ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
ความหมาย ลิ้นไก่บวม (Swollen uvula)

ความหมาย ลิ้นไก่บวม (Swollen uvula)

อัปเดตล่าสุด 14 มี.ค. 2567

ลิ้นไก่บวม (Swollen uvula) เกิดจากอาการอักเสบของลิ้นไก่ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อทรงหยดน้ำขนาดเล็กที่อยู่บริเวณหลังคอ ทำให้เกิดอาการบวมขึ้นมา ซึ่งลิ้นไก่มีหน้าที่ในการหลั่งน้ำลายเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในช่องปากและช่วยป้องกันไม่ให้อาหารเข้าไปยังช่องด้านหลังของจมูก เมื่อลิ้นไก่มีอาการบวม อาจทำให้รู้สึกระคายเคืองได้

อาการลิ้นไก่บวมมักเกิดจากการติดเชื้อ โรคภูมิแพ้ หรือการบาดเจ็บบริเวณลิ้นไก่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเพียไม่นาน และสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการดูแลตัวเองที่บ้านหรือการใช้ยา แต่ในบางกรณี หากอาการลิ้นไก่บวมเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ก็อาจส่งผลกระทบต่อการกลืนและการหายใจ และแพทย์ก็อาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัดลิ้นไก่ด้วย

ลิ้นไก่บวม

สาเหตุของลิ้นไก่บวม

ลิ้นไก่บวมสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

  • การติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคไข้หวัด โรคไข้หวัดใหญ่ ภาวะทอนซิลอักเสบ 
  • อาการภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ควัน อาหารบางชนิด ละอองเกสรดอกไม้ หรือสะเก็ดผิวหนังของสัตว์เลี้ยง
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด รวมถึงผลข้างเคียงจากการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ภาวะสุขภาพที่เป็นมาแต่กำเนิด เช่น โรคปากแหว่งเพดานโหว่ ภาวะแองจีโออีดีมา (Angioedema)
  • ปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น การนอนกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ภาวะขาดน้ำ โรคกรดไหลย้อน รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 
  • การบาดเจ็บจากการทำหัตถการ เช่น การบาดเจ็บจากการผ่าตัดต่อมทอนซิล การบาดเจ็บจากการใส่ท่อช่วยหายใจในระหว่างการผ่าตัด

อาการลิ้นไก่บวม

อาการลิ้นไก่บวมมักจะปรากฏอาการดังนี้

  • รู้สึกคัน ระคายเคือง เจ็บปวด หรือแสบร้อนบริเวณลิ้นไก่และลำคอ
  • มีอาการบวมแดง หรือมีจุดสีขาวเกิดขึ้นบริเวณลิ้นไก่และลำคอ
  • มีอาการเจ็บคอ เป็นไข้ ไอ หรือสำลัก 
  • มีอาการกรนเมื่อหายใจออก 
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ
  • มีการผลิตน้ำลายมากกว่าปกติ

อาการลิ้นไก่บวมที่ควรไปพบแพทย์

อาการลิ้นไก่บวมโดยส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง จึงอาจไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ ทั้งนี้ หากอาการลิ้นไก่บวมไม่ดีขึ้น มีอาการเกิดขึ้นอย่างรุนแรง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ เกิดขึ้นควรไปพบแพทย์

ตัวอย่างอาการผิดปกติที่ควรไปพบแพทย์ ได้แก่

  • มีอาการลิ้นไก่บวมร่วมกับมีไข้สูงหรือมีอาการปวดท้อง
  • มีอาการบวมบริเวณใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น และลำคอ
  • มีอาการกลืนลำบาก น้ำลายไหล หรือมีปัญหาในการพูดคุย
  • มีอาการหายใจลำบาก หรือมีสัญญาณของอาการขาดออกซิเจน เช่น ริมฝีปากม่วง
  • มีสัญญาณของการเกิดภาวะขาดน้ำ เช่น วิงเวียนศีรษะ ปากแห้งแตก และปัสสาวะสีเข้ม

การวินิจฉัยลิ้นไก่บวม

ในเบื้องต้น แพทย์จะวินิจฉัยอาการลิ้นไก่บวมด้วยการตรวจช่องปากเพื่อดูความผิดปกติของลิ้นไก่ เช่น อาการอักเสบ บวมแดง หรือจุดสีขาวที่เกิดขึ้นบริเวณลิ้นไก่และลำคอ พร้อมทั้งสอบถามลักษณะอาการที่เกิดขึ้นและประวัติทางการแพทย์อื่น ๆ ของผู้ป่วย เช่น ประวัติการใช้ยา ประวัติการสูบบุหรี่ หรือประวัติอาการแพ้ต่าง ๆ หากมี

นอกจากนี้ ในบางกรณีแพทย์อาจมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถวินิจฉัยสาเหตุของการเกิดอาการลิ้นไก่บวมได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น เช่น การทดสอบอาการภูมิแพ้ทางผิวหนัง การตรวจเลือด หรือการตรวจการเพาะเชื้อ (Throat Culture) โดยใช้ตัวอย่างสารคัดหลั่งจากลำคอในการเพาะเชื้อ

การรักษาลิ้นไก่บวม

อาการลิ้นไก่บวมในหลายกรณี สามารถดูแลรักษาได้เองที่บ้านและอาการจะดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่วัน หรือสามารถหายไปเมื่ออาการที่เป็นสาเหตุของอาการลิ้นไก่บวมดีขึ้น เช่น อาการไข้หวัด หรืออาการภูมิแพ้ แต่ก็มีหลายวิธีที่สามารถช่วยรักษาและบรรเทาอาการลิ้นไก่บวมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

ตัวอย่างการดูแลรักษาอาการลิ้นไก่บวมด้วยตัวเอง เช่น การดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน การพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวจากอาการป่วยได้เร็ว การกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น เพื่อช่วยฆ่าเชื้อในช่องปากและลำคอ รวมถึงการอมยาอมแก้เจ็บคอ เพื่อช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย และส่งผลให้ช่องปากและลำคอมีความชุ่มชื้นด้วย

ส่วนตัวอย่างการรักษาอาการลิ้นไก่บวมทางการแพทย์ แพทย์จะเน้นรักษาปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุของการเกิดอาการลิ้นไก่บวม ได้แก่

การรักษาด้วยยา

การรักษาด้วยยามักใช้รักษาอาการลิ้นไก่บวมที่มีสาเหตุมาจากโรคภูมิแพ้ หรือการติดเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียอย่างโรคไข้หวัด โรคไข้หวัดใหญ่ หรือโรคทอนซิลอักเสบ ตัวอย่างยาที่ใช้รักษาปัญหาสุขภาพเหล่านี้ ได้แก่ ยาแก้แพ้ใช้รักษาโรคภูมิแพ้ทั่วไป ยาอะดรีนาลีนแบบฉีดใช้รักษาโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง และยาปฏิชีวนะใช้รักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคทอนซิลอักเสบ

การผ่าตัด

การผ่าตัดจะใช้เพื่อรักษาอาการลิ้นไก่บวมเรื้อรัง หรืออาการลิ้นไก่บวมที่มีความรุนแรง และไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ผล เช่น ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับบางรายอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดขยายหลอดลม ซึ่งก็คือการผ่าตัดลิ้นไก่ โดยแพทย์จะพิจารณาผ่าตัดนำลิ้นไก่ออกมาบางส่วนหรือผ่าตัดนำลิ้นไก่ออกมาทั้งหมดก็ได้เช่นกัน

ภาวะแทรกซ้อนของลิ้นไก่บวม

แม้ว่าอาการลิ้นไก่บวมส่วนใหญ่จะไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ในบางกรณี ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เช่น อาการลิ้นไก่บวมอาจนำไปสู่การเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับเรื้อรัง ซึ่งภาวะนี้จะส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ และการพักผ่อนไม่เพียงพอสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้อีกมากมายเลยทีเดียว

การป้องกันลิ้นไก่บวม

อาการลิ้นไก่บวมสามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงในการเกิดได้ หากปฏิบัติตามวิธีการเหล่านี้

  • หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่อาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ควัน สารเคมี และอาหารบางชนิด
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะส่งผลต่อสุขภาพช่องปาก และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งช่องปากและลำคอด้วย
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู่กับเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

มีตุ่มใสในลำคอ ไปหาหมอ บอกว่าเป็นทอนซิลอักเสบ กินยาตุ่มก็ไม่ค่อยยุม กลืนน้ำลายจะรู้สึกเจ็บคอ คอแดงๆ

โดย Be Be

ก่อนหน้านี้ไปหาหมอ หมอแจ้งว่าเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ กินยาตุ่มก็ไม่ค่อยยุม จึงใช้เวลาบ่อยมันไป พยายามไม่นึกถึง แล้วมันก็มีตุ่มขึ้นอีกค่ะ พอกลืนน้ำลายจะรู้สึกเจ็บคอ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

อายุ 22 ปี มีเจ็บคอ ลมขึ้น ไปหาหมอบอกเป็นกรดไหลย้อน ต่อมาเจ็บใต้คาง ปวดรักแร้ คลำได้ห้อน ปวดนม

โดย Kavin

สวัสดีค่ะคุณหมอ ขอเกริ่นประวัติก่อนนะคะ ก่อนหน้านี้ไปหาหมอมาหมอวินิจฉัยว่าคออักเสบและเป็นกรดไหลย้อน (มีอาการเจ็บคอ แน่นคอ มีลมขึ้นขณะกินน้ำ) ทีนี้ผ่านไปเกือบ 1 สัปดาห์…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม