Amantadine (อะแมนตาดีน)

Amantadine (อะแมนตาดีน)

Amantadine (อะแมนตาดีน) เป็นยาต้านไวรัสที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของไวรัสในร่างกาย ใช้ในการรักษาและป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ โดยจะช่วยบรรเทาอาการที่รุนแรงให้ผู้ป่วยกลับมามีสุขภาพดีเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงใช้รักษาโรคพาร์กินสันและอาการที่คล้ายโรคพาร์กินสันอย่างกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง สั่น และการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ที่ควบคุมไม่ได้ที่เกิดจากการใช้ยาบางชนิด นอกจากนี้ อาจนำยานี้มาใช้รักษาอาการอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ด้วย

อย่างไรก็ตาม ยา Amantadine อาจใช้ไม่ได้ผลในทุก ๆ ช่วงฤดูกาลของไข้หวัดใหญ่ เพราะเชื้อไวรัสบางสายพันธุ์อาจดื้อยาชนิดนี้ และไม่ควรใช้ยานี้ในพื้นที่ที่มีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กับประชาชนเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมโรคยังแนะนำให้คนทั่วไปเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีด้วย เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๆ

เกี่ยวกับยา Amantadine

กลุ่มยา ยาต้านไวรัส
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ รักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และโรคพาร์กินสัน
กลุ่มผู้ป่วย เด็ก ผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยารับประทาน
การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ Category C จากการศึกษาในสัตว์พบว่า ทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์สัตว์ แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์ หรือไม่มีข้อมูลเพียงพอในการศึกษาทดลองในมนุษย์และสัตว์ ควรใช้ยาเมื่อพิจารณาแล้วว่า มีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อทารกในครรภ์กลุ่มยา

1976 Amantadine rs

คำเตือนในการใช้ยา Amantadine

  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยา หากมีประวัติแพ้ยาหรือส่วนประกอบของยาชนิดนี้ รวมถึงยาและสารอื่น ๆ เพราะยาอาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการแพ้ยาหรือเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาได้
  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการใช้ยาหากป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน เพราะอาจมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาตามมาได้
  • ผู้ป่วยโรคไตในระดับรุนแรงไม่ควรใช้ยานี้ และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาหากป่วยเป็นโรคตาบางชนิด อย่างต้อหินมุมปิดที่ยังไม่ได้รับการรักษา
  • ไม่ควรใช้ยานี้หากผู้ป่วยได้รับการพ่นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทางจมูกในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และห้ามพ่นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทางจมูกขณะใช้ยา เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงและไม่อาจป้องกันโรคได้อย่างเต็มที่ หากจำเป็นต้องใช้ยา หลังพ่นวัคซีนครั้งสุดท้ายให้เว้นช่วงอย่างน้อย 2 วันก่อนใช้ยานี้  
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากผู้ป่วยมีอาการง่วงซึมตอนกลางวันที่เกิดจากการนอนหลับผิดปกติหรือการใช้ยา มีอาการชัก เผชิญภาวะคั่งน้ำ ภาวะหัวใจวาย โรคเกี่ยวกับตับและไต ความดันโลหิตต่ำ เป็นลมบ่อย โรคผิวหนังอักเสบ ต้อหิน พิษสุราเรื้อรัง เสพติดยา มีการเจ็บป่วยทางจิตใจ มีอาการทางจิต และมีความคิดหรือความพยายามฆ่าตัวตาย
  • ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ขณะใช้ยานี้ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้
  • หลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ การใช้เครื่องจักร หรือการทำกิจกรรมที่ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะยานี้อาจทำให้ง่วงระหว่างวันและส่งผลให้เกิดอันตรายได้
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานยาลดความอ้วน ยาที่เป็นคาเฟอีน และยากระตุ้นอื่น ๆ อย่างยารักษาโรคสมาธิสั้น โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะการรับประทานยาดังกล่าวร่วมกับยา Amantadine อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้
  • หากผู้ป่วยที่ใช้ยานี้ในการรักษาอาการโรคพาร์กินสันมีอาการดีขึ้น ควรออกกำลังกายแต่พอดี เพราะอาจเสี่ยงต่อการหกล้มเพิ่มขึ้นได้
  • ควรลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอนอย่างช้า ๆ ขณะใช้ยานี้ เพื่อลดอาการเวียนศีรษะและวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม
  • ผู้ป่วยสูงอายุมักมีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงขณะใช้ยานี้ได้มากกว่าวัยอื่น เนื่องจากไตมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ทำให้กำจัดยาออกจากร่างกายได้ยากขึ้น
  • สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ควรปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดก่อนใช้ยา เพราะตัวยาอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้
  • ไม่ควรให้นมบุตรขณะใช้ยานี้ เพราะยาอาจซึมผ่านน้ำนมมารดาและเป็นอันตรายต่อทารกได้
  • ไม่นำยานี้มาใช้รักษาไข้หวัดใหญ่ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี

ปริมาณการใช้ยา Amantadine

ปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา โดยมีตัวอย่างการใช้ยา ดังนี้

โรคพาร์กินสัน
ตัวอย่างการใช้ยา Amantadine เพื่อรักษาโรคพาร์กินสัน

ผู้ใหญ่ เริ่มต้นรับประทานยาปริมาณ 100 มิลลิกรัม/วัน และเพิ่มปริมาณยาเป็น 100 มิลลิกรัม 2 ครั้ง/วันหลังรับประทานยา 1 สัปดาห์ขึ้นไป โดยเพิ่มปริมาณยาสูงสุดไม่เกิน 400 มิลลิกรัม/วัน

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป รับประมาณยาในปริมาณน้อยที่สุดตามดุลยพินิจของแพทย์

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ
ตัวอย่างการใช้ยา Amantadine เพื่อรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ

ผู้ใหญ่ รับประทานยาปริมาณ 100 มิลลิกรัม/วัน เป็นระยะเวลา 5 วัน

เด็กที่มีอายุ 10-15 ปี รับประทานยาปริมาณ 100 มิลลิกรัม/วัน

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป รับประทานยาปริมาณน้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/วัน หรือรับประทานยาปริมาณ 100 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลาห่างกันมากกว่า 1 วันขึ้นไป  

ตัวอย่างการใช้ยา Amantadine เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ

ผู้ใหญ่ รับประทานยาปริมาณ 100 มิลลิกรัม/วัน เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ในกรณีที่ใช้ยาร่วมกับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ให้รับประทานยาเป็นระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์หลังการฉีดวัคซีน

เด็กที่มีอายุ 10-15 ปี รับประทานยาปริมาณ 100 มิลลิกรัม/วัน

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป รับประทานยาปริมาณน้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/วัน หรือรับประทานยาปริมาณ 100 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลาห่างกันมากกว่า 1 วันขึ้นไป    

โรคงูสวัด
ตัวอย่างการใช้ยา Amantadine เพื่อรักษาโรคงูสวัด

ผู้ใหญ่ รับประทานยาปริมาณ 100 มิลลิกรัม 2 ครั้ง/วัน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ หากยังมีอาการปวดอยู่ อาจรับประทานยาต่อเนื่องอีก 2 สัปดาห์

อาการเคลื่อนไหวผิดปกติที่เกิดจากการใช้ยา
ตัวอย่างการใช้ยา Amantadine เพื่อรักษาอาการเคลื่อนไหวผิดปกติที่เกิดจากการใช้ยา

ผู้ใหญ่ รับประทานยาปริมาณ 200 มิลลิกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน 2 ครั้ง หากจำเป็นให้เพิ่มปริมาณเป็น 300 มิลลิกรัม/วัน

การใช้ยา Amantadine

  • ใช้ยาตามฉลากและตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยแพทย์อาจปรับปริมาณยาในบางครั้ง หากมีข้อสงสัยใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานยาเสมอ
  • ผู้ป่วยที่ใช้ยานี้ในการรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ควรเริ่มรับประทานยาภายใน 1-2 วัน หลังมีอาการเกิดขึ้น และควรใช้ยาให้ครบกำหนดตามที่แพทย์สั่งแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว
  • รับประทานยานี้พร้อมหรือไม่พร้อมมื้ออาหารก็ได้ หรือแพทย์อาจให้ผู้ป่วยรับประทานยาก่อนนอนเท่านั้น
  • ควรวัดปริมาณยาชนิดน้ำด้วยช้อนหรือถ้วยตวงยาโดยเฉพาะก่อนใช้ยาเสมอ
  • ห้ามบด เคี้ยว หรือหักยา แต่ให้กลืนยาลงไปทั้งเม็ด
  • หากผู้ป่วยกลืนยาแคปซูลไม่ได้ อาจรับประทานโดยการแกะแคปซูลและนำผงยาภายในมาผสมกับเครื่องดื่มที่มีรสหวานแทน ทั้งนี้ ควรรับประทานยาให้หมดในครั้งเดียวและไม่เก็บไว้ใช้ในครั้งหน้า หรือไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรับประทานยาอย่างเหมาะสมต่อไป
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น หรือมีไข้ร่วมกับปวดศีรษะ ไอ มีผื่นที่ผิวหนัง หรือมีอาการอื่น ๆ
  • ผู้ป่วยที่ใช้ยานี้รักษาอาการของโรคพาร์กินสันไม่ควรหยุดใช้ยาอย่างกะทันหัน เพราะอาจเกิดอาการถอนยาได้
  • หากต้องการหยุดใช้ยาควรปฏิบัติตามวิธีการลดปริมาณยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • หากผู้ป่วยลืมรับประทานยา ให้รับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ หากใกล้ช่วงเวลาของยารอบถัดไป ให้ข้ามไปรับประทานยาตามเวลาปกติ โดยห้ามเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า
  • หากผู้ป่วยใช้ยาเกินปริมาณที่กำหนด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยอาจมีอาการรุนแรง เช่น สับสน มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป ปวดศีรษะอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง มีปัญหาเกี่ยวกับความสมดุลของร่างกายและการเดิน มีปัญหาในการหายใจ หัวใจเต้นเร็ว และชัก เป็นต้น
  • เก็บยาไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้ห่างจากความชื้น ความร้อน และแสงแดด โดยเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง รวมถึงปรึกษาวิธีการเก็บรักษายาและการกำจัดยาที่ถูกต้องจากแพทย์และเภสัชกรด้วย

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Amantadine

โดยปกติ ยา Amantadine มักทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น เวียนศีรษะ หกล้ม ปากแห้ง ขาหรือเท้าบวม คลื่นไส้ ท้องผูก หรือนอนไม่หลับ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรหยุดใช้ยาและไปพบแพทย์ทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • มีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง เช่น มีผื่น มีอาการลมพิษ หายใจลำบาก คันและบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น และคอ เป็นต้น
  • มีปฏิกิริยาทางระบบประสาทอย่างรุนแรง เช่น กล้ามเนื้อแข็งเกร็งมาก มีไข้สูง มีเหงื่อออก สับสน หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นไม่สม่ำเสมอ สั่น เป็นต้น
  • มีอาการชัก
  • มีภาวะซึมเศร้า ก้าวร้าว มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป หลอน และมีความคิดทำร้ายตัวเอง
  • ปัสสาวะยากหรือปัสสาวะแสบขัด
  • หายใจไม่อิ่มหรือไม่สม่ำเสมอ
  • วิงเวียนศีรษะคล้ายจะหมดสติ
  • เซื่องซึมอย่างรุนแรง และรู้สึกง่วงทันทีแม้จะเพิ่งตื่น
  • เกิดแรงกระตุ้นที่ผิดปกติ เช่น แรงกระตุ้นทางเพศ แรงกระตุ้นในการเล่นพนัน เป็นต้น

นอกจากนี้ หากผู้ป่วยพบผลข้างเคียงหรือความผิดปกติอื่น ๆ ควรรีบแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบด้วยเช่นกัน