Betahistine

Betahistine

Betahistine (เบตาฮีสทีน) เป็นยาบรรเทาและป้องกันอาการเวียนศีรษะจากน้ำในหูไม่เท่ากันหรือโรคเมเนียส์ เชื่อกันว่ายามีกลไกการทำงานที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบริเวณหูชั้นใน ซึ่งจะช่วยลดจำนวนของเหลวภายในหูชั้นใน และป้องกันอาการป่วยจากน้ำในหูไม่เท่ากัน เช่น อาการเวียนศีรษะ เป็นต้น

ยา Betahistine มีข้อห้ามใช้และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ ดังนั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรเสมอ

Betahistine

เกี่ยวกับยา Betahistine

กลุ่มยา ยารักษาอาการวิงเวียนศีรษะ
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์ 
สรรพคุณ รักษาและป้องกันอาการเวียนศีรษะจากน้ำในหูไม่เท่ากัน
กลุ่มผู้ป่วย ผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยารับประทาน

คำเตือนการใช้ยา Betahistine

  • ก่อนใช้ยานี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีโรคประจำตัวหรือประวัติการเจ็บป่วยด้วยภาวะต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ โรคหืด แผลในกระเพาะอาหาร และเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต เพราะตัวยาอาจไม่เหมาะสมกับการรักษาผู้ที่มีโรคหรือภาวะดังกล่าว โดยมักใช้รักษาในกรณีจำเป็นเท่านั้น
  • ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีประวัติแพ้ยาชนิดนี้ หรือกำลังใช้ยาชนิดอื่น ๆ อยู่ ทั้งยาที่สั่งโดยแพทย์ ยาที่ซื้อใช้เอง รวมถึงยาจากการรักษาโดยแพทย์ทางเลือก เช่น ยาสมุนไพร เป็นต้น
  • หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพมารดาและทารก เพราะแพทย์จะพิจารณาใช้ยานี้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดหรือการรักษาฟัน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่ากำลังใช้ยานี้
  • ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในผู้ป่วยเด็ก

ปริมาณการใช้ยา Betahistine

รักษาน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือโรคเมเนียส์ (Meniere's disease)

ผู้ใหญ่  

Betahistine HCl เริ่มรับประทาน 8-16 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง จากนั้นรับประทานต่อเนื่อง 24-48 มิลลิกรัม/วัน

Betahistine Mesilate รับประทานปริมาณ 6-12 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง

ทั้งนี้ ปริมาณยาและระยะเวลาในการใช้ยาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาด้วย

การใช้ยา Betahistine

  • ควรใช้ยาตามฉลากหรือตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้ยาในปริมาณที่มากกว่า น้อยกว่า หรือติดต่อกันนานเกินกว่าที่แพทย์แนะนำ หากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • ให้รับประทานยา Betahistine พร้อมน้ำเปล่า และควรรับประทานยาพร้อมมื้ออาหาร เพื่อลดผลข้างเคียงของยาที่อาจทำให้คลื่นไส้ ท้องอืด หรือแน่นท้อง แต่การรับประทานยาพร้อมมื้ออาหารอาจทำให้การดูดซึมยาช้าลงได้เช่นกัน
  • ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน เพื่อป้องกันการลืมรับประทานยา
  • หากซื้อยาอื่น ๆ มาใช้เอง ควรสอบถามเภสัชกรว่าใช้ร่วมกับยา Betahistine ได้หรือไม่ เพราะหากใช้ยานี้ร่วมกับยาแก้แพ้บางชนิด อาจทำให้ประสิทธิภาพทางการรักษาของยา Betahistine ลดลงได้
  • ไม่ควรให้ผู้อื่นใช้ยานี้ แม้จะมีอาการป่วยที่ใกล้เคียงกันก็ตาม
  • หากลืมรับประทานยาตามเวลาที่กำหนด ให้รับประทานยาทันที แต่หากใกล้ถึงช่วงเวลารับประทานยารอบถัดไป ให้ข้ามไปรับประทานยารอบต่อไป และไม่ควรเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า
  • ควรเก็บยาไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นจากแสงแดด ความชื้น และความร้อน
  • หากยาหมดอายุ ให้ทิ้งทันที

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Betahistine

การใช้ยา Betahistine อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย ท้องไส้ปั่นป่วน ส่วนผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่อาจเกิดขึ้นได้ ได้แก่ ท้องอืด ไม่สบายท้อง หรือเกิดภูมิแพ้ที่ผิวหนัง เช่น มีผื่นขึ้นและคันตามผิวหนัง หากพบว่าผิวหนังเกิดอาการแพ้ ในเบื้องต้นให้ผู้ป่วยใช้ครีมทาผิวช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อบรรเทาอาการ แต่หากอาการไม่หายไปแต่กลับแย่ลง รวมถึงพบความผิดปกติอื่น ๆ เกิดขึ้นหลังใช้ยา ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร