ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

โรคชอบขโมยของ รู้จักอาการและวิธีการรักษาอย่างเหมาะสม

อัปเดตล่าสุด 3 ต.ค. 2567

โรคชอบขโมยของ (Kleptomania) เป็นโรคทางจิตเวชที่ทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจในการลักขโมยของ ซึ่งสิ่งของที่ถูกขโมยมักไม่ใช่สิ่งของที่ต้องการใช้หรือสิ่งของที่มีราคาสูง โดยโรคชอบขโมยเป็นโรคที่สามารถบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ด้วยวิธีการรักษา เช่น การทำจิตบำบัด การใช้ยา

โรคชอบขโมยของนั้นแตกต่างกับการลักขโมยทั่วไป เนื่องจากการลักขโมยมักมีการวางแผนหรือขโมยสิ่งของที่มูลค่าสูงที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยตนเอง แต่สำหรับโรคชอบขโมยของ ผู้ที่มีอาการมักจะไม่มีการวางแผนล่วงหน้า รวมถึงมักจะลักขโมยสิ่งของเพื่อตอบสนองต่อความเครียดและความกังวลที่เกิดจากการหักห้ามใจไม่ให้ขโมยของ

Kleptomania

สังเกตสัญญาณโรคชอบขโมยของ

โรคชอบขโมยของจัดเป็นโรคในกลุ่มโรคขาดความยับยั้งชั่งใจ (Impulse Control Disorders) โดยผู้ที่เป็นโรคชอบขโมยของอาจมีอาการต่าง ๆ เช่น

  • รู้สึกอยากขโมยของบ่อยครั้ง ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และมักเป็นผู้ขโมยแต่เพียงผู้เดียว
  • ขาดความยับยั้งชั่งใจในการขโมยของต่าง ๆ ที่ไม่ได้ต้องการ
  • รู้สึกดีหรือพึงพอใจจากการขโมยของ
  • ผู้ที่เป็นโรคชอบขโมยของส่วนใหญ่มักขโมยของที่อยู่ในที่สาธารณะ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร บางรายอาจขโมยของจากเพื่อนหรือคนรู้จักด้วย
  • ของที่ขโมยมักมีมูลค่าไม่สูงมาก หรือเป็นสิ่งของที่มีสามารถซื้อได้ด้วยตนเอง
  • ของที่ถูกขโมยมักจะถูกเก็บไว้และไม่นำมาใช้งาน ถูกบริจาค มอบให้กับผู้อื่น หรืออาจส่งคืนไปยังสถานที่ที่ขโมยของมา

ผู้ที่เป็นโรคชอบขโมยของทราบดีว่าการขโมยของเป็นสิ่งที่ผิดและอาจทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้ แต่ผู้ที่เป็นโรคชอบขโมยของมักไม่สามารถควบคุมตนเอง ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ที่มีอาการดังกล่าวรู้สึกผิด เครียด หรือกังวลจากการขโมยของได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคชอบขโมยของ

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคชอบขโมยของยังไม่ชัดเจน แต่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น

  • ระดับเซโรโทนินผิดปกติ โดยเซโรโทนินเป็นสารเคมีที่ช่วยควบคุมอารมณ์และความรู้สึก หากร่างกายมีระดับเซโรโทนินต่ำเกินไป อาจส่งผลให้ขาดความยับยั้งชั่งใจที่จะขโมยของได้
  • การเสพติดพฤติกรรมการขโมยของ การขโมยของอาจทำให้ร่างกายปล่อยโดปามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกดี จึงอาจส่งผลให้เกิดการขโมยของบ่อย ๆ ในผู้ที่เป็นโรคชอบขโมยของ
  • การมีโรคทางจิตเวชอื่น ๆ โรคชอบขโมยของมักเกิดขึ้นร่วมกับโรคทางจิตเวชอื่น ๆ เช่น โรควิตกกังวล โรคการกินผิดปกติ โรคซึมเศร้า  
  • อาศัยอยู่ในครอบครัวที่มีบุคคลในครอบครัว เช่น พ่อแม่ พี่น้อง หรือญาติ เป็นโรคชอบขโมยของ โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในครอบครัวดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคชอบขโมยของสูงกว่าปกติ

วิธีรักษาโรคชอบขโมยของอย่างเหมาะสม

โรคชอบขโมยของเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ ดังนั้น หากสังเกตเห็นอาการของโรคชอบขโมยของ ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษา โดยวิธีการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น 

การรักษาโรคชอบขโมยของเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาจช่วยลดความเครียดหรือความกังวลที่เกิดจากการขโมยของโดยที่ไม่สามารถควบคุมตนเอง รวมถึงป้องกันปัญหาทางด้านกฎหมายที่อาจตามมาอีกด้วย โดยการรักษาจากจิตแพทย์อย่างต่อเนื่องอาจช่วยให้บรรเทาอาการให้ดีขึ้น และทำให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม