ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
หูดหงอนไก่ (Genital Warts)

การรักษาหูดหงอนไก่ หูดหงอนไก่ (Genital Warts)

อัปเดตล่าสุด 6 ส.ค. 2566

หูดหงอนไก่เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้ ซึ่งเมื่อแพทย์วินิจฉัยชัดเจนแล้วว่าติ่งเนื้อลักษณะผิดปกติที่ขึ้นตามอวัยวะเพศหรือทวารหนักคือหูดหงอนไก่ แพทย์จะวางแผนการรักษาหูดหงอนไก่โดยขึ้นอยู่กับปริมาณหูดหงอนไก่ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ในขณะที่ทำการรักษาผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองเพื่อช่วยลดอาการระคายเคืองบริเวณแผล และทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น ดังนี้

  • แช่น้ำอุ่นอย่างน้อยวันละ 10–15 นาที เพื่อช่วยให้รู้สึกสบายแผลมากขึ้น
  • ล้างบริเวณที่มีหูดหงอนไก่ด้วยน้ำอุ่นเบา ๆ เพื่อรักษาความสะอาด แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้มือถูเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคืองตามมา
  • พยายามให้บริเวณที่มีหูดหงอนไก่แห้งอยู่เสมอ เพื่อลดอาการระคายเคืองและลดการอับชื้น โดยทุกครั้งหลังทำความสะอาดควรใช้ไดร์เป่าผมเป่าบริเวณแผลอย่างห่าง ๆ จนแห้ง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดหรือถูบริเวณหูดหงอนไก่ เพราะอาจทำให้เกิดการเสียดสีและติดเชื้อได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาทาชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะยาเหล่านี้ไม่สามารถรักษาหูดหงอนไก่ได้ และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้นด้วย

การรักษาด้วยยา

การรักษาด้วยยาเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ ซึ่งเป็นยาที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ และมักใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงเท่านั้น เพราะจะใช้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างชัดเจน ตัวอย่างยาที่มักใช้รักษาหูดหงอนไก่มีดังนี้

  • ยาโพโดฟีโลทอกซิน (Podophylotoxin: PPT) ซึ่งตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ภายในหูด แต่เป็นยาที่มีผลข้างเคียงหลายประการ เช่น ทำให้ผิวหนังระคายเคือง เป็นแผล และรู้สึกปวด 
  • ยาไตรคลอโรเซติกแอซิด (Trichloroacetic Acid: TCA) ซึ่งตัวยาจะออกฤทธิ์ทำให้โปรตีนภายในหูดเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เซลล์ตาย และทำให้หูดที่มีก้านค่อย ๆ หลุดออกไปภายใน 2–3 วัน แต่ในขณะที่หูดหลุดออกอาจทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองหรือมีเลือดออก
  • ยาอิมิควิโมด (Imiquimod) ซึ่งตัวยาจะออกฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ และช่วยให้อาการของหูดหงอนไก่ลดลง แต่มีผลข้างเคียงคืออาจทำให้เกิดผื่นขึ้นตามตัวได้เป็นบางแห่ง

วิธีการใช้ยาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดคือ ก่อนทายาควรปัสสาวะให้เรียบร้อย ทำความสะอาดบริเวณที่มีหูดหงอนไก่และเป่าให้แห้งก่อนแล้วจึงค่อยทายา เพราะหลังจากทายาแล้วไม่ควรให้บริเวณที่ทายาโดนน้ำอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมง

การรักษาด้วยการทำหัตถการ

ในกรณีที่หูดมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะรักษาด้วยยา หรือการใช้ยาไม่ได้ผล รวมถึงในกรณีที่ผู้ป่วยกำลังตั้งครรภ์ แพทย์อาจพิจารณาให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยหัตการต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้หูดหงอนไก่ส่งผลต่อทารกเมื่อคลอดได้ โดยหัตถการที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่

  • การจี้ด้วยความเย็น (Cryotherapy) เป็นการผ่าตัดโดยใช้ความเย็นจากไนโตรเจนเหลวกำจัดหูดออกไป วิธีนี้จะทำให้ผิวหนังบริเวณหูดกลับมาเป็นปกติได้ ซึ่งจำเป็นต้องกลับมาทำซ้ำเพื่อกำจัดหูดให้หมด การรักษาด้วยวิธีนี้อาจก่อให้เกิดอาการเจ็บบริเวณที่ถูกจี้และมีอาการบวมได้
  • การจี้ด้วยไฟฟ้า (Electrocautery) วิธีนี้มีขั้นตอนคล้ายกับการจี้ด้วยความเย็น แต่จะใช้กระแสไฟฟ้าในการกำจัดหูดแทน โดยหลังจากการรักษาผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บปวดบริเวณแผล และอาจมีอาการบวมร่วมด้วย ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น
  • การผ่าตัดเพื่อตัดติ่งเนื้อ (Surgical Excision) เป็นการผ่าตัดที่ต้องใช้ยาชาหรือยาสลบ โดยแพทย์จะใช้อุปกรณ์พิเศษในการผ่าตัด เมื่อเสร็จสิ้นการรักษาแล้วอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นจนกว่าจะหายปวด
  • การรักษาด้วยเลเซอร์ (Laser Treatments) เป็นการรักษาที่ใช้แสงเลเซอร์ในการกำจัดหูด โดยมีราคาค่อนข้างสูง ทำได้ยาก และมีผลข้างเคียงในการรักษาคืออาจก่อให้เกิดแผลเป็นและทำให้รู้สึกเจ็บที่บริเวณแผลได้ด้วย

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายหญิงเคยเป็นหูดหงอนไก่ รักษาแล้วเมื่อปี 63 และฉีดวัคซีนแล้ว ถือว่าหายหรือยัง มีเพศสัมพันธ์ได้ไหม

โดย ttpop

แฟนเคยเป็นหูดหงอนไก่ และรักษาแล้วเมื่อปี 63 ฉีดวัคซีนครบ 3 เข็มแล้วตอนช่วง พ.ค.64 ตอนนี้ไม่มีอาการอะไรผิดปกติ ถือว่าหายแล้วหรือยังครับ สามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้ตามปกติเลย…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

แฟนเพศชายเป็นหูด ไปตรวจ HPV แล้วไม่พบเชื้อ จะมีโอกาสติดเชื้อได้อยู่ไหม ถ้าฉีดวัคซีนจะช่วยอะไรได้ไหมหากรับเชื้อมาแล้ว

โดย sansan

ตอนแรกแฟนเป็นตุ่มขึ้นที่อวัยวะเพศชาย คิดว่าเป็นแค่สิว จึงไม่ได้ป้องกันตอนมีอะไรกันค่ะ หลังจากนั้น เราไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และตรวจหาเชื้อ HPV (วันที่ 12/11/65)รอผล3สัปดาห์…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

สงสัยว่าจะเป็นหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศหญิง รักษาอย่างไร

โดย Sumou

สวัสดีค่ะคุณหมอ คือกำลังสงสัยว่าตัวเองน่าจะเป็นหูดหงอนไก่อยู่ค่ะ มีอาการคันและมีติ่งเนื้อจำนวนหนึ่งบริเวณปากช่องคลอดสองข้าง ตอนนี้วิตกมากเลยค่ะ สามารถรักษาเองที่บ้านได้มั้ยคะ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม