ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
ไข้หวัดใหญ่ (Flu, Influenza)

การรักษาไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดใหญ่ (Flu, Influenza)

อัปเดตล่าสุด 31 พ.ค. 2567

ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่จะค่อย ๆ หายเป็นปกติได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการป่วยในเบื้องต้น โดยยาที่แพทย์หรือเภสัชกรมักแนะนำให้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ใช้มีดังนี้

ยาลดอาการคัดจมูก

ยานี้ใช้สำหรับบรรเทาอาการบวมของหลอดเลือดในจมูก ลดอาการคัดจมูก และน้ำมูกไหล

ยาต้านฮิสตามีน

ยาต้านฮิสตามีนหรือยาแก้แพ้ เป็นยาที่มีฤทธิ์ลดสารฮิสตามีน ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบและอาการแพ้ ใช้เพื่อรักษาอาการจาม คันจมูก หรือน้ำตาไหล

ยาแก้ไอและกำจัดเสมหะ

อาการไอจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อาจมีเสมหะร่วมด้วย จึงอาจใช้ยากลุ่มขับเสมหะที่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตเสมหะมากขึ้น และกระตุ้นให้ไอเพื่อให้ร่างกายขับเสมหะออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อเสมหะถูกขับออกมาแล้วก็จะทำให้อาการไอลดลง

หรืออาจใช้ยากลุ่มละลายเสมหะ เช่น ยาคาร์โบซิสเทอีน (Carbocysteine) ยาบรอมเฮกซีน (Bromhexine) ยาอะซิทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine) โดยยากลุ่มนี้จะช่วยลดความข้นเหนียวของเสมหะ จึงช่วยทำให้ขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น โดยปริมาณยาอาจขึ้นอยู่กับอายุและโรคประจำตัวของผู้ป่วย

ยาต้านไวรัส

ในประเทศไทยมีการใช้ยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) และยาซานามิเวียร์ (Zanamivir) เพื่อออกฤทธิ์ยับยั้งการกระจายตัวของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ A และ B ภายในร่างกาย ซึ่งจะใช้ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย และเสี่ยงต่อการติดเชื้อสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้น

แพทย์จะจ่ายยาต้านไวรัสสำหรับรับประทานประมาณ 5 วัน ยาโอเซลทามิเวียร์สามารถใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป ในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ก็สามารถรับยาโอเซลทามิเวียร์ได้เช่นกัน ส่วนยาซานามิเวียร์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยอายุ 7 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ การใช้ยาต้านไวรัสจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากยาต้านไวรัสอาจส่งผลข้างเคียงตามมา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน ปวดหัว คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ ท้องร่วง หากพบอาการข้างเคียงที่รุนแรงควรรีบแจ้งแพทย์และเข้ารับการรักษาเพิ่มเติม

นอกจากนี้ แพทย์ไม่แนะนำให้รับประทานยาทามิฟลู (Tamiflu) ซึ่งยาชนิดนี้ต้องให้แพทย์สั่งจ่ายเท่านั้น หากไม่มีอาการไข้หรือมีไข้แต่ไม่รุนแรงนัก เพราะจะทำให้ดื้อยาและเกิดอาการข้างเคียงอย่างการเกิดภาพหลอนตามมาได้ 

ยาปฏิชีวนะ

โดยปกติยาประเภทนี้จะไม่มีผลต่อการรักษาไวรัสโดยตรง แต่แพทย์มักแนะนำให้ใช้เพื่อรักษาภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดอักเสบจากเชื้อรา

นอกจากการรับประทานยา ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงตามเดิม

  • นอนหลับอย่างเพียงพอเพื่อพักฟื้นร่างกาย
  • ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพราะอาการไข้ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ 
  • งดการออกไปในที่สาธารณะเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ หากต้องออกไปในที่สาธารณะ ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อทางอากาศ อย่างการไอและจาม
  • หากมีอาการระคายคอหรือเจ็บคอ อาจใช้สเปรย์พ่นคอหรือยาอม โดยสามารถใช้ได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการในระยะแรก

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

ไข้หวัด/หวัดใหญ่สามารถแพร่เชื้อหลังหายได้แล้วหรือไม ถ้าผ่านมา 14 วันแล้วยังมีอาการหลงเหลือนิดหน่อย แบบนี้ปลอดภัยหรือเปล่า

โดย pondkung2536

อยากถามคุณหมอหน่อยครับว่า สำหรับอาการไข้หวัด หรือ ไข้หวัดใหญ่ ถ้าหลังผ่านไป 14 วันนับว่าหายแล้วเนื่องจากอาการอื่นๆ หายหมดแล้ว แต่อาจจะมีอาการหลงเหลือเล็กน้อยอย่าง น้ำมูกไหล ไอ…

  • 2 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

อายุ 21 ปี ฉีดวัคซีน AZ วันที่ 26 พ.ย. และมีนัดฉีด Pfizer วันที่ 7 ม.ค. จะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันที่ 9 ธ.ค. ได้ไหม

โดย Evenw

สวัสดีค่ะ ดิฉันมีเรื่องสอบถามเกี่ยวกับการฉีด วัคซีนน่ะค่ะ ดิฉันอายุ 21 ปี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 พึ่งรับวัคซีน Astrazeneca ไป นัดเข็ม 2 ฉีดวัคซีน Pfizer ใน วันที่ 7 มกราคม…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม