ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)

การวินิจฉัยโรคเบาหวาน โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)

อัปเดตล่าสุด 19 มี.ค. 2567

การวินิจฉัยโรคเบาหวานอาศัยการตรวจเลือดเพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือดเป็นหลัก ซึ่งสำหรับผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปสามารถเข้ารับบริการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานด้วยการเจาะเลือดจากสถานพยาบาล ร่วมกับการสอบถามอาการ ประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยและบุคคลในครอบครัว และการตรวจร่างกาย 

ทั้งนี้ การตรวจเลือดสามารถทำได้หลายวิธีตามหลักเกณฑ์ต่อนี้

  • การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเวลาใดก็ได้ เมื่อผู้ป่วยมีอาการของโรคเบาหวานตามที่กล่าวมาอย่างชัดเจน และตรวจเลือดเวลาใดก็ได้ โดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องอดอาหาร หากมีระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป แสดงว่าเป็นโรคเบาหวาน
  • การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ผู้ป่วยต้องงดรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ให้พลังงานอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนทำการตรวจ โดยมักตรวจในตอนเช้า หากตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป แสดงว่าเป็นโรคเบาหวาน
  • การตรวจน้ำตาลเฉลี่ยสะสม หรือฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี เป็นการตรวจเลือดเพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือดว่าผู้ป่วยสามารถควบคุมปริมาณได้ดีมากน้อยแค่ไหน เมื่อฮีโมโกลบินทำปฏิกิริยากับน้ำตาลในเลือดจึงทำให้เกิดฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี ขึ้น หากระดับน้ำตาลในเลือดมากก็จะพบฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี มากเช่นกัน ซึ่งค่าที่ได้หากพบตั้งแต่ 6.5% ขึ้นไป แสดงว่าผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน    
  • การทดสอบการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลินต่อระดับน้ำตาลในเลือด (Oral Glucose Tolerance Test: OGTT) เป็นการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด 2 ชั่วโมงหลังการดื่มน้ำที่มีน้ำตาลกลูโคสละลายอยู่ 75 กรัม หากพบระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป แสดงว่าเป็นโรคเบาหวาน

หากผู้ป่วยไม่มีอาการของโรคเบาหวานชัดเจน การตรวจด้วยวิธีทั้งหมดข้างต้นจำเป็นต้องมีการตรวจซ้ำอย่างน้อย 1 ครั้งด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งเพื่อยืนยันผลการวินิจฉัย ทั้งนี้ การวินิจฉัยที่กล่าวมานี้ใช้สำหรับการวินิจฉัยโรคเบาหวานประเภทที่ 1 และ 2 เป็นหลัก เนื่องจากการตรวจโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะมีเกณฑ์และรายละเอียดในการวินิจฉัยที่แตกต่างกันออกไป

นอกจากนี้ ระดับน้ำตาลในเลือดยังสามารถบ่งบอกว่าผู้ป่วยมีภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Prediabetis) หรือไม่ โดยดูจากปริมาณน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แต่ยังไม่สูงถึงเกณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งผู้ที่อยู่ในภาวะก่อนเป็นเบาหวานสามารถพัฒนาการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมองในอนาคตได้ง่ายขึ้น

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เป็นเบาหวานชนิดที่1 หลังฉีดอินซูลินแล้วน้ำหนักขึ้น เป็นเพราะอะไร

โดย Siraphrapha

เป็นเบาหวานชนิดที่1เพิ่งตรวจเจอ1ปีหลังฉีดอินซูลินน้ำหนักเพิ่มขึ้นจาก48เป็น64อยากทราบว่าเพราะอะไรตอนแรกน้ำตาลสะสมh1c=17ตอนนี้ลดเหลือ10แล้วตอนนี้รับประทานน้อยเพราะอะไรน้ำหนักถึงเพิ่ม…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มารดาอายุ 59 ปี เป็นเบาหวาน ตอนนี้รักษาทั้งยากินและยาฉีด ทีอาการน้ำตาลต่ำ จะขอรักษาแค่ทานยาอย่างเดียวได้หรือไม่

โดย orliurui

คุณแม่อายุ 59 ปี เป็นผู้ป่วยเบาหวาน ตอนแรกมีน้ำตาลในเลือดสะสมสูง แต่หมอรักษาจนกลับมาเป็นปกติแล้ว ไปพบหมอตามนัดมา 2 รอบแล้วหมอยังไม่ลดยาให้ คือตอนนี้หมอให้คุณแม่กินยาลดน้ำตาล…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

บิดาเป็นเบาหวานแล้วน้ำตาลลดต่ำมากจนหมดสติแบบไม่รู้ตัวไป ตอนนี้ใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ จะมีโอกาสกลับมาถอดท่อได้ไหม

โดย zneb88

สวัสดีค่ะ พ่อของหนูเป็นเบาหวาน เมื่อวันก่อนได้หมดสติในห้องน้ำจึงได้พามาที่รพ. พยาบาลบอกว่าเบาหวานลดต่ำมากถึงขั้นที่คนไข้หมดสติแบบไม่รู้ตัว ได้มีการใส่ท่อช่วยหายใจ ผ่านมา 1…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม