ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

ELISA วิธีการตรวจหาโรคติดเชื้อ

อัปเดตล่าสุด 30 ม.ค. 2563

ELISA (Enzyme-linked Immunosorbent Assay) หรือ อีไลซา เป็นขั้นตอนการตรวจเลือดที่ใช้หาภาวะติดเชื้อต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น โรคไข้เลือดออก ไข้ซิก้า เชื้อเอชไอวี ไวรัสโรต้า หรือโรคท็อกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) เป็นต้น

แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจ ELISA เมื่อผู้ป่วยมีสัญญาณของการติดเชื้อ อย่างมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือต่อมน้ำเหลืองโต โดยแพทย์จะดูอาการอื่น ๆ ของผู้ป่วยร่วมกับการตรวจร่างกายว่าเข้าเกณฑ์ของโรคใด ทั้งนี้ การตรวจหาเชื้อแบบ ELISA นั้นค่อนข้างแม่นยำ แต่ในขณะเดียวกันก็มีผลข้างเคียงที่ควรทราบก่อนเข้ารับการตรวจ

ELISA

ELISA ตรวจหาโรคอะไรได้บ้าง ?

อย่างที่ได้กล่าวไปว่า ELISA นั้นใช้เพื่อตรวจหาภาวะติดเชื้อภายในร่างกาย ทั้งเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา นอกจากเชื้อโรคเหล่านี้แล้ว ยังอาจนำไปใช้ตรวจฮอร์โมนและสารก่อภูมิแพ้ภายในเลือดได้ด้วย ซึ่งตัวอย่างโรคหรือเชื้อที่ใช้วิธี ELISA ในการตรวจ เช่น โรคอีสุกอีใส โรคงูสวัด โรคไข้เลือดออก โรคโลหิตจาง โรคไลม์ เชื้อเอชไอวี เชื้อซิฟิลิส เชื้อไวรัสตับอักเสบ และโรคมะเร็งผิวหนังบางชนิด เป็นต้น

ก่อนตรวจ ELISA ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

ELISA เป็นวิธีการตรวจเลือดที่ใช้เวลาไม่นานและไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ แต่หากมีประวัติการเจ็บป่วยหลังจากการเจาะเลือดครั้งก่อน ๆ อย่างมีรอยฟกช้ำ เคยเป็นลม หรือมีอาการเลือดไหลไม่หยุด ควรแจ้งแพทย์ก่อนการเจาะเลือดทุกครั้ง เพื่อแพทย์จะได้เตรียมพร้อมและวางแผนการรักษาในระหว่างการตรวจ นอกจากนี้ หากผลการตรวจออกมาเป็นบวก ซึ่งหมายถึงการติดเชื้อจากโรคนั้น ๆ โดยเฉพาะโรคร้ายแรง ก็อาจสร้างความกดดันและความเครียดให้กับผู้ป่วยได้

ELISA มีขั้นตอนอย่างไร ?

ในเบื้องต้น หากแพทย์ประเมินอาการและสันนิษฐานว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ แพทย์อาจใช้วิธีการตรวจแบบอีไลซา ซึ่งขั้นตอนการตรวจมีดังนี้

การเก็บตัวอย่างเลือด

พยาบาลจะทำการรัดต้นแขนของผู้ป่วยด้วยสายยางหรือสายรัด เพื่อให้เส้นเลือดดูชัดขึ้น จากนั้นจะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดบริเวณตำแหน่งของเส้นเลือดที่จะเจาะ หลังเช็ดทำความสะอาดแล้วพยาบาลจะทำการแทงเข็มและเก็บตัวอย่างเลือดในปริมาณเล็กน้อย เมื่อถอนเข็มออกแพทย์จะแปะพลาสเตอร์หรือสำลีเพื่อปิดแผล

การตรวจหาเชื้อ

ตัวอย่างเลือดจะส่งต่อไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อทำการตรวจโดยเฉพาะ ซึ่งผู้ตรวจจะหยดเลือดลงไปในจานทดลองที่มีแอนติเจน (Antigen) หรือเชื้อแปลกปลอมชนิดที่แพทย์คาดว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อ จากนั้นเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์จะหยดเอนไซม์ลงไปในจานทดลอง เพื่อดูปฏิกิริยาของแอนติเจนและแอนติบอดี (Antibody) หรือสารภูมิคุ้มกันภายในเลือด หากสารในจานทดลองมีการเปลี่ยนสี นั่นอาจหมายถึงมีการติดเชื้อชนิดดังกล่าว โดยขั้นตอนในการตรวจหาเชื้อมักใช้เวลาประมาณ 1 วัน แต่ในบางกรณีอาจใช้เวลาหลายวันจนถึงเป็นสัปดาห์ขึ้นอยู่กับชนิดของการส่งตรวจ

แม้ว่าการตรวจแบบอีไลซาหรือ ELISA จะเป็นการตรวจที่ง่ายและค่อนข้างแม่นยำ แต่ก็ยังมีเปอร์เซ็นต์ที่จะผิดพลาดได้จากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ซึ่งแพทย์อาจให้ผู้ป่วยกลับมาตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยอีกครั้ง นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการตรวจอาจรู้สึกเจ็บจากการโดนเข็มแทงหรือรู้สึกกลัว บางรายอาจเกิดผลข้างเคียงหลังการตรวจ เช่น มีรอยฟกช้ำ เลือดออกผิดปกติ เป็นลม หรือแม้แต่เกิดการติดเชื้อ แต่การติดเชื้อจากการตรวจอีไลซานั้นพบได้ค่อนข้างยาก อย่างไรก็ตาม หากอาการเหล่านี้รุนแรงขึ้นหรือพบสัญญาณของการติดเชื้อ อย่างเป็นไข้ เวียนศีรษะ หรือคลื่นไส้อาเจียน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

ไปตรวจ HIV, ไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี หลังเสี่ยงมา 6 เดือน 13 วัน ผลเป็นลบ เชื่อถือได้ไหม

โดย kom 123

ดีครับคือผมไปตรวจ HIV และ ไวรัสตับ บี, ซี ที่แล็ปตรวจเลือด หลังความเสี่ยง 6 เดือน 13 วัน เป็นลบ เชื่อถือได้ยังครับ จำเป็นต้องตรวจซ้ำไหม ก่อนหน้านี้ที่ 3 เดือน ตรวจ ที่ รพ.รัฐ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 5 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ไปเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับ, CBC, HIV, HCV วันที่ 26 มิ.ย. แต่ได้ตรวจ 27 มิ.ย.ผลจะเชื่อถือได้ไหม

โดย vom 156

สวัสดีครับ ผมได้ไปตรวจเลือดที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่งประจำจังหวัด (แล็ปตรวจเลือด) เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.64 โดยตรวจ HIV, CBC, ตรวจการทำงานของตับ, และ HCV…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 5 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

การตรวจเลือดหาค่าบ่งชี้มะเร็งรังไข่ เชื่อถือได้ไหม

โดย JaneYoo

การตรวจเลือดหาค่าบ่งชี้มะเร็ง (รังไข่) ค่าที่ได้จะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดถ้าเทียบกับการตรวจ แบบ ca125 ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 7 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม