ดื่มแอลกอฮอล์อย่างพอดี ไกลจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

ว่าด้วยเรื่องของการดื่ม สังคมไทยเป็นสังคมหนึ่งที่นิยมการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ และในงานมักมีเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์อยู่ด้วย

แอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม คือ เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) หรือ เอทานอล (Ethanol) เป็นสารที่ได้มาจากการแปรรูปด้วยการกลั่นและหมักจากข้าว ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ หรือผลไม้ ส่วนดีกรีหรือความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มแต่ละประเภทก็แตกต่างกันไป โดยความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเบียร์ อยู่ที่ประมาณ 5% ไวน์ประมาณ 12% และสุรากลั่นประมาณ 40%

แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งเป็นประสาทที่ควบคุมความคิด การเคลื่อนไหว อารมณ์ ความรู้สึก ที่ส่งผลต่อการแสดงพฤติกรรมรูปแบบต่าง ๆ มีฤทธิ์กดประสาท ซึ่งหากดื่มเข้าไปในปริมาณมาก จะทำให้ผู้ดื่มมีอาการง่วงซึม หรือขาดสติได้ แต่หากดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ ทำให้สนุกสนานอารมณ์ดี และช่วยป้องกันให้เราห่างไกลจากโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย

โรคหัวใจ

แอลกอฮอล์ ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด

แอลกอฮอล์ที่เราดื่มจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านเยื่อบุบริเวณช่องปาก ลำคอ และมากที่สุดที่ผนังกระเพาะอาหาร และจะเริ่มส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดความรู้สึกและพฤติกรรมที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในเวลาเฉลี่ยประมาณ 30 นาที-2 ชั่วโมง ทั้งนี้ ระยะเวลาในการแสดงอาการอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปริมาณในการดื่มและความสามารถในการดูดซึมสารของร่างกายแต่ละบุคคล

นอกจากจะส่งผลต่อระบบประสาทแล้ว แอลกอฮอล์จะถูกลำเลียงไปตามกระแสเลือด ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบเลือด ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานของหลอดเลือดและหัวใจ จากการวิจัยของวิทยาลัยสาธารณสุขแห่งฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา (Harvard T.H. Chan School of Public Health) พบว่า การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะหัวใจขาดเลือดกะทันหัน โรคหลอดเลือดในสมองตีบตัน โรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน ได้ถึง 25-40% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์

โดยกลไกของแอลกอฮอล์ที่ส่งผลต่อระบบเลือดและหัวใจ มีดังนี้

เพิ่มระดับไขมันดีในเลือด (High-density Lipoprotein: HDL Cholesterol) ไขมัน HDL มีกลไกในการลดระดับและแปรสภาพไขมันชนิดเลว LDL ในผนังเซลล์เลือด ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่จะก่อให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดกะทันหันและโรคหลอดเลือดในสมองตีบตัน

ลดการเกิดลิ่มเลือด แอลกอฮอล์ช่วยลดการแข็งตัวของเลือดและลดความเข้มข้นของเลือด จึงส่งผลให้โอกาสในการเกิดลิ่มเลือดอุดตันลดลงด้วย

ลดการอักเสบ แอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสม จะลดระดับโปรตีนที่ช่วยให้เกิดกระบวนการอักเสบของเนื้อเยื่อ (C-Reactive Protein : CRP) เป็นผลทำให้มีกระบวนการอักเสบในร่างกายลดลง   

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่า การดื่มแอลกอฮอล์จะส่งผลดีต่อระบบเลือดและหัวใจในผู้ชายช่วงวัย 60 ปีที่ดื่มประมาณวันละ 1 หน่วยบริโภค แต่ในผู้หญิงวัยเดียวกันกลับพบความเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากกว่า และการดื่มแอลกอฮอล์ในผู้ชายช่วงวัย 30 ปี กลับเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการที่ไม่สามารถควบคุมสติได้มากกว่าผลดีที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ดังนั้น การจะตัดสินใจดื่มแอลกอฮอล์ ควรคำนึงถึงข้อจำกัดของร่างกายและผลกระทบในหลาย ๆ ด้านที่อาจเกิดขึ้นตามมาด้วย

ดื่มอย่างไรให้เกิดผล “ดี”

ปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ที่พอเหมาะพอดีซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจที่แนะนำ คือ ผู้ชายควรดื่มไม่เกิน 2 หน่วย และผู้หญิงไม่เกิน 1 หน่วยบริโภคต่อวัน

โดยปริมาณบริโภคต่อหน่วยจำแนกตามประเภทของเครื่องดื่ม คือ

เบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ 5% = 360 มิลลิลิตร

ไวน์ที่มีแอลกอฮอล์ 12% = 150 มิลลิลิตร

สุราที่มีแอลกอฮอล์ 40% = 45  มิลลิลิตร

ส่วนผู้ที่ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เลย เพราะจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ง่าย คือ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี
  • ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ มีโรคประจำตัว และมีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ผู้ที่อยู่ในระหว่างการพักรักษาตัว หรือต้องใช้ยารักษาอาการป่วย
  • ผู้ที่เคยผ่านการบำบัดการเสพติดสุราและสารเสพติด
  • ผู้ที่ไม่สามารถควบคุมตนเองและไม่สามารถควบคุมปริมาณในการดื่มได้
  • ผู้ที่ต้องทำงานด้วยการใช้ทักษะและสมาธิ รวมทั้งต้องขับขี่ยานพาหนะ
เหรียญสองด้าน

แม้จะมีผลวิจัยมากมายถึงประโยชน์ในบางด้านของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่แอลกอฮอล์ก็สามารถส่งผลในทางลบได้ หากดื่มมากเกินไปอาจทำให้ขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ วู่วาม เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมทางเพศ การทะเลาะวิวาท และการเกิดอุบัติเหตุ

ส่วนการบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานหรือสม่ำเสมอ นอกจากจะเสี่ยงต่อการเสพติดแอลกอฮอล์หรือเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ยังส่งผลกระทบต่อระบบประสาทด้านความคิด ความจำและการรับรู้ อาจทำให้สมองเสื่อม ความจำเลอะเลือน รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า และปัญหาสุขภาพอย่างภาวะความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม โลหิตจาง ภาวะไขมันพอกตับ ตับแข็ง ตับอักเสบ มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม เป็นต้น

เช่นเดียวกันกับการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มอื่น ๆ หากดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ก็อาจเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม แต่หากบริโภคเกินพอดี ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายอย่างเลี่ยงไม่ได้ นักดื่มทั้งหลายจึงควรรู้รอบถึงผลและภัยของแอลกอฮอล์ และรู้จักการบริโภคแอลกอฮอล์อย่างมีสติ