ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
โรค A-Z

อาการของโรคหัวใจ โรคหัวใจ (Heart Disease)

อัปเดตล่าสุด 17 ก.ค. 2566

อาการของโรคหัวใจทั้ง 6 ชนิด ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจ จะแสดงแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของโรค ดังนี้

โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคนี้จะส่งผลให้เกิดหลอดเลือดหัวใจตีบตันจนเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้เพียงพอ โดยผู้ป่วยมักมีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอก ซึ่งมักจะคงอยู่นานเป็นนาทีขึ้นไป รวมอาจมีอาการเจ็บร้าวไปถึงไหล่ กราม แขน หลัง หรือบริเวณท้องเหนือสะดือขึ้นไปร่วมด้วย หรือในบางรายอาจมีอาการเหงื่อแตก ใจสั่น หน้ามืด หรือหมดสติ

โดยลักษณะอาการของโรคสามารถแบ่งย่อยเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้คือ

  • กลุ่มที่เส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน ซึ่งผู้ป่วยมักจะมีอาการดังกล่าวข้างต้นขึ้นมาทันที โดยอาจไม่มีอาการผิดปกตินำมาก่อน
  • กลุ่มที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบเรื้อรัง ซึ่งผู้ป่วยมักมีอาการแน่นหน้าอกหรือเหนื่อยง่ายเวลาออกแรงหนัก ๆ แต่เมื่อนั่งพักหรืออมยาใต้ลิ้นแล้วอาการมักดีขึ้น   

ทั้งนี้ อาการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจในเพศชายและเพศหญิงอาจมีความแตกต่างกัน เช่น เพศชายอาจมีโอกาสที่จะเกิดอาการเจ็บหน้าอกได้มากกว่า ส่วนอาการที่มักเกิดกับผู้หญิง ได้แก่ หายใจหอบเหนื่อย คลื่นไส้ และอ่อนเพลียรุนแรง

ในทางการแพทย์ หากหลอดเลือดหัวใจไม่ได้ตีบมาก อาจส่งผลให้แพทย์ตรวจไม่พบ ผู้ที่กังวลว่าตนอาจเสี่ยงเป็นโรคนี้จึงควรหมั่นสังเกตตนเองและพูดคุยปรึกษาแพทย์ให้บ่อยเมื่อมีอาการผิดปกติใด ๆ

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

โรคนี้มักส่งผลให้จังหวะของหัวใจเต้นผิดปกติ โดยอาจเต้นเร็วเกิน ช้าเกิน หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งสามารถส่งผลให้มีอาการผิดปกติต่าง ๆ ตามมา โดยผู้ที่มีอาการใด ๆ ต่อไปนี้บ่อยครั้ง หรือมีอาการขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ได้แก่

  • หัวใจสั่นรัว
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • หัวใจเต้นช้าผิดปกติ
  • เจ็บหน้าอกหรือรู้สึกไม่ค่อยสบาย
  • หายใจเหนื่อยหอบ
  • เวียนศีรษะ มึนงง
  • เป็นลมหมดสติ หรือคล้ายจะเป็นลม
  • มีเหงื่อออก

อาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจ

เป็นภาวะความผิดปกติที่กล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง โดยอาจมีทั้งกล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้นผิดปกติ หรือกล้ามเนื้อหัวใจบางลง ซึ่งในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ จนเมื่อรุนแรงขึ้นจึงมักตามมาด้วยอาการต่อไปนี้

  • รู้สึกหายใจไม่อิ่มเมื่อต้องออกแรง หรือแม้ขณะนั่งพัก
  • ขา เท้า หรือข้อเท้าบวม
  • เหนื่อยล้า
  • หัวใจเต้นผิดปกติ โดยเต้นเร็วหรือสั่นรัว
  • วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม
  • เจ็บหน้าอก
  • ท้องอืด 
  • อาการเหนื่อยหรือไอเมื่อนอนราบ

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

เป็นภาวะบกพร่องที่มีมาแต่กำเนิด โดยอาจตรวจพบได้ตั้งแต่แรกคลอดหรือไม่นานหลังคลอด โดยเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดอาจแสดงอาการดังนี้

  • สีผิวเป็นสีเทาหรือเขียว
  • ขา ช่องท้อง หรือบริเวณรอบดวงตาบวม
  • ในเด็กทารกจะมีอาการหายใจเหนื่อยหอบหรือภาวะเขียวขณะดูดนม ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นน้อย

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มีอาการรุนแรงไม่มากอาจไม่สามารถวินิจฉัยได้จนกว่าจะถึงช่วงวัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่

โดยสัญญาณอาการของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรงน้อยลงมาที่มักไม่ส่งผลอันตรายถึงชีวิตในทันทีทันใด ได้แก่ เหนื่อยหรือหายใจหอบง่ายหลังจากออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน และเมื่อเริ่มเป็นมากขึ้นอาจมีภาวะบวมที่บริเวณมือ เท้า รอบดวงตา หรือภาวะเขียวได้

โรคลิ้นหัวใจ

ในหัวใจคนเรามีลิ้นปิดเปิดระหว่างแต่ละห้องเพื่อให้เลือดไหลผ่านหัวใจทั้งหมด 4 ลิ้น ซึ่งลิ้นหัวใจทั้ง 4 นี้อาจได้รับความเสียหายจนทำให้ลิ้นหัวใจตีบลง ลิ้นหัวใจรั่ว หรือลิ้นหัวใจปิดได้ไม่ดีโดยลิ้นหัวใจที่เกิดความผิดปกติแต่ละลิ้นอาจแสดงอาการแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปมักทำให้มีอาการต่อไปนี้

  • อ่อนเพลีย
  • หายใจหอบเหนื่อย
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • เจ็บหน้าอก
  • เป็นลมหมดสติ
  • เท้าหรือข้อเท้าบวม 

โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ

โรคหัวใจชนิดนี้สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เป็นการติดเชื้อที่ส่งผลต่อบริเวณรอบหัวใจ ชนิดต่อมาคือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบซึ่งจะมีผลต่อการบีบของหัวใจตามมา และสุดท้าย ลิ้นหัวใจอักเสบ เป็นการติดเชื้อบริเวณลิ้นหัวใจที่ทำให้การทำงานของลิ้นหัวใจผิดปกติไป

โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจทั้ง 3 ชนิดนี้มีอาการแตกต่างกันได้บ้างตามตำแหน่งที่มีการติดเชื้อ ซึ่งโดยรวมมักก่อให้เกิดอาการดังนี้

  • มีไข้ โดยส่วนใหญ่มักเป็นไข้เรื้อรัง
  • อ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้า
  • หายใจหอบเหนื่อย
  • ไอแห้ง ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ
  • อาการบวมที่ขาหรือช่องท้อง
  • มีผื่นหรือจุดผิดปกติขึ้นบนผิวหนัง

ทั้งนี้ โรคหัวใจชนิดใดก็ตาม หากตรวจพบในระยะแรก ๆ ก็จะทำให้การรักษาทำได้ง่ายขึ้น ผู้ที่มีความกังวลหรือมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมจึงควรหมั่นปรึกษาแพทย์ เพื่อลดโอกาสของการเกิดโรคหัวใจ และหากมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หรือเป็นลมหมดสติ ซึ่งอาจเป็นอาการของโรคหัวใจ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม