ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
ยา PEP (Post-Exposure Prophylaxis)

ยา PEP (Post-Exposure Prophylaxis)

อัปเดตล่าสุด 5 ก.ย. 2567

ยา PEP (Post-Exposure Prophylaxis) หรือยาเป๊ป เป็นกลุ่มยาต้านไวรัสที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) หลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัยหรือถุงยางอนามัยฉีกขาด ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยยา PEP อาจช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีได้ถึง 80% หากรับประทานตามที่แพทย์แนะนำอย่างถูกต้อง

ยา PEP เป็นยาที่สั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น อีกทั้งยิ่งรับประทานยาเร็วเท่าใด ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีสูง โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อควรรับประทานยา PEP ภายใน 72 ชั่วโมง เพราะหากนานเกินกว่านั้น ยาอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำลง

PEP

ปริมาณการใช้ยา PEP

ยา PEP เป็นยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีที่สามารถใช้ได้กับทุกคน ทั้งเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ และผู้ที่กำลังให้นมบุตร โดยยา PEP มักประกอบด้วยยาต้านไวรัส 3 ชนิด แพทย์จะเป็นผู้เลือกใช้สูตรยา PEP ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งแต่ละสูตรอาจมีตัวยาต้านไวรัสและวิธีการรับประทานที่แตกต่างกันไป

ตัวอย่างปริมาณการใช้ยา PEP เช่น

1. ทีโนโฟเวียร์ (Tenofovir) + เอ็มตริไซตาบีน (Emtricitabine) + โดลูเทกราเวียร์ (Dolutegravir) 

รูปแบบยา ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

ยา PEP สูตรนี้ประกอบด้วยยาทีโนโฟเวียร์ (Tenofovir) ยาเอ็มตริไซตาบีน (Emtricitabine) และยาโดลูเทกราเวียร์ (Dolutegravir) โดยผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อรับประทานยาวันละ 1 เม็ด 1 ครั้งเป็น ติดต่อกันนาน 28 วัน 

2. ทีโนโฟเวียร์ (Tenofovir) + ลามิวูดีน (Lamivudine) + โดลูเทกราเวียร์ (Dolutegravir) 

รูปแบบยา ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

ยา PEP สูตรนี้ประกอบด้วยยาทีโนโฟเวียร์ (Tenofovir) ยาลามิวูดีน (Lamivudine) และยาโดลูเทกราเวียร์ (Dolutegravir) โดยผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ ควรรับประทานยาวันละ 1 เม็ด 1 ครั้ง ติดต่อกันนาน 28 วัน 

คำเตือนและข้อควรระวังจากการใช้ยา PEP

การใช้ยา PEP ให้ปลอดภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่าง ๆ เช่น

  • แจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้ง หากมีประวัติการแพ้ยาใด ๆ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา
  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการใช้ยา หากเคยมีประวัติทางสุขภาพหรือกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพใด ๆ อยู่ในปัจจุบัน
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากกำลังใช้ยา สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดอยู่ เพราะอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยาได้
  • ควรรับประทานยา PEP ในปริมาณที่แพทย์สั่งและควรรับประทานอย่างต่อเนื่องให้ครบ 28 วัน อีกทั้งยังควรรับประทานยาในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เพราะจะทำให้ระดับยาในเลือดคงที่และมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ 
  • ยา PEP เป็นยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเท่านั้น และไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ หรือป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 
  • ยา PEP เป็นยาที่ใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น หากต้องการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ควรใช้วิธีการอื่น เช่น การรับประทานยา PrEP การใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกับผู้อื่น

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา PEP

การรับประทานยา PEP มักไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ในบางกรณี อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้ เช่น

หากพบผลข้างเคียงต่าง ๆ ระหว่างการรับประทานยา PEP ผู้ใช้ยาไม่ควรหยุดยาด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ยามีประสิทธิภาพในการป้องกันลดลงได้ ทั้งนี้ หากผลข้างเคียงของยา PEP มีอาการรุนแรงหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาพบแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับยา PEP จำเป็นต้องเข้ารับคำปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี โดยควรทำทั้งหมด 2 ครั้ง คือช่วง 4–6 สัปดาห์หลังจากรับประทานยา และ 12 สัปดาห์หลังจากรับประทานยา

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม