ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

วิธีรับมือและป้องกันขาพลิก อุบัติเหตุที่เกิดบ่อยในชีวิตประจำวัน

อัปเดตล่าสุด 24 ก.พ. 2567

ขาพลิกเกิดได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยที่หลายคนอาจไม่ได้สนใจดูแลเพราะคิดว่าสักพักอาการคงจะหายไปเอง แต่หากเป็นรุนแรงแล้วปล่อยไว้หรือดูแลผิดวิธีอาจส่งผลต่อการเดินและสุขภาพเท้าได้ 

ขาพลิกหรือข้อเท้าแพลงเป็นอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเมื่อเส้นเอ็นข้อเท้าที่เชื่อมระหว่างกระดูกบริเวณเท้าและมีหน้าที่คอยพยุงข้อเท้าเกิดการบาดเจ็บหรือฉีกขาดออกจากกัน ส่วนใหญ่อาการมักไม่รุนแรง เช่น ปวดเมื่อลงน้ำหนักไปที่เท้า บวม และฟกช้ำ อย่างไรก็ตาม หากเราทราบวิธีการดูแลตัวเองในเบื้องต้นก็จะสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ และอาจช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นด้วย

วิธีรับมือและป้องกันขาพลิก อุบัติเหตุที่เกิดบ่อยในชีวิตประจำวัน

สาเหตุที่ทำให้ขาพลิก

ขาพลิกมักเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้ข้อเท้าบิดหรือพลิกไปจากรูปเดิมกะทันหัน เช่น การสะดุด ลื่น หรือหกล้ม โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนพื้นที่เปียกหรือพื้นที่ไม่สม่ำเสมอซึ่งมักจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย การใส่รองเท้าไม่พอดีกับขนาดเท้าหรือไม่เหมาะกับกิจกรรมที่ทำ โดยเฉพาะรองเท้าส้นสูง รวมถึงการมีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์ หรือการไม่ค่อยออกกำลังกาย ซึ่งอาจทำให้ข้อเท้ามีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นต่ำด้วย

นอกจากนี้ ขาพลิกจะเกิดขึ้นบ่อยระหว่างการเล่นกีฬาที่ต้องมีการวิ่ง ปะทะ กระแทก และใช้ข้อเท้าเป็นหลัก เช่น ฟุตบอล ตะกร้อ บาสเกตบอล รวมถึงกิจกรรมที่ต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายมากหรือกระโดดบ่อย ๆ เช่น กระโดดเชือก ยิมนาสติก บัลเลต์ หรือเชียร์ลีดเดอร์ เพราะอาจมีการลงเท้าผิดจังหวะเมื่อกระโดดถึงพื้น และทำให้ขาพลิกได้เช่นกัน

การดูแลตัวเองเมื่อเกิดอาการขาพลิก

หากเกิดอาการขาพลิกควรรีบปฐมพยาบาลให้เร็วที่สุดตามหลักการ RICE เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดอาการบวมอักเสบ และควรทำซ้ำ 2–3 วันหรือจนกว่าอาการจะดีขึ้น โดยการปฐมพยาบาลตามหลักการ RICE มีวิธีดังนี้

  • R ย่อมาจาก Rest คือการพักการใช้ข้อเท้าข้างที่ปวด โดยหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องลงน้ำหนักไปที่เท้ามาก เช่น วิ่ง กระโดด เล่นกีฬา และอาจใช้ไม้ค้ำช่วยพยุงเดินในกรณีที่เดินไม่สะดวก
  • I ย่อมาจาก Ice คือการประคบเย็นบริเวณข้อเท้าเพื่อลดอาการปวดและอาการบวม โดยประคบเป็นเวลาประมาณ 20 นาที ทุก 2–3 ชั่วโมงโดยเฉพาะในวันแรก แต่ไม่ควรใช้น้ำแข็งประคบลงบนผิวหนังโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด หรือมีการรับความรู้สึกลดลง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • C ย่อมาจาก Compression คือการรัดบริเวณข้อเท้าด้วยผ้าพันแผลแบบยืดเพื่อช่วยพยุงข้อเท้าที่บาดเจ็บและลดอาการบวม แต่ไม่ควรรัดแน่นจนเกินไปเพราะอาจทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก
  • E ย่อมาจาก Elevation คือการยกบริเวณข้อเท้าให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยเฉพาะในช่วง 2 วันแรกเพื่อลดอาการบวม โดยอาจใช้หมอนหนุนข้อเท้าให้สูงขึ้นในระหว่างการนอน 

กรณีที่มีอาการปวดมาก สามารถรับประทานยาแก้ปวดทั่วไปเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดได้ เช่น ยาพาราเซตามอล ยาไอบูโพรเฟน หรือยานาพรอกเซน แต่คนที่มีโรคประจำตัวควรระมัดระวังในการรับประทานยา โดยอาจปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน 

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการนวดบริเวณข้อเท้าด้วยความรุนแรงเพราะอาจทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิม อาจนวดเบา ๆ และทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากพยายามดูแลรักษาขาพลิกตามหลักการเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 5–7 วัน หรือมีอาการรุนแรง เช่น ข้อเท้าบิดหรือบวมผิดปกติ มีอาการปวดมาก และไม่สามารถเดินได้ ควรรีบไปพบแพทย์

ทิปง่าย ๆ ในการป้องกันขาพลิก

การป้องกันขาพลิกจะเน้นไปที่การลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหรือทำให้ข้อเท้ามีความแข็งแรงและยืดหยุ่นอยู่เสมอเพื่อช่วยลดโอกาสในการเกิดขาพลิกหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ โดยมีวิธีง่าย ๆ ดังนี้

  • เมื่อออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาควรยืดกล้ามเนื้อก่อนทุกครั้ง ใส่รองเท้าให้ถูกกับประเภทของกีฬา และสวมอุปกรณ์ป้องกันข้อเท้าในระหว่างเล่นกีฬาที่ต้องกระโดด เช่น อุปกรณ์พยุงข้อเท้าสำหรับคนเล่นตะกร้อ
  • ใช้ความระมัดระวังขณะทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมาก รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินหรือวิ่งบนพื้นผิวที่ลื่นหรือไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเดินหรือวิ่งด้วยเท้าเปล่า
  • เลือกรองเท้าที่มีคุณภาพและพอดีกับขนาดเท้าของตัวเอง หากจำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูงควรเลือกรองเท้าที่ไม่สูงจนเกินไป และอาจเลือกใส่แบบส้นตึกแทนแบบส้นเข็ม
  • รักษาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของข้อเท้าด้วยการออกกำลังกายอยู่เสมอ แต่ควรออกกำลังกายอย่างพอดีและเหมาะสมกับสุขภาพของตนเองเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

วิธีรับมือกับอาการขาพลิกที่ดีที่สุดคือการป้องกันหรือลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่อาจนำไปสู่การเกิดขาพลิก จึงควรระมัดระวังเวลาทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหว รวมทั้งควรเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้แก่ข้อเท้าอยู่เสมอ

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

ข้อเท้าพลิกมา 3 เดือน 2 เดือนแรกเจ็บข้อ เดือนที่ 3 เจ็บปวดบวมแดงใต้ฝ่าเท้ามาก เกิดจากอะไร เคยเอ็กเรย์ไม่ร้าวไม่หัก

โดย เชอร์เบท รสมะนาว

เป็นมา3 เดือนแล้วค่ะ เจ็บเส้นเอ็นรอบๆ เดินไม่ได้เลย 2 เดือนแรกเจ็บข้อดีขึ้นนิดหน่อย พอเดือนที่ 3 เจ็บปวดบวมแดงใต้ฝ่าเท้าทั้งผืนเลยค่ะ มีอาการแทรกซ้อนของโรคอะไรได้ย้างคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ข้อเท้าพลิกเมื่อคิน เสียงดังกร๊อบ เจ็บแปล๊บ ตื่นมายังไม่ดีขึ้น ควรใช้ยาอะไรหรือควรไปหาหมอไหม

โดย Jaruporn Chobtam

เมื่อคืนประมาณ 3-4ทุ่ม พื้นปูนแตกข้อเท้าเลยพลิก เสียงดังกร๊อบๆเจ็บแปล๊บ แต่พออดทนเดินต่อได้และขึ้นบันได5ชั้นได้ แต่ตอนดึกสะดุ้งตื่นเพราะปวดมาก เลยกินพาราไป2เม็ด…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เป็นข้อเท้าพลิก ผ่านมาเดือนนึงแล้ว ยังเจ็บเวลาบิดเท้า สามารถหายเองได้ไหม หรือควรไปพบแพทย์

โดย Nada Rjp

สวัสดีค่ะคุณหมอ เดือนที่แล้ว ได้เดินแล้วข้อเท้าพลิก ล้ม เลยทำการประคบเย็น จนอาการดีขึ้น เดินได้ปกติ แต่บิดเท้าไปด้านนึงไม่ได้ คิดว่าเดี๋ยวคงหายเอง ตอนนี้ผ่านมาจะครบเดือนแล้ว…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม