๆ บรรเทาลงได้อย่างรวดเร็ว 

ยาในกลุ่มทริปแทนมีทั้งรูปแบบยาเม็ดสำหรับรับประทาน ยาเม็ดสำหรับละลายใต้ลิ้น ยาฉีด และยาพ่นจมูก เช่น ยาซูมาทริปแทน (Sumatriptan) ยาริซาทริปแทน (Rizatriptan) แต่ยาในกลุ่มนี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจหรือมีความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง และหากใช้ร่วมกับยาต้านอาการซึมเศร้าอาจทำให้เกิดอาการเซโรโทนินซินโดรม (Serotonin Syndrome) ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ยากลุ่มเออร์โกตามีน (Ergotamines)

ยากลุ่มเออร์โกตามีนเป็นยาที่ใช้รักษาโรคไมเกรนโดยเฉพาะ ตัวยาจะช่วยให้หลอดเลือดรอบสมองหดตัว ทำให้อาการปวดศีรษะไมเกรนบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีน (Dihydroergotamine) ยาเมทิลเออร์โกโนวีน (Methylergonovine) ยาเออร์โกตามีน (Ergotamine) รวมถึงมีการใช้ยาเออร์โกตามีนผสมกับคาเฟอีนเพื่อใช้ในการรักษาโรคไมเกรนด้วย

การใช้ยาในกลุ่มเออร์โกตามีนในปริมาณมากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ชาปลายมือปลายเท้า ความดันโลหิตสูง ใจสั่นและเจ็บหน้าอก และเป็นยาที่ไม่ควรใช้ในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคไต และโรคตับ รวมถึงหากกำลังรับประทานยาอื่นอยู่ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรให้ทราบ

ยาแก้คลื่นไส้

อาการไมเกรนที่รุนแรงมักจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย จึงอาจต้องใช้ยาแก้คลื่นไส้ร่วมกับยาแก้ปวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการ โดยตัวยามักอยู่ในรูปแบบเม็ดรับประทาน เช่น ยาคลอร์โปรมาซีน (Chlorpromazine) ยาโปรคลอเปอราซีน (Prochlorperazine) หรือยาเมโทโคลพราไมด์ (Metoclopramide) แต่การใช้ยาแก้คลื่นไส้ก็อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมหรือวิงเวียนศีรษะได้ด้วย

ยากลุ่มโอปิออยด์

ยากลุ่มโอปิออยด์เป็นยาที่ใช้ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ เพราะเป็นยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์รุนแรงและสามารถทำให้เกิดอาการเสพติดได้ โดยจะใช้รักษาโรคไมเกรนเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถรักษาด้วยยากลุ่มอื่นได้เท่านั้น ยากลุ่มโอปิออยด์ เช่น ยาโคเดอีน (Codeine) ยามอร์ฟีน (Morphine) และยาออกซิโคโดน (Oxycodone) 

นอกเหนือจากการใช้ยาไมเกรน ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยบรรเทาอาการไมเกรนให้ดีขึ้นได้ เช่น งีบหลับในสภาพแวดล้อมที่เงียบ มืด และเย็น ประคบเย็นบริเวณหน้าผาก หรือนวดบริเวณขมับ อย่างไรก็ตาม หากอาการไมเกรนยังไม่ดีขึ้นหรือมีอาการปวดหัวที่ผิดปกติเกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

ออกกำลังกายแล้วเจ็บหัว รู้สึกหัวใจเต้นตุ๊บๆ เกิดจากอะไร

โดย Chunn Pingg

เวลาออกกำลังกายหรือว่าวิ่งเร็วๆพอหยุดจะรู้สึกหัวใันเต้นตุ้บๆอะค่ะ เกิดจากอะไรคะ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตกขาว หมอให้ยาปรับฮอร์โมนมาทาน ทานแล้วสิวขึ้น อาเจียน ปวดหัว คลื่นไส้ ตัวร้อนจะท้องไหม

โดย Nun Narak

แต่อาเจียนไม่ออกค่ะ รู้สึกมีไข้นิดๆ ตัวร้อน เคยมีเพศสัมพันธ์กับแฟน แต่ป้องกันค่ะถึงไม่ขาด / รั่วค่ะ แล้วหมอรักษาน้องสาวตอนเป็นตกขาวให้กินยาปรับฮอร์โมน ก็กินค่ะ…

  • 2 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม