ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

หน้าอกไม่เท่ากัน อาจไม่อันตรายอย่างที่คิด

อัปเดตล่าสุด 23 พ.ย. 2563

หลายคนนิยามหน้าอกว่าเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับความสวยงามของผู้หญิง ทำให้คนที่มีปัญหาหน้าอกไม่เท่ากันอาจรู้สึกไม่มั่นใจทางด้านรูปลักษณ์และความสวยงามของตนเอง อีกทั้งบางส่วนอาจคิดไปว่าเป็นความผิดปกติหรือสัญญาณของโรคที่ควรได้รับการรักษา

ในความเป็นจริงแล้ว หน้าอกทั้งสองข้างที่มีขนาดไม่เท่ากันเป็นลักษณะที่พบได้ทั่วไปในเพศหญิง ส่วนมากไม่ได้เป็นอันตราย แต่มักเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย โดยในบทความนี้จะพูดถึงสาเหตุของหน้าอกไม่เท่ากัน และแนวทางแก้ไขที่อาจช่วยเพิ่มความมั่นใจให้มากขึ้น

หน้าอกไม่เท่ากัน

หน้าอกไม่เท่ากัน มีสาเหตุจากอะไร

หน้าอกที่ไม่เท่ากันมักมีขนาดที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่จะมีมวลหรือความแน่นของหน้าอกที่เท่ากัน และเมื่อมองจากภายนอกแล้วอาจไม่เห็นความแตกต่าง ซึ่งหน้าอกที่ไม่เท่ากันอาจเป็นผลมาจากสาเหตุต่อไปนี้

  • การพัฒนาของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์หรือวัยรุ่น
  • การตกไข่หรือการมีประจำเดือน
  • การตั้งครรภ์
  • การใช้ยาคุมกำเนิดหรือการรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด

ขนาดหน้าอกไม่เท่ากันที่เกิดจากสาเหตุในข้างต้นมักอยู่เพียงชั่วคราว แต่เมื่อฮอร์โมนกลับมาอยู่ในระดับปกติ หน้าอกก็จะมีขนาดเท่าเดิม ยกเว้นการพัฒนาของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น สาว ๆ จึงไม่ต้องเป็นกังวลไป

อย่างไรก็ตาม ลักษณะหน้าอกที่ไม่เท่ากันในบางคนอาจมีสาเหตุมาจากโรคหรือความผิดปกติบางอย่าง เช่น ภาวะหน้าอกขยายตัวผิดปกติในวัยเจริญพันธุ์ (Juvenile Hypertrophy of the Breast) และภาวะการเจริญของหน้าอกบกพร่อง (Breast Hypoplasia) ที่ส่งผลให้หน้าอกข้างหนึ่งมีขนาดใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด หรือภาวะไม่มีเต้านม (Amastia) ที่เป็นความผิดปกติโดยกำเนิด เป็นต้น แต่ภาวะเหล่านี้พบได้ค่อนข้างน้อย

นอกจากสาเหตุข้างต้นแล้ว หน้าอกไม่เท่ากันอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งเต้านมได้ โดยอาจสังเกตได้ว่าหน้าอกไม่เท่ากัน มวลของหน้าอกเปลี่ยนแปลงไป หรือขนาดของหน้าอกไม่เท่ากันอย่างชัดเจนเมื่อมองจากภายนอก จึงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเพื่อวิเคราะห์ลักษณะของเต้านมที่เปลี่ยนไปและหาสาเหตุให้แน่ชัดเสียก่อน ทั้งนี้ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเป็นประจำทุกปีอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาหากตรวจพบเร็ว

แนวทางแก้ไข้หน้าอกไม่เท่ากัน

อย่างที่ได้กล่าวไปว่าหน้าอกไม่เท่ากันส่วนใหญ่นั้นไม่เป็นอันตรายและมักมีขนาดแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย จึงไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่หากมองจากภายนอกแล้วรู้สึกว่าหน้าอกทั้งสองข้างแตกต่างกันจนสังเกตเห็นได้ บางคนอาจลองเลือกใช้แผ่นเสริมหน้าอกที่ช่วยให้หน้าอกดูเสมอกัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเองได้มากขึ้น

ในกรณีที่หน้าอกมีการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหันหรือรู้สึกไม่พึงพอใจขนาดของหน้าอกที่ไม่เท่ากันหรือ ควรปรึกษาแพทย์ถึงแนวทางในการรักษา ในขั้นแรกจะเป็นการสอบถามประวัติการเจ็บป่วยและตรวจร่างกายด้วยการดูลักษณะภายนอกของหน้าอก คลำเต้านมเพื่อหาความผิดปกติภายใน และหาตำแหน่งของความผิดปกตินั้น ซึ่งการตรวจร่างกายอาจช่วยให้การวินิจฉัยและการตรวจด้วยวิธีอื่นแม่นยำมากขึ้น

จากนั้นแพทย์ทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีแมมโมแกรม (Mammogram) วิธีนี้จะคล้ายกับการเอกซเรย์แต่มีลักษณะการตรวจที่ออกแบบเพื่อตรวจเต้านมโดยเฉพาะ เนื่องจากบริเวณเต้านมมีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อน นอกจากวิธีการนี้แล้ว บางรายอาจมีการตรวจลักษณะภายในเต้านมด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติม อย่างอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง หรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) ที่ใช้คลื่นแม่เหล็กและคลื่นวิทยุในการแสดงภาพภายในเต้านม ซึ่งวิธีเหล่านี้อาจช่วยระบุความแตกต่างของขนาดหน้าอก ความรุนแรง และสัญญาณของโรคได้ หากพบว่าหน้าอกไม่เท่ากันนั้นเกิดจากโรค แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดและรักษาภาวะดังกล่าวตามสาเหตุที่พบ

สุดท้ายนี้ หากหน้าอกไม่เท่ากันไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคหรือความผิดปกติ แต่ต้องการศัลยกรรมหน้าอกเพื่อความมั่นใจและจุดประสงค์ทางด้านความงามเท่านั้น ควรศึกษาข้อมูล ความเสี่ยง ราคา วิธีการดูแลที่ถูกต้องหลังการผ่าตัด ไปจนถึงสถานที่ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม