ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
โรคหัวใจ (Heart Disease)

สาเหตุของโรคหัวใจ โรคหัวใจ (Heart Disease)

อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2566

สาเหตุของโรคหัวใจแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันไป เนื่องจากหัวใจประกอบด้วยการทำงานของหลายส่วนร่วมกัน โดยโรคหัวใจแต่ละชนิดมีสาเหตุดังนี้

โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคหลอดเลือดหัวใจหมายถึงความบกพร่องของหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมีหลากหลายชนิด แต่ส่วนมากมักใช้เรียกภาวะหลอดเลือดแดงตีบ ซึ่งเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจที่พบได้บ่อยที่สุด และเป็นภาวะที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อหัวใจหรือหลอดเลือดหัวใจตามมา

ภาวะหลอดเลือดแดงตีบเกิดจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือดแดงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผนังของหลอดเลือดหนาและแข็งตัว เป็นอุปสรรคต่อการไหลเวียนของเลือดผ่านหลอดเลือดแดง ส่งผลให้อวัยวะและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับหลอดเลือดแดงดังกล่าวได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ และเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันตามมาได้

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบจะยิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุมาก มีความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูงhttps://www.pobpad.com/คอเลสเตอรอลสูง ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ป่วยโรคอ้วน อีกทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เช่น การรับประทานอาหารไม่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย มีน้ำหนักมากเกิน หรือสูบบุหรี่

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ผู้ที่มีสุขภาพดีและหัวใจทำงานเป็นปกติมักมีโอกาสน้อยที่จะพัฒนาไปเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยปราศจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น การถูกไฟฟ้าช็อต หรือการใช้สารเสพติดกระตุ้น

แต่บางครั้งภาวะเครียด พักผ่อนน้อย และการไม่ได้ออกกำลังกายก็อาจส่งผลให้เกิดอาการของหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ แต่จะเป็นชนิดที่ไม่เกิดอันตราย หรือเพียงสร้างความรำคาญเท่านั้น

ส่วนผู้ป่วยที่หัวใจทำงานผิดปกติหรือมีปัญหาอยู่แล้ว อาจทำให้กระแสไฟฟ้าในหัวใจไม่สามารถผ่านไปทั่วหัวใจได้ตามปกติ รวมทั้งเป็นจุดที่สร้างสัญญาณไฟฟ้าที่ผิดปกติเอง จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเต้นผิดปกติได้ง่ายกว่า

โดยผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ อาจยิ่งมีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคหัวใจเต้นผิดปกติตามมา

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจ
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • มีความดันโลหิตสูง
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป
  • ใช้สารเสพติด
  • ใช้ยา อาหารเสริม หรือการใช้สมุนไพรบางชนิด
  • เครียด

โรคกล้ามเนื้อหัวใจ

สาเหตุของโรคกล้ามเนื้อหัวใจนะขึ้นอยู่กับโรคกล้ามเนื้อหัวใจแต่ละชนิด ได้แก่

  • กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด โดยอาจเป็นผลจากการไหลเวียนของเลือดไปสู่หัวใจที่ลดน้อยลง การติดเชื้อ การได้รับสารพิษหรือยาบางชนิด รวมถึงการได้รับพันธุกรรมถ่ายทอด 
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา ผู้ป่วยมักมีกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ โดยมักเป็นผลจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือเกิดการพัฒนาของโรคไปตามเวลา เนื่องจากอายุที่มากขึ้นหรือความดันโลหิตที่สูงขึ้น
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจถูกบีบรัด หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจที่แข็งและยืดหยุ่นน้อยลง โดยอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเป็นผลจากการป่วยเป็นโรคอื่น ๆ เช่น โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผิดปกติ ภาวะที่ร่างกายสร้างหรือได้รับธาตุเหล็กมากเกิน หรืออาจเป็นผลจากกระบวนการรักษาโรคมะเร็ง อย่างการทำเคมีบำบัดและการใช้รังสีบำบัด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมักเกิดขึ้นระหว่างที่ทารกอยู่ในครรภ์ หรือประมาณ 1 เดือนหลังจากการตั้งครรภ์ โดยขณะที่หัวใจของทารกกำลังมีการพัฒนา โรคนี้ก็เกิดขึ้นไปพร้อมกัน และจะส่งผลให้การไหลของเลือดในหัวใจเกิดความเปลี่ยนแปลง ซึ่งสาเหตุของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดอาจเป็นผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น โรคชนิดอื่น การใช้ยา การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ และการได้รับพันธุกรรมถ่ายทอด

ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทารกในครรภ์เท่านั้น ในบางรายที่มีอาการของโรครุนแรงน้อยกว่า อาการอาจพัฒนาขึ้นได้ภายหลังเมื่ออายุมากขึ้น

โรคลิ้นหัวใจ

เกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย เช่น

  • มีลิ้นหัวใจผิดปกติมาแต่กำเนิด เช่น ขนาดของลิ้นผิดปกติ ใบลิ้นทำงานบกพร่อง หรือใบลิ้นยึดติดไม่พอดี
  • เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นตามมาจากโรคชนิดอื่น เช่น ไข้รูมาติก โรคที่เกิดจากการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียไม่หมดจนเชื้อแพร่ไปสู่หัวใจ โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผิดปกติ

โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ

โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และลิ้นหัวใจอักเสบ มีสาเหตุมาจากสิ่งก่อความระคายเคืองอย่างเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ปรสิต หรือสารเคมีที่แพร่เข้าไปยังหัวใจ และเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในที่สุด

ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ

นอกจากสาเหตุของโรคหัวใจแต่ละชนิดที่กล่าวไปแล้ว ปัจจัยและพฤติกรรมต่าง ๆ ที่สามารถเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ยังมีดังนี้

  • อายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อหลอดเลือดแดงหัวใจตีบลงก็ยิ่งเพิ่มสูง และยังเสี่ยงต่อกล้ามเนื้อหัวใจที่อ่อนแอลงหรือหนาขึ้นอีกด้วย
  • เพศชาย มีโอกาสเกิดโรคหัวใจได้มากกว่าเพศหญิง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจในเพศหญิงจะเพิ่มขึ้นเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน 
  • บุคคลในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคหัวใจจะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีบิดาหรือมารดาหรือญาติที่ป่วยเป็นโรคหัวใจเร็วเกินควร โดยในผู้ชายนับที่ก่อนอายุ 55 ปี ส่วนในผู้หญิงก่อนอายุ 65 ปี
  • โรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานนั้นมีความเสี่ยงต่อความผิดปกติของหลอดเลือดทั่วร่างกาย โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจที่มีโอกาสเกิดการตีบตันเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน
  • โรคอ้วน น้ำหนักที่มากเกินผิดปกติจะยิ่งทำให้มีโอกาสเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าเดิม หากมีปัจจัยเสี่ยงข้ออื่น ๆ อยู่แล้วด้วย
  • ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมให้เป็นปกติจะยิ่งทำให้หลอดเลือดแดงแข็งและหนาขึ้น เป็นสาเหตุให้เลือดไหลผ่านไปสู่อวัยวะอื่น ๆ ได้ไม่เพียงพอ และนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้
  • ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง เพิ่มโอกาสการเกิดคราบตะกรันในหลอดเลือด และจะส่งผลให้มีการขัดขวางทางเดินเลือดที่ส่งไปเลี้ยงหัวใจ
  • การสูบบุหรี่ สารพิษหลายชนิดในบุหรี่มีผลทำให้หลอดเลือดหัวใจมีความผิดปกติ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตามมาได้ง่าย นอกจากนี้โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือหัวใจวายก็ยังพบได้ในผู้ที่สูบบุหรี่มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
  • การรับประทานอาหาร อาหารที่ประกอบไปด้วยไขมัน เกลือ น้ำตาล หรือคอเลสเตอรอลปริมาณสูง หากรับประทานบ่อย ๆ เป็นประจำจะยิ่งเสี่ยงพัฒนาเกิดโรคหัวใจในที่สุด
  • ไม่ออกกำลังกาย การไม่ออกกำลังกายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สามารถนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจหลาย ๆ ประเภท
  • การไม่รักษาสุขอนามัย การไม่หมั่นรักษาความสะอาดและสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน เป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียต่าง ๆ และเพิ่มโอกาสเสี่ยงการติดเชื้อบริเวณหัวใจ โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจชนิดอื่น ๆ อยู่ก่อนแล้ว
  • ความเครียด ความเครียดที่ไม่ได้รับการผ่อนคลาย มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม