ผมร่วง รักษาอย่างไรได้บ้าง ?

ผมร่วง (Hair Loss) สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะกับหนังศีรษะหรือกับทุกส่วนในร่างกาย ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ยารักษาโรค หรือเงื่อนไขทางการแพทย์อื่น ๆ ผมร่วงสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ทั้งชาย หญิง และเด็ก

ผมร่วง

ตามปกติ ทุกคนจะมีผมร่วงประมาณ 100 เส้นต่อวัน แต่หากคนในครอบครัวรวมถึงตนเองมีผมร่วง อาจทำให้มีโอกาสสูญเสียเส้นผมมากกว่าปกติจนอาจทำให้หัวล้านในที่สุด (ผู้ชาย) หรืออาจพบว่าผมบริเวณด้านบนศีระษะค่อย ๆ บางลง (ผู้หญิง) โดยครึ่งหนึ่งของคนที่มีอายุประมาณ 50 ปี มักจะประสบกับปัญหานี้

การมีผมร่วงนั้นเป็นเรื่องปกติ และมักเกิดเพียงชั่วคราว แต่อาจทำให้รู้สึกไม่ดี โดยเฉพาะในเรื่องภาพลักษณ์ ซึ่งหากเป็นผมร่วงที่เกิดตามธรรมชาติหรือตามวัย อาจไม่จำเป็นต้องทำการรักษาก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในการแก้ไขปัญหาผมร่วง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการเกิดผมร่วงและหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

สาเหตุของผมร่วง

ในปัจจุบัน สาเหตุที่แท้จริงของผมร่วงยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ส่วนใหญ่อาจมีปัจจัยหลากหลายประการเช่น จากการติดเชื้อบางประเภท มีคนในครอบครัวที่มีปัญหาผมร่วง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความเครียด การทำคีโม หรือการใช้ยารักษาโรคบางชนิด  

อาการของผมร่วง

ผมร่วงอาจเกิดขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว โดยจะสังเกตได้เมื่อเรามีผมที่บางลง หรือเกิดเป็นหย่อม ๆ และอาจร่วงทั้งหมด ในส่วนของการเกิดผมร่วงที่พบได้บ่อย คือผมร่วงในผู้ชายที่เกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งมักจะเกิดผมร่วงที่ด้านหน้าจากหน้าผาก กลางศีรษะ ด้านข้างหู หรือทางด้านหลังศีรษะ สำหรับผู้หญิงมักจะเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป ผมค่อย ๆ บางลง โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบริเวณกลางศีรษะ

รักษาผมร่วงอย่างไรดี ?

ผมร่วงบางประเภทสามารถรักษาอย่างได้ผล ยกเว้นผมร่วงที่เกิดขึ้นแบบถาวร หรือในบางกรณีที่เกิดผมร่วงเป็นหย่อม ๆ จะสามารถงอกขึ้นมาใหม่เองได้ภายในหนึ่งปี

การรักษาผมร่วง ได้แก่ การใช้ยารักษา การผ่าตัด การรักษาด้วยเลเซอร์ หรือใส่วิกผม ซึ่งแพทย์อาจแนะนำการรักษาแบบผสมผสานด้วยวิธีเหล่านี้ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด เป้าหมายของการรักษาเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม และชะลอการหลุดร่วงของเส้นผม หรือเพื่อปกปิดการสูญเสียของเส้นผม

การรักษาด้วยยาทางการแพทย์

หากผมร่วงมีสาเหตุมาจากโรคประจำตัว แพทย์ก็จะรักษาโรคนั้น ๆ ซึ่งอาจรักษาโดยการใช้ยาเพื่อลดการอักเสบและยากดระบบภูมิคุ้มกัน แต่หากการใช้ยาบางชนิดมีผลข้างเคียงทำให้เกิดผมร่วง แพทย์ก็จะแนะนำให้หยุดใช้ยานั้น หรือรอจนกว่าจะไม่ต้องใช้ยานั้นแล้ว เช่น การทำคีโม เป็นต้น

ในปัจจุบันมียา 2 ชนิด ที่ได้รับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) เพื่อใช้รักษาผมร่วง ได้แก่

  • ยาไมนอกซิดิล (Minoxidil) เป็นยาที่มีทั้งชนิดน้ำและโฟม ใช้ทาที่หนังศีรษะวันละ 2 ครั้ง มีจำหน่ายตามเคาน์เตอร์ทั่วไป โดยสรรพคุณของยาชนิดนี้จะช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตของเส้นผมและช่วยป้องกันไม่ให้ผมร่วง สามารถใช้ได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ผู้ที่ใช้ยาชนิดนี้ในการรักษาจะพบว่ามีผมงอกขึ้นมาใหม่หรือสามารถชะลออัตราการเกิดผมร่วงได้ โดยจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเมื่อใช้ยาไปจนถึง 16 สัปดาห์ แต่อาจมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ได้แก่ การระคายเคืองหนังศีรษะ การเกิดผมงอกขึ้นมาในที่ที่ไม่ต้องการ เช่น ที่ใบหน้าหรือมือ และอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วได้ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา
  • ยาฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) เป็นยาที่ใช้ตามใบสั่งแพทย์และจะใช้เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น เป็นยาเม็ดที่ใช้รับประทานทุกวันหรือตามแพทย์สั่ง โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ชายที่ใช้ยานี้จะช่วยชะลอการเกิดผมร่วงและบางรายเกิดผมงอกขึ้นมาใหม่ สำหรับผลข้างเคียงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้น้อยมาก ได้แก่ มีการลดลงของแรงขับทางเพศ สมรรถภาพทางเพศ หรือเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

นอกจากนั้น มียากลุ่มสเตียรอยด์เฉพาะที่ ซึ่งจะทำงานโดยการยับยั้งระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพในการรักษาผมร่วงที่เป็นหย่อม ๆ ที่มีสาเหตุมาจากภูมิคุ้มกันทำลายรูขุมขน

การศัลยกรรม โดยส่วนใหญ่ของปัญหาผมร่วงแบบถาวรโดยเฉพาะตรงกลางศีรษะ การศัลยกรรมปลูกผมและฟื้นฟูผมเป็นอีกวิธี่ที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ ซึ่งแพทย์อาจให้มีการใช้ยาเพื่อลดผมร่วงก่อนและหลังการศัลยกรรมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้น การศัลยกรรมเพื่อรักษาศีรษะล้านนั้นมีราคาแพงและอาจทำให้เกิดความเจ็บปวด รวมไปถึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อและเกิดแผลเป็นได้

วิกผม ในบางรายอาจต้องใช้วิกผม เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกจากการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งหากการรักษาทางการแพทย์ต่าง ๆ ไม่เป็นผล วิกผมสามารถนำมาใช้ได้ทั้งกับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงทั้งแแบบถาวรและแบบชั่วคราว โดยมีวิกแบบต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ซึ่งสามารถเลือกจากคุณภาพและความเป็นธรรมชาติของวิก

เคล็ดลับป้องกันผมร่วง

ปัญหาผมร่วงสามารถป้องกันได้ ตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • การขาดโปรตีนและเหล็กเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ผมร่วง จึงควรรับประทานอาหารที่มีโภชนาการ โดยเฉพาะเพิ่มโปรตีนหรือธาตุเหล็กเข้าไปในมื้ออาหาร
  • หลีกเลี่ยงการทำทรงผมที่ต้องมัดแน่น หรือม้วนบิดผม ดึงผมเล่น
  • หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ดัดผมหรือม้วนผม การใช้น้ำมันทำทรีทเมนต์ผมและน้ำยาดัดผม
  • เวลาสระผมหรือหวีผมควรทำอย่างเบา ๆ
  • ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้ พยายามหาทางลดความเครียดในชีวิตประจำวัน หากิจกรรมทำ ฝึกปล่อยวาง และใช้ชีวิตให้สมดุล
  • การใช้ยารักษาโรคบางชนิดก็สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ทำให้ผมร่วงได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหยุดใช้ยาหรือเปลี่ยนไปใช้ยาชนิดอื่นแทน