ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

5 ยารักษาริดสีดวงที่หาซื้อได้เองและใช้ได้ผลดี

อัปเดตล่าสุด 4 ต.ค. 2567

ยารักษาริดสีดวงเป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดจากโรคริดสีดวงทวาร เช่น การอักเสบ ปวด บวม คันบริเวณทวารหนัก ขับถ่ายลำบาก และมีเลือดออกทางทวารหนัก ยารักษาริดสีดวงที่หาซื้อได้เองตามร้านขายยามีหลายประเภท และมีส่วนประกอบหลักที่แตกต่างกัน ผู้ป่วยควรปรึกษาเภสัชกรและใช้ยาตามคำแนะนำ เพื่อให้การรักษาริดสีดวงมีประสิทธิภาพ

ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) เกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก ซึ่งอาจเกิดภายในทวารหนัก หรือมีลักษณะเป็นติ่งนูนยื่นออกมาภายนอกทวารหนัก การเลือกใช้ยารักษาริดสีดวงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยรักษาอาการจากโรคริดสีดวงทวาร ป้องกันปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการรุนแรงขึ้น จึงช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยได้ดี และป้องกันการเกิดริดสีดวงทวารซ้ำในภายหลัง

HemorrhoidsDrugs

ตัวอย่างยารักษาริดสีดวงที่แนะนำ

ยารักษาริดสีดวงที่หาซื้อได้ตามร้านขายยามีทั้งชนิดยารับประทาน ยาทา และยาเหน็บ เช่น

1. ไดออสมิน 500 (Diosmin 500) 10 เม็ด/แผง

ไดออสมิน 500 เป็นยาเม็ดที่ใช้รักษาโรคริดสีดวงทวารหนักได้ทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง รวมถึงผู้มีอาการรุนแรง ใน 1 เม็ดประกอบด้วยสารสกัดกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในผักผลไม้ตามธรรมชาติ ปริมาณ 500 มิลลิกรัม ได้แก่ ไดออสมิน 450 มิลลิกรัม และเฮสเพอริดีน 50 มิลลิกรัม ซึ่งช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดที่โป่งพอง และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

ผู้ที่มีอาการริดสีดวงเฉียบพลัน ให้รับประทานยาไดออสมินพร้อมอาหารครั้งละ 3 เม็ด วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 วัน จากนั้นลดขนาดรับประทานลงเหลือครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้งต่อเนื่องกัน 3 วัน ส่วนผู้มีอาการเรื้อรัง ให้รับประทานยานี้ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร

2. เซริพร็อค เอ็น ครีม (Scheriproct N Cream) 10 กรัม

เซริพร็อค เอ็น เป็นยารักษาริดสีดวงทวารชนิดครีม ใช้ทาบริเวณที่มีอาการริดสีดวง โดยมีตัวยาสำคัญคือ ฟลูโอคอร์โตโลน พิวาเลท (Fluocortolone Pivalate) 1 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ช่วยลดการอักเสบและคันผิวหนัง และลิโดเคน (Lidocaine) 20 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ ยานี้จึงช่วยลดอาการเจ็บปวด บวม อักเสบ และคันจากริดสีดวงทวารได้

ควรใช้ยานี้หลังถ่ายอุจจาระแล้ว และก่อนทายาควรทำความสะอาดบริเวณทวารหนักก่อน จากนั้นบีบครีมปริมาณเท่าเมล็ดถั่วลงบนนิ้ว แล้วป้ายยาบริเวณรอบ ๆ และในหูรูดทวารหนัก แนะนำให้ทายาทายาเซริพร็อค เอ็น ครีมวันละ 2–3 ครั้งในระยะแรกที่เริ่มใช้ยา จากนั้นสามารถลดความถี่ลงเป็นวันละ 1 ครั้งเมื่ออาการดีขึ้น

ทั้งนี้ ไม่ควรใช้ยานี้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานเกิน 2 สัปดาห์โดยไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ และห้ามใช้ยานี้ในผู้มีโรคติดเชื้อทางผิวหนังบริเวณทวารหนัก และอาการทางผิวหนังจากอีสุกอีใสและซิฟิลิส

3. ดูปร๊อค ชนิดเหน็บ (Doproct Suppository) 10 แท่ง/กล่อง

ดูปร๊อคเป็นยารักษาริดสีดวงชนิดเหน็บทวารที่ประกอบด้วยยาไฮโดรคอร์ติโซน อะซีเตต (Hydrocortisone Acetate) 7.5 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ช่วยลดการอักเสบ บวม แดง และคันจากริดสีดวงทวารหนักทั้งภายนอกและภายใน ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) 250 มิลลิกรัม ซึ่งช่วยสมานแผลและฆ่าเชื้อ และเบนโซเคน (Benzocaine) 40 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ ช่วยบรรเทาปวด

วิธีใช้ยาดูปร๊อคชนิดเหน็บ ให้สอดยา 1 แท่งเข้าทางทวารหนัก วันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น โดยแนะนำให้ใช้ยาเหน็บหลังการขับถ่าย

4. ซิดูออล (Siduol) 10 แคปซูล/แผง

ยารักษาริดสีดวงซิดูออลเป็นยาเม็ดชนิดแคปซูล ใน 1 แคปซูลมีตัวยารูติน (Rutin) 100 มิลลิกรัม โทโคฟีรอลส์ แคลเซียม ซัคซิเนต (Tocopherol Calcium Succinate) 52 มิลลิกรัม ไลโซโซมคลอไรด์ (Lysozyme Chloride) 10 มิลลิกรัม วิตามินเค 1 (vitamin K 1) 2 มิลลิกรัม และพลูรอนิค เอฟ-68 (Pluronic F-68) 20 มิลลิกรัม 

ยานี้ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก ลดการอักเสบ ปวดบวมจากริดสีดวงทวาร โดยใช้ได้กับทั้งริดสีดวงทวารภายในและภายนอก โดยแนะนำให้รับประทานพร้อมอาหาร ครั้งละ 1–2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง 

5. ขาวละออ ยาบรรเทาริดสีดวงทวาร 10 เม็ด

ยารักษาริดสีดวงขาวละออเป็นยาสมุนไพร ใน 1 เม็ด (500 มิลลิกรัม) ประกอบด้วยเพชรสังฆาต 180 มิลลิกรัม ซึ่งช่วยลดอาการเจ็บปวด บวม อักเสบของทวารหนัก และลดความรุนแรงของการมีเลือดออก  และสมุนไพรอื่น ๆ เช่น โกฐน้ำเต้า โกฐกรักกรา และอัคคีทวาร ซึ่งช่วยลดอาการริดสีดวงทวาร และเป็นยาระบายอ่อน ๆ ทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น จึงช่วยป้องกันไม่ให้อาการริดสีดวงทวารรุนแรงขึ้นด้วย

ขนาดที่แนะนำให้รับประทานคือครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ก่อนมื้ออาหาร

การใช้ยารักษาริดสีดวงจะช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ปวดบวม คัน และอักเสบจากริดสีดวงทวาร ทั้งนี้ การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้มีอาการริดสีดวงเรื้อรัง มีอาการซ้ำบ่อย หรืออาการรุนแรงขึ้นกว่าที่เคยเป็น รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาอื่นอยู่ เด็ก และผู้ที่ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยารักษาริดสีดวง 

การใช้ยารักษาริดสีดวงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปวดท้อง เบื่ออาหาร ท้องเสีย คลื่นไส้ เวียนหัว และมีผื่นได้

ผู้ที่เป็นริดสีดวงทวารควรดูแลตัวเองด้วยการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น ดูแลความสะอาดบริเวณที่เป็นริดสีดวงอย่างสม่ำเสมอ และนั่งแช่น้ำอุ่น ซึ่งช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ มีเลือดออกขณะขับถ่าย หรือมีอาการเวียนหัว คล้ายจะเป็นลม ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป

เขียนโดย กองบรรณาธิการ POBPAD
อัปเดทล่าสุด 20 กันยายน 2567
ตรวจสอบความถูกต้องโดย กองบรรณาธิการทางการแพทย์ POBPAD

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

มีอาการคันบริเวณริดสีดวงทวารภายนอก มีติ่งยื่นออกมาสีมพู เลือดออกตอนถ่ายหนัก รักษาอย่างไร

โดย แด่มึง คลเดียว

ตอนแรกอาการคันมาก ต่อมาจะเป็นติ่งยื่นออกมามีสีชมพู พอผ่านไป1-2เดือนจะเปลี่ยนเป็นสีส้มเหมือนเมล็ดข้าวโพด จะมีเลือดออกตอนถ่ายหนักควรทำไงดีคะ ควรทานยาอะไรคะ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เป็นริดสีดวงหนัก ขับถ่ายแล้วมีติ่งยื่นออกมา มีเลือดออก สามารถซื้อยามารับประทานเองได้ไหมและควรเป็นยาอะไร

โดย popiip

อาการตอนนี้ คือ จะมีติ่งเนื้อยื่นออกมาตอนถ่ายครับ แต่สามารถหดกลับเข้าไปได้เอง ตอนถ่ายมีเลือดออกบ้างแล้วแต่ครั้งครับ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ริดสีดวงกับฝีทวารหนักเเตกต่างกันอย่างไร ซื้อยาปฏิชีวนะมาแล้ว ควรกินยาไหม

โดย Sukri Chemae

ริดสีดวงกับฝีทวารหนักเเตกต่างกันอย่างไรครับ ผมเเยกไม่ออกระหว่างริดสีดวงกับฝีทวารหนัก เเล้วเเม่ผมซื้อยาปฏิชิวนะAMOXG 500MG ผมควรกินยานี้เลยดีไหมครับ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม