ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
เนื้องอกเต้านมชนิดไม่ร้ายแรง (Fibroadenoma)

ความหมาย เนื้องอกเต้านมชนิดไม่ร้ายแรง (Fibroadenoma)

อัปเดตล่าสุด 21 ก.พ. 2565

Fibroadenoma คือ เนื้องอกเต้านมชนิดไม่ร้ายแรงและมักไม่พัฒนาไปเป็นมะเร็งเต้านม มีลักษณะเป็นก้อนเรียบ รูปร่างค่อนข้างกลมมน สามารถกลิ้งไปมาได้ ส่วนมากจะมีขนาดเล็กประมาณ 1–2 เซนติเมตรและมักไม่มีอาการปวดร่วมด้วย ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองมีเนื้องอกในเต้านม

Fibroadenoma พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุระหว่าง 20–30 ปี ส่วนใหญ่แพทย์มักตรวจและติดตามอาการของผู้ป่วยเพื่อดูการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อ หรือรักษาด้วยการผ่าตัดเนื้องอกออก ในบางกรณี เนื้องอกอาจยุบลงได้เองเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน 

เนื้องอกเต้านมชนิดไม่ร้ายแรง (Fibroadenoma)

อาการของ Fibroadenoma

Fibroadenoma เป็นเนื้องอกขนาดเล็กเกิดขึ้นภายในเต้านมและมักไม่มีอาการเจ็บ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงไม่ทราบว่าตนเองมีเนื้องอกในเต้านม โดยหากคลำพบ ผู้ป่วยมักรู้สึกถึงก้อนเนื้อที่แตกต่างจากเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ได้อย่างชัดเจน โดย Fibroadenoma อาจมีลักษณะเป็นก้อนแข็งคล้ายยาง รูปทรงกลมและขอบเรียบ สามารถกลิ้งไปมาในเต้านมได้ เมื่อเวลาผ่านไปอาจขยายใหญ่ขึ้นและมีขนาดประมาณ 2–3 เซนติเมตร ซึ่งอาจพบเนื้องอกเพียงก้อนเดียวหรือมากกว่านั้น และอาจเกิดขึ้นบริเวณเต้านมข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง

เต้านมของคนเราประกอบไปด้วยไขมัน เนื้อเยื่อ ต่อมน้ำนมจำนวนมาก ซึ่งเต้านมของผู้หญิงมักเปลี่ยนแปลงตามอายุและตามรอบประจำเดือน โดยช่วงก่อนหรือระหว่างมีรอบเดือนอาจรู้สึกคัดตึงเต้านม เนื่องจากเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย อย่างไรก็ตาม ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหากสังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ เช่น คลำพบก้อนในเต้านม ก้อนในเต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือแยกจากเนื้อเยื่ออื่นในเต้านม เป็นต้น

Fibroadenoma อาจแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

  • Simple Fibroadenomas หรือเนื้องอกชนิดธรรมดา เนื้องอกชนิดนี้มักไม่พัฒนาเป็นมะเร็งเต้านม เมื่อตรวจดูผ่านกล้องจุลทรรศน์จะคงรูปร่างปกติและไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบ 
  • Complex Fibroadenomas มักพบในผู้สูงอายุ เป็นเนื้องอกที่เซลล์เจริญเติบโตผิดปกติอย่างรวดเร็ว โดยอาจมีขนาดใหญ่พอที่ทำให้คลำพบและสังเกตเห็นได้แม้ไม่ได้ตรวจหาด้วยกล้องจุลทรรศน์ อีกทั้งอาจทำให้เกิดถุงน้ำในเต้านม (Macrocysts) หินปูนในเต้านม (Calcification) และอาจทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่า Fibroadenomas ชนิดอื่น ๆ
  • Juvenile Fibroadenomas เป็นเนื้องอกที่พบในเด็กผู้หญิงหรือเด็กที่เข้าสู่วัยรุ่น อายุประมาณ 10–18 ปี จัดเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงและอาจมีขนาดใหญ่ ในบางกรณีอาจค่อย ๆ ยุบลงหรือหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไป แต่พบได้น้อยมาก
  • Giant Fibroadenomas เป็นเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่ โดยขนาดอาจใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร จึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก เพราะสามารถไปกดทับหรือเติบโตทดแทนเนื้อเยื่อในเต้านมอื่น ๆ 
  • Phyllodes Tumor เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง แต่อาจมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งแพทย์จึงมักแนะนำให้ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก

สาเหตุของ Fibroadenoma

แม้ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิด Fibroadenoma ที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือได้รับฮอร์โมนเพศของเพศหญิงในวัยเจริญพันธุ์ อย่างฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งการได้รับการรักษาด้วยการใช้ฮอร์โมนหรือการรับประทานยาคุมกำเนิดในช่วงก่อนอายุ 20 ปี และในระหว่างตั้งครรภ์ อาจส่งผลต่อระดับฮอร์โมนและเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเนื้องอกชนิดนี้ หรือกระตุ้นให้เนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ ในบางกรณี เนื้องอกอาจยุบลงและหายไปได้เองหลังเข้าสู่วัยทอง (Menopause) เนื่องจากระดับฮอร์โมนในร่างกายลดลง

Fibroadenoma พบมากในผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี แต่พบในช่วงวัยอื่นได้เช่นกัน โดยผู้ที่มีเชื้อชาติแอฟริกัน-อเมริกัน มีแนวโน้มเป็นเนื้องอกชนิดนี้มากกว่าผู้หญิงชนชาติอื่น

การวินิจฉัย Fibroadenoma

แพทย์จะสอบถามอาการและประวัติสุขภาพของผู้ป่วย จากนั้นจะตรวจร่างกายเบื้องต้นด้วยการตรวจเต้านมทั้งสองข้างเพื่อหาก้อนเนื้อหรือความผิดปกติอื่นในเต้านม บางกรณีเนื้องอกอาจมีขนาดเล็กมากจนคลำไม่พบ แต่หากคลำพบก้อนเนื้ออย่างชัดเจน แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมโดยพิจารณาจากอายุของผู้ป่วยและลักษณะของก้อนเนื้อที่ตรวจพบ 

วิธีการตรวจเต้านมโดยทั่วไปมีดังนี้

  • แมมโมแกรม (Mammogram) เป็นเครื่องเอกซเรย์พิเศษเฉพาะสำหรับการตรวจเต้านมเพื่อตรวจเนื้อเยื่อที่ผิดปกติภายในเต้านม แมมโมแกรมเป็นวิธีที่ตรวจได้ละเอียดกว่าเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป โดยอาจตรวจพบก้อนเนื้อแข็งรูปร่างกลม ขอบเรียบ ลักษณะคล้ายก้อนหินขนาดเล็กที่ดูแตกต่างจากเนื้อเยื่อโดยรอบอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นลักษณะของ Fibroadenoma 
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เป็นการตรวจด้วยการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปในเนื้อเต้านม และสะท้อนภาพเพื่อช่วยในการวินิจฉัย ซึ่งสามารถตรวจความแตกต่างของก้อนในเต้านม โดย Fibroadenoma จะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อแตกต่างจากซีสต์ (Cyst) หรือถุงน้ำ 

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอายุน้อยกว่า 30 ปีและคลำพบก้อนเนื้อ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจด้วยวิธีอัลตราซาวด์ก่อนการตรวจด้วยแมมโมแกรม แต่หากผู้ป่วยมีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมสูงและตรวจพบก้อนเนื้อจากการทำแมมโมแกรม แพทย์มักแนะนำให้ทำอัลตราซาวด์ควบคู่กัน

นอกจากนี้ แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมด้วยการตรวจเนื้อเยื่อของก้อนเนื้อในเต้านมด้วยวิธีดังนี้

  • การเจาะดูดเซลล์ (Fine Needle Aspiration) เป็นการใช้เข็มขนาดเล็ก แทงเข้าไปในก้อนเนื้อแล้วดูดเอาเซลล์ที่เป็นส่วนประกอบของก้อนเนื้อนั้นออกมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ หากพบว่ามีของเหลวอยู่ภายในก้อนเนื้อที่พบอาจมีแนวโน้มเป็นซีสต์มากกว่า Fibroadenoma
  • การใช้เข็มเจาะตัดเนื้อเยื่อ (Core Needle Biopsy) โดยแพทย์จะใช้เข็มเจาะเข้าไปที่ก้อนเนื้อ เพื่อเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไปส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและวินิจฉัยลักษณะของก้อนเนื้อต่อไป ซึ่งระหว่างการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ แพทย์จะดูภาพที่ได้จากการอัลตราซาวด์ควบคู่กันไป เพื่อความแม่นยำในการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากก้อนเนื้อในเต้านม

การรักษา Fibroadenoma

Fibroadenoma อาจหยุดเจริญเติบโตและยุบลงได้เองโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา แต่หากก้อนเนื้อไม่ยุบลง แพทย์อาจใช้วิธีรักษาต่อไปนี้

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

หากแพทย์พิจารณาจากอาการ ประวัติครอบครัว และผลการวินิจฉัยวิธีต่าง ๆ แล้วพบว่าเนื้องอกมีขนาดเล็กกว่า 2 เซนติเมตร และไม่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นมะเร็งเต้านม แพทย์อาจนัดตรวจเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ร่วมกับการตรวจเต้านมและทำอัลตราซาวด์ทุก 6 เดือน ถึง 2 ปี เพื่อเฝ้าระวังการเติบโตของเนื้องอก โดยอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดก้อนเนื้อออก เนื่องจากการผ่าตัดทำให้เนื้อเยื่อที่ดีในบริเวณใกล้เคียงถูกตัดออกไป นอกจากนี้ ยังอาจทำให้เกิดแผลเป็น เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปทรงและผิวสัมผัสของเต้านม หรือทำให้การอ่านผลแมมโมแกรมในอนาคตทำได้ยากขึ้น

การรักษาโดยการผ่าตัด

แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัดเนื้องอกในเต้านมออกในกรณีที่พบความผิดปกติของก้อนเนื้อหรือมีปัจจัยอื่น ๆ ดังนี้

  • ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ผิดปกติหรือใหญ่ขึ้น
  • ก้อนเนื้อทำให้รูปทรงของเต้านมเปลี่ยนไป
  • ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บเต้านมหรือกังวลว่าจะกลายเป็นมะเร็งเต้านม
  • คนในครอบครัวผู้ป่วยมีประวัติเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งเต้านม
  • ผลการตรวจจากเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไม่ชัดเจน

วิธีการผ่าตัด Fibroadenoma ประกอบด้วยวิธีดังนี้

  • การผ่าตัดก้อนเนื้อเพื่อการวินิจฉัย (Lumpectomy หรือ Excisional Biopsy) ในกรณีที่อาจกลายเป็นเซลล์มะเร็ง แพทย์จะผ่าตัดส่วนที่เป็นก้อนเนื้อออกและส่งไปตรวจในห้องปฏิบัติการ
  • การผ่าตัดด้วยการใช้ความเย็นจัด (Cryoablation) แพทย์จะสอดเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายแท่งไม้ขนาดเล็กเข้าไปในเต้านมบริเวณที่มีก้อนเนื้ออยู่ และใช้แก๊สให้ความเย็นเพื่อแช่แข็งและทำลายเนื้อเยื่อดังกล่าวไม่ให้เจริญเติบโตต่อไป

ภายหลังได้รับการผ่าตัดก้อนเนื้อออกไป ผู้ป่วยบางรายอาจเกิด Fibroadenoma ก้อนใหม่ขึ้นก้อนเดียวหรือหลายก้อน ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยด้วยวิธีต่าง ๆ อีกครั้ง เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง หรือมีแนวโน้มเป็นมะเร็งเต้านม เช่น การทำแมมโมแกรม การอัลตราซาวด์ หรืออาจต้องเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไปตรวจ เป็นต้น

ภาวะแทรกซ้อนของ Fibroadenoma

Fibroadenoma เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงและมักไม่พัฒนาเป็นมะเร็งเต้านม แต่หากผู้ป่วยเป็นเนื้องอกชนิด Complex fibroadenoma หรือ Phyllodes อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมมากขึ้น

การป้องกัน Fibroadenoma

วิธีลดความเสี่ยงในการเป็นเนื้องอกทำได้โดยการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มแรกดังนี้

  • ผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไปควรเริ่มตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละ 1 ครั้ง และเมื่อมีอายุมากกว่า 40 ปี ควรเข้ารับการตรวจเต้านมโดยแพทย์ทุก 1 ปี ร่วมกับการตรวจแมมโมแกรมทุก 1–2 ปี 
  • ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ตนเองหรือคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ มีประวัติผ่าตัดเต้านม ได้รับฮอร์โมนทดแทนเป็นเวลานาน ไม่เคยตั้งครรภ์ หรือมีบุตรคนแรกหลังอายุ 35 ปี ควรตรวจแมมโมแกรมปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงทั่วไป
  • ผู้ที่ได้รับฮอร์โมนเพศหญิงเสริม อย่างการรับประทานยาคุมกำเนิดหรือได้รับฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy) ควรตรวจร่างกายและปรึกษาแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิด Fibroadenoma

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

สอบถามว่าการทำ MRI หรือ CT SCAN ในช่องท้องจะช่วยให้เห็นเนื้องอกในช่องท้องได้ไหม ถ้าไม่พบความผิดปกติอะไรก็แสดงว่าไม่มีใช่หรือไม่

โดย Gap Sittartip

ก่อนหน้านี้เคยได้ รับการนอน ผ่านอุโมงค์ช่องท้อง โดยมีการฉีดน้ำเข้าก้น และ ฉีดสีเข้าเส้นเลือด แต่ไม่แน่ใจว่าเป็น Mri หรือ CT SCAN อยากสอบถามว่า การทำ ดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น MRI หรือ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ตรวจพบเนื้องอกขนาด 10 เซนติเมตรผ่านทางการทำอัลตราซาวน์ช่องคลอด มีโอกาสเป็นมะเร็งไหม

โดย Juju15

รบกวนสอบถามค่ะ แม่มีอาการปวดท้องและท้องด้านขวามีก้อน หาหมอทำการอัลตร้าซาวในช่องคลอดหมอบอกว่าพบเนื้องอกประมาณ 10ซม. หมอบอกว่าอาจจะต้องผ่าตัดและพบหมอมะเร็ง…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 6 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

พ่อเป็นเนื้องอกที่แขน ไม่เจ็บปวด กลิ้งได้ อันตรายไหม

โดย Tha P. Luanglertkhajorn

คุณพ่อมีก้อนเนื้อที่แขนข้างขวาค่ะ ซึงเป็นขนาดที่ไม่เล็กนะคะ มีลักษณะ ไม่แข็งมาก กลิ้งได้ ไม่มีอาการเจ็บปวดอะไร แค่บางครั้งจะรู้สึกตึงๆ เมื่อยๆ ค่ะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 7 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม