ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

โรสแมรี่ สมุนไพรสารพัดประโยชน์ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้

อัปเดตล่าสุด 25 ต.ค. 2565

โรสแมรี่ (Rosemary) เป็นสมุนไพรฝรั่งที่ถูกนำมาปลูกในไทย มีใบเล็ก ให้กลิ่นหอม มักใช้ปรุงอาหารเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติ โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ดื่มเป็นชาสมุนไพร หรือสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย นอกจากกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว โรสแมรี่ยังมีสรรพคุณต่อสุขภาพในด้านอื่นอีกด้วย    

โรสแมรี่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น ไทอะมีน (Thiamine) ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) ไนอะซิน (Niacin) โฟเลต (Folate) แมงกานีส รวมถึงมีสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) อีกหลายตัวที่อาจช่วยต้านการอักเสบหรือการติดเชื้อ และอาจช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

โรสแมรี่ สมุนไพรสารพัดประโยชน์ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้

ประโยชน์ของโรสแมรี่ต่อสุขภาพ 

แม้โรสแมรี่จะเป็นที่รู้จักในแง่ของกลิ่นหอมและการทำอาหาร แต่ยังมีการศึกษาถึงสรรพคุณของโรสแมรี่ในการดูแลรักษาสุขภาพไว้หลายประการ ดังนี้

ช่วยเสริมการทำงานของสมอง

โรสแมรี่อาจช่วยให้การทำงานของสมองในส่วนการคิดวิเคราะห์ โดยมีการศึกษาที่เชื่อว่าการสูดดมน้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรี่ช่วยป้องกันการสลายของสารแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารเคมีสำคัญในสมองที่ช่วยในการทำงานของระบบความคิด การจดจ่อ และความทรงจำ 

อีกทั้งการดื่มชาโรสแมรี่อาจช่วยปรับอารมณ์และช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ โดยคาดว่าเป็นผลมาจากการสูดดมสารประกอบในโรสแมรี่ นอกจากนี้ การใช้น้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรี่ผสมกับน้ำมันหอมระเหยชนิดอื่นในการบำบัดแบบอโรมาเธอราพี (Aromatherapy) อาจช่วยการทำงานของสมองในผู้สูงอายุที่มีอาการสมองเสื่อมหรือผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย

คลายความเครียดและเสริมคุณภาพการนอนหลับ

โรสแมรี่อาจมีประสิทธิภาพในการช่วยคลายความเครียดและความวิตกกังวล จากงานวิจัยขนาดเล็กที่ให้คนสุขภาพดีทดลองสูดดมน้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ผสมกับโรสแมรี่ประมาณ 5 นาที พบว่าระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ในน้ำลายลดลง เมื่อเทียบกับอีกกลุ่มที่ไม่ได้สูดน้ำมันหอมระเหย 

โดยระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายจะมีความความสัมพันธ์กับอารมณ์และประสิทธิภาพการนอนหลับ หากฮอร์โมนคอร์ติซอลมีมากไปแสดงถึงภาวะเครียด และอาจไปกดระบบภูมิคุ้มกันจนก่อให้เกิดปัญหาด้านการนอนหลับ อารมณ์ที่แปรปรวน หรือระบบในร่างกายทำงานผิดปกติได้

นอกจากนี้ มีการทดลองให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยรับประทานอาหารเสริมจากโรสแมรี่ วันละ 1000 มิลลิกรัม เป็นเวลา 1 เดือน พบว่าอาจช่วยลดอาการวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า รวมถึงช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ 

ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ

การใช้น้ำมันโรสแมรี่อาจช่วยบรรเทาอาการปวดในระดับไม่รุนแรงได้ โดยมีการศึกษาพบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) ที่ใช้น้ำมันโรสแมรี่ผสมกับน้ำมันหอมระเหยอื่น ๆ นวดกดจุดบริเวณหัวไหล่วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที นาน 2 สัปดาห์ มีอาการปวดหัวไหล่ลดลง 30% ขณะที่กลุ่มที่นวดกดจุดเพียงอย่างเดียวมีอาการปวดลดลงแค่ 15% 

แก้ปัญหาผมร่วงผมบาง

น้ำมันโรสแมรี่อาจช่วยบรรเทาอาการผมร่วงที่เกิดจากกรรมพันธุ์ (Androgenetic Alopecia) ได้โดยการช่วยยับยั้งเอมไซน์ที่ส่งผลให้รูขุมขนบริเวณหนังศีรษะเล็กลง ทำให้เส้นผมที่ขึ้นใหม่บางลงและสั้นลง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการผมบางหรือผมร่วงได้ง่าย

จากการศึกษาพบว่าการใช้น้ำมันโรสแมรี่ชนิดเจือจางนวดลงบริเวณหนังศีรษะวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน พบว่าเส้นผมหนาขึ้นใกล้เคียงกับการรักษาด้วยยาไมนอกซิดิล (Minoxidil) ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาอาการผมบางชนิดหนึ่ง

อีกทั้งน้ำมันโรสแมรี่อาจช่วยรักษาอาการผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) ได้ด้วย จากงานวิจัยขนาดเล็กระบุว่ากลุ่มตัวอย่างที่นวดหนังศีรษะด้วยน้ำหอมระเหยที่มีโรสแมรี่ผสมกับสมุนไพรอื่นทุกวันเป็นเวลา 7 เดือน มีอาการผมร่วงดีขึ้น 44% เมื่อเทียบกับกลุ่มตัวอย่างอีกกลุ่มที่ใช้น้ำมันโจโจบาหรือน้ำมันจากเมล็ดองุ่นที่อาการผมร่วงดีขึ้นเพียง 15%

อาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง

โรสแมรี่มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น กรดคาร์โนซิก (Carnosic Acid) และกรดโรสมารินิค (Rosmarinic Acid) ที่มีคุณสมบัติป้องกันสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์เกิดการอักเสบและเสียหายจนอาจนำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 

มีการทดลองในหลอดทดลองพบว่าสารต้านอนุมูลอิสระในโรสแมรี่มีประสิทธิภาพในการชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก จึงคาดการณ์ว่าการรับประทานชาหรือสารสกัดจากโรสแมรี่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ อาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งได้เช่นเดียวกัน 

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในข้างต้นเกี่ยวกับประโยชน์ของโรสแมรี่ยังเป็นเพียงการทดลองขั้นต้นเท่านั้น และบางส่วนเป็นการศึกษาจากสารสกัดเข้มข้นหรือรูปแบบน้ำมันหอมระเหยที่มีพืชชนิดอื่นอยู่ด้วย ไม่ใช่โรสแมรี่เพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นที่ต้องมีข้อมูลสนับสนุนอีกมาก 

ข้อควรระวังในการใช้โรสแมรี่

การรับประทานโรสแมรี่ที่เป็นส่วนประกอบในอาหารหรือการใช้โรสแมรี่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ค่อนข้างปลอดภัยต่อร่างกาย แต่การใช้ในปริมาณมากและการใช้ในผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ 

โดยข้อควรระวังในการรับประทานหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่มีส่วนผสมของโรสแมรี่มีดังนี้

  • ปริมาณที่แนะนำต่อวันสำหรับการรับประทานใบโรสแมรี่อยู่ที่ 4–6 กรัม และอาจรับประทานในรูปแบบของยาได้นานถึง 4 สัปดาห์ในคนส่วนใหญ่ ส่วนปริมาณการใช้น้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรี่ที่แนะนำต่อวันอยู่ที่ 0.1–1 มิลลิลิตร
  • การรับประทานใบโรสแมรี่หรือใช้น้ำมันโรสแมรี่ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม หากใช้ในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการอาเจียน ไวต่อแสงแดด และผิวหนังเกิดผื่นแดงได้ 
  • การรับประทานอาหารเสริมหรือสารสกัดจากโรสแมรี่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิด ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาชนิดอื่นอยู่ ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่มีอาการชัก (Seizure Disorders) หรือมีภาวะเลือดออกผิดปกติ (Bleeding Disorders) ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานโรสแมรี่ เนื่องจากอาจทำให้อาการแย่ลง
  • โรสแมรี่มีสารเคมีที่คล้ายกับยาแอสไพริน (Aspirin) การรับประทานโรสแมรี่ร่วมกับการรับประทานยาแอสไพรินอาจเพิ่มผลข้างเคียงของตัวยา และผู้ที่มีประวัติแพ้ยาแอสไพรินควรหลีกเลี่ยงการรับประทานโรสแมรี่ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นเดียวกัน
  • ผู้ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานโรสแมรี่ในรูปแบบของยาหรืออาหารเสริม เนื่องจากอาจทำให้เกิดการแท้งได้ และควรหลีกเลี่ยงการทาน้ำมันโรสแมรี่ลงบนผิวหนัง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยในขณะตั้งครรภ์
  • ผู้ที่ให้นมบุตรควรรับประทานโรสแมรี่อย่างระมัดระวัง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าสามารถรับประทานโรสแมรี่ในรูปแบบของยาได้อย่างปลอดภัยในขณะที่ให้นมบุตร
  • น้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรี่แบบบริสุทธิ์มีความเข้มข้นมาก สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ จึงควรใช้ในปริมาณน้อยหรือตามฉลากผลิตภัณฑ์เท่านั้น และควรใช้ในรูปแบบเจือจางโดยการผสมกับน้ำมันชนิดอื่นที่มีความเป็นกลาง อย่างน้ำมันโจโจบา
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรี่บริเวณใกล้ดวงตาหรือผิวหนังที่บอบบาง
  • ไม่ควรกลืนหรือรับประทานน้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรี่ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าสามารถกลืนหรือรับประทานได้อย่างปลอดภัย
  • การทาหรือสูดดมน้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรี่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ในบางคน ถ้ามีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นหลังใช้ เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก มีอาการลมพิษ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าโรสแมรี่จะมีประโยชน์ในการดูแลรักษาสุขภาพหลายประการ แต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้งานเช่นเดียวกัน ผู้ที่จะใช้ผลิตภัณฑ์จากโรสแมรี่ควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะและทำตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด รวมถึงผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงควรหลีกเลี่ยงการใช้หรือปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัย 

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

กำลังรักษาโรคซึมเศร้าและแพนิค ทานยา fluoxetine และ clonazepam สามารถทานวิตามินบีรวม โพรไบโอติกส์ และยาหอมได้ไหม

โดย Apa Rnw

สวัสดีค่ะ ตอนนี้กำลังรักษาโรคซึมเศร้าและแพนิค ทานยา ยา fluoxetine และ ยา clonazepam อยู่ค่ะ อยากทราบว่าสามารถทานพวกวิตามินบีรวมบำรุงประสาทและสมอง โพรไบโอติกส์ และ พวกยาหอม…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

การใช้ยาสมุนไพรเพชรสังฆาตต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

โดย Tor Tortrakoon

การใช้ยาสมุนไพรเพชรสังฆาต ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้างครับ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ทานยาสมุนไพรจีนเพื่อขับน้ำคาวปลาหลังคลอด แต่ให้นมอยู่ มีผลต่อเสียต่อลูกไหม

โดย U ShIn Kingpheth

สวัสดีค่ะ อยากสอบถามว่าทานยาสมุนไพรจีน ขับน้ำคาวปลาหลังคลอด ลักษณะยา กินเป็นคู่ ตัวยาเป็นสีดำ สามารถเคี้ยวหรือละลายในน้ำกินก็ได้ อยากถามว่าแม่ให้นมอยู่ มีผลต่อเสียต่อลูกไหมคะ ??…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม