ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
ยาต้านเกล็ดเลือด

ยาต้านเกล็ดเลือด

อัปเดตล่าสุด 19 ต.ค. 2561

ยาต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelet) คือ กลุ่มยาที่ใช้ลดการเกาะตัวกันของเกล็ดเลือด และช่วยป้องกันการอุดตันในหลอดเลือดหรือหัวใจ ใช้รักษาโรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ อาการเจ็บหน้าอกที่มีสาเหตุจากหัวใจ เป็นต้น นอกจากนี้ แพทย์อาจใช้ยานี้รักษาผู้ป่วยที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหัวใจ ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ผ่าตัดขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยขดลวด หรืออาจใช้ป้องกันการเกาะตัวกันของเกล็ดเลือดในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้วด้วยเช่นกัน

1880 ยาต้านเกล็ดเลือด rs

ตัวอย่างยาต้านเกล็ดเลือด

  • แอสไพริน คือ ยาบรรเทาอาการปวด ลดไข้ ลดอักเสบ แต่หากใช้ในปริมาณต่ำจะช่วยต้านเกล็ดเลือดและลดการเกิดลิ่มเลือดได้
  • โคลพิโดเกรล คือ ยาต้านเกล็ดเลือดที่ใช้ป้องกันการเกิดซ้ำของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง หรือใช้ป้องกันโรคดังกล่าวในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย
  • พราซูเกรล คือ ยาต้านเกล็ดเลือดที่มักใช้ร่วมกับแอสไพริน ใช้เพื่อป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ทิคากรีลอร์ คือ ยาต้านเกล็ดเลือดที่มักใช้คู่กับยาแอสไพริน ใช้เพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจหรือผู้ที่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจบางชนิด
  • ไดไพริดาโมล คือ ยาต้านเกล็ดเลือดที่มักใช้คู่กับยาวาร์ฟาริน เพื่อป้องกันเลือดเกาะตัวหลังการผ่าตัดลิ้นหัวใจ

คำเตือนในการใช้ยาต้านเกล็ดเลือด

  • หากใช้ยาชนิดอื่นอยู่ รวมทั้งอาหารเสริมชนิดต่าง ๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • หากใช้ยาชนิดนี้อยู่ ห้ามใช้ยาในกลุ่มเอ็นเสด เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน เป็นต้น เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกมากขึ้น
  • แพทย์อาจตรวจเลือดเพื่อดูการตอบสนองของร่างกายหลังได้รับยา และอาจปรับเปลี่ยนปริมาณยาตามความเหมาะสม
  • ไม่ควรหยุดใช้ยาหรือเปลี่ยนแปลงปริมาณยาด้วยตนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่ใช้ยาชนิดนี้ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจเสี่ยงต่อการบวมช้ำหรือมีเลือดออก
  • ผู้ที่ใช้ยาชนิดนี้ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกมากขึ้น
  • หากต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือถอนฟันในระหว่างที่ใช้ยาชนิดนี้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะยาอาจทำให้มีเลือดออกมากกว่าปกติ
  • ควรใช้ยาในเวลาเดิมทุกครั้ง เพื่อให้จำง่ายและป้องกันการลืมใช้ยา
  • สตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา เพราะยาอาจส่งผลกระทบต่อมารดาและทารกในครรภ์ได้
  • สตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา เพราะยาอาจถูกส่งไปยังทารกผ่านทางน้ำนมของมารดาได้

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาต้านเกล็ดเลือด

ยาต้านเกล็ดเลือดมีหลายชนิด ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป หากมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ยาหรือเกิดผลข้างเคียงขึ้นในระหว่างที่ใช้ยา ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัย

โดยตัวอย่างผลข้างเคียงจากการใช้ยาต้านเกล็ดเลือด มีดังนี้

  • เป็นไข้ หนาวสั่น
  • มีผื่น คันตามผิวหนัง
  • หน้าบวม มือบวม
  • เจ็บคอ กลืนลำบาก
  • ท้องเสีย ท้องร่วง
  • สับสน มีปัญหาเกี่ยวกับการพูด
  • แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก
  • หายใจถี่ หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด
  • วิงเวียนศีรษะ ไม่สามารถทรงตัวได้
  • ไอหรืออาเจียนโดยมีเลือดปน
  • หากมีแผล อาจทำให้เลือดไหลไม่หยุด
  • สตรีที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือนอาจมีเลือดออกมากกว่าปกติ
  • ปัสสาวะเป็นเลือด
  • อุจจาระเป็นสีดำหรือมีเลือดปน

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ :

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม