ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

อาการเอดส์เป็นอย่างไร และจะอยู่กับโรคนี้อย่างไรให้เป็นสุข

อัปเดตล่าสุด 20 มิ.ย. 2562

เอดส์ หรือ AIDS ย่อมาจาก Acquired immunodeficiency syndrome เป็นอาการขั้นสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี ส่งผลเสียต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน หากไม่เข้ารับการรักษาจะส่งผลให้เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

อาการเอดส์

เอดส์คืออะไร

เอดส์เป็นโรคเรื้อรังซึ่งเป็นอาการขั้นสุดท้ายที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีที่สามารถติดต่อได้จากหลายช่องทาง เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ทั้งจากการตั้งครรภ์ การคลอดบุตร รวมถึงการให้นมบุตร เป็นต้น ซึ่งเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลายภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยและแทรกแซงการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายจนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาส อย่างวัณโรค ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือโรคมะเร็งได้ในที่สุด

สำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสามารถไปตรวจเลือดเพื่อหาปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 เพื่อประเมินการทำงานของภูมิต้านทางของร่างกาย ซึ่งปกติแล้วผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงจะมี CD4 ประมาณ 500-1,500 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร และจะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคเอดส์ก็ต่อเมื่อมีจำนวน CD4 ต่ำกว่า 200 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร แต่ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีก็อาจไม่ได้เป็นเอดส์เสมอไป หากระบบภูมิต้านทานยังทำงานได้ดีอยู่หรือมีจำนวน CD4 มากกว่า 350 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร

อาการเอดส์เป็นอย่างไร

ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาอาจใช้เวลานานหลายปีกว่าเชื้อไวรัสจะทำลายภูมิคุ้มกันจนนำไปสู่โรคเอดส์ ซึ่งเป็นอาการขั้นสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี และเมื่อภูมิคุ้มกันถูกทำลายจนเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสแล้ว จะสามารถพบอาการเอดส์ได้ ดังนี้

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสียอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • รู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลียตลอดเวลา
  • เหงื่อออกตอนกลางคืน
  • มีอาการต่อมน้ำเหลืองบวมที่บริเวณลำคอหรือขาหนีบ
  • มีไข้นานกว่า 10 วัน
  • มีอาการไอ และหายใจหอบเหนื่อย
  • มีแผลในปาก จมูก ตามผิวหนัง หรือบริเวณอวัยวะเพศ
  • มีแผลฟกช้ำเกิดขึ้นตามร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีจุดสีม่วงขึ้นตามผิวหนัง
  • ฮอร์โมนเพศชายลดลง และส่งผลให้หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
  • มีอาการทางระบบประสาท เช่น รู้สึกสับสน ความจำเสื่อม เป็นต้น

การใช้ชีวิตร่วมกับอาการเอดส์อย่างมีความสุข

สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยโรคเอดส์ สิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกับโรคนี้ คือ การเริ่มรักษาด้วยการใช้ยาต้านเชื้อเอชไอวีโดยเร็วที่สุด ต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อช่วยกดเชื้อไวรัสและช่วยให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังต้องไปพบแพทย์เป็นประจำตามกำหนดเพื่อติดตามอาการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเลี่ยงการกระจายหรือรับเชื้อเพิ่มด้วยการไม่ใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น ลดจำนวนคู่นอน และสวมใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้แข็งแรง โดยเลือกรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่สุกและสะอาด งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และออกไปพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูงหรือคนที่รักเพื่อให้ได้กำลังใจที่ดี ด้วยวิธีง่าย ๆ เท่านี้ ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม