ลืมกินยาคุม ทำอย่างไร

ลืมกินยาคุม (Missed Contraceptive Pills) คือ ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม เนื่องจากการรับประทานยาคุมกำเนิดให้ครบถ้วนและถูกต้องจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่หากลืมกินยาคุมจะเพิ่มโอกาสให้ร่างกายตกไข่พร้อมรับการปฏิสนธิจากอสุจิได้มากขึ้น และนำไปสู่การตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดทุกวัน ก็ยังอาจตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากวิธีคุมกำเนิดด้วยการรับประทานยาล้มเหลวร้อยละ 1-2 ต่อปี ทั้งนี้ อัตราการล้มเหลวทั้งหมดคิดเป็นประมาณร้อยละ 5 ต่อปี ซึ่งอัตราดังกล่าวรวมไปถึงผู้ที่ไม่ได้รับประทานยาคุมตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอด้วย

ลืมกินยาคุม

โอกาสเสี่ยงตั้งครรภ์อันเนื่องมาจากการลืมกินยาคุมกำเนิดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ประการ ได้แก่ ช่วงเวลาที่ลืมกินยาคุม จำนวนยาคุมที่ลืมกิน และช่วงเวลาที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันระหว่างที่ลืมกินยาคุม นอกจากนี้ ช่วงที่ร่างกายปลอดฮอร์โมน (Hormone-Free Interval) ถือเป็นช่วงที่เสี่ยงตกไข่ได้มากที่สุด โดยภาวะร่างกายปลอดฮอร์โมนเกิดจากเริ่มกินยาคุมกำเนิดแผงใหม่ช้าหรือไม่ได้กินยาคุมกำเนิดในช่วง 3 สัปดาห์แรกของการใช้ยา

ทำอย่างไรเมื่อลืมกินยาคุม

โดยทั่วไปแล้ว ยาคุมกำเนิดแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม (Combined Pill) ซึ่งผสมฮอร์โมนสังเคราะห์เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน และยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนตัวเดียว (Progesterone-Only Pill) ซึ่งผสมฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว ผู้ที่ลืมกินยาคุมกำเนิด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำตามประเภทยาเม็ดคุมกำเนิดที่ใช้อยู่ ดังนี้

สิ่งที่ควรทำสำหรับผู้ที่รับประทานยาคุมแบบฮอร์โมนรวม ผู้ที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมและลืมกินยานั้น ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำในการใช้ยาตามแต่กรณี ดังนี้

  • ผู้ที่ลืมกินยาคุมจำนวน 1 เม็ด หากลืมกินยาคุมเม็ดใดเม็ดหนึ่งบนแผงไปเพียง 1 เม็ด หรือเริ่มกินยาคุมแผงใหม่ช้าไป 1 วัน ยังไม่ถือว่าเสี่ยงตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติ ดังนี้
    • รับประทานยาคุมกำเนิดเม็ดล่าสุดที่ลืมกินทันทีที่นึกขึ้นได้ ซึ่งอาจต้องรับประทานยาคุมกำเนิด 2 เม็ดภายในวันเดียว
    • รับประทานยาคุมกำเนิดเม็ดที่เหลือตามปกติ
  • ผู้ที่ลืมกินยาคุมจำนวน 2 เม็ด หรือมากกว่านั้น หากลืมกินยาคุมเม็ดใดเม็ดหนึ่งบนแผง เป็นจำนวน 2 เม็ดหรือมากกว่านั้น หรือเริ่มกินยาคุมแผงใหม่ช้ากว่า 2 วันขึ้นไป (ช้ากว่า 48 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น) อาจเสี่ยงตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติ ดังนี้
    • รับประทานยาคุมกำเนิดเม็ดล่าสุดที่ลืมกินทันที ซึ่งอาจต้องรับประทานยาคุมกำเนิด 2 เม็ด ภายในวันเดียว
    • ไม่ต้องรับประทานยาคุมเม็ดอื่นที่ลืมกินไปก่อนหน้านั้น
    • รับประทานยาคุมกำเนิดเม็ดที่เหลือตามปกติ
    • หากลืมกินยาคุมเม็ดที่อยู่ในช่วงสัปดาห์ที่สามบนแผง (เม็ดที่ 15-21) ไม่ต้องรับประทานยาคุมเม็ดที่ไม่ได้ผสมฮอร์โมน (Pill Free Interval) ซึ่งนับตั้งแต่เม็ดที่ 22 ไปจนครบ 28 เม็ด และเริ่มกินยาคุมกำเนิดแผงใหม่ในวันถัดไป
    • เลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ หรือสวมถุงยางอนามัยเมื่อต้องสอดใส่ จนกว่าจะกลับมารับประทานยาคุมกำเนิดวันละ 1 เม็ดตามปกติเป็นเวลา 7 วัน
    • ใช้ยาคุมฉุกเฉินในกรณีที่ลืมกินยาคุมเม็ดที่อยู่ช่วงสัปดาห์ที่หนึ่งบนแผงและมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันก่อนหน้านั้น 7 วัน

สิ่งที่ควรทำสำหรับผู้ที่รับประทานยาคุมแบบฮอร์โมนตัวเดียว ปัจจัยสำคัญอีกอย่างสำหรับผู้ที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนตัวเดียว คือพิจารณาว่ายาคุมที่รับประทานนั้นเป็นดีโซเจสตรีล (Desogestrel) หรือไม่ โดยดูจากส่วนผสมที่ระบุบนฉลากหรือใบคำแนะนำในการใช้ยา หรือสอบถามจากเภสัชกร หากลืมกินยาคุม ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำในการใช้ยาตามแต่กรณี ดังนี้

  • ผู้ที่ลืมกินยาคุมไม่เกิน 3 ชั่วโมง (หรือไม่เกิน 12 ชั่วโมง ในกรณีที่ยาคุมเป็นดีโซเจสตรีล) หากลืมกินยาคุมที่เป็นโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว ภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง หรือลืมกินยาคุมที่เป็นดีโซเจสตรีล ภายในเวลาไม่เกิน 12 ชั่วโมง ยังไม่ถือว่าเสี่ยงตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติ ดังนี้
    • รับประทานยาคุมเม็ดล่าสุดที่ลืมกินทันทีที่นึกขึ้นได้
    • รับประทานยาคุมเม็ดถัดไปตามเวลาปกติ ซึ่งอาจต้องรับประทานยาคุมกำเนิด 2 เม็ดภายในวันเดียว
  • ผู้ที่ลืมกินยาคุมช้ากว่า 3 ชั่วโมง (หรือช้ากว่า 12 ชั่วโมง ในกรณีที่ยาคุมเป็นดีโซเจสตรีล) หากลืมกินยาคุมที่เป็นโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว โดยลืมกินเป็นเวลามากกว่า 3 ชั่วโมง หรือลืมกินยาคุมที่เป็นดีโซเจสตรีลช้ากว่า 12 ชั่วโมง นับว่าเสี่ยงตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติ ดังนี้
    • รับประทานยาคุมกำเนิดทันทีที่นึกขึ้นได้ โดยรับประทานเพียงเม็ดเดียวเท่านั้นแม้จะลืมกินยาคุมเพียงเม็ดเดียวหรือมากกว่านั้น
    • รับประทานยาคุมเม็ดถัดไปตามเวลาปกติ ซึ่งอาจต้องรับประทานยาคุมกำเนิด 2 เม็ด ภายในวันเดียว ได้แก่ ยาเม็ดที่กินชดเชยจากที่ลืมรับประทาน และยาเม็ดที่ต้องรับประทานตามปกติ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ
    • รับประทานยาเม็ดที่เหลือทุกวันตามเวลาปกติ
    • เลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หรือใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วยเป็นเวลา 2 วันหลังจากต้องรับประทานยาคุมเม็ดที่ลืมกิน เนื่องจากยาคุมที่เป็นโปรเจสเตอโรนอย่างเดียวจะใช้เวลา 2 วันเพื่อสร้างมูกที่ปากมดลูกป้องกันอสุจิไม่ให้เข้าไปปฏิสนธิกับไข่ ทั้งนี้ เอกสารกำกับยาที่แนบมากับยาคุมอาจจะระบุให้สวมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 7 วันหลังจากวันที่รับประทานยาคุมเม็ดที่ลืมกิน เนื่องจากยาจะใช้เวลาเจ็ดวันเพื่อออกฤทธิ์หยุดการตกไข่
    • พิจารณาใช้ยาคุมฉุกเฉินในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันภายในช่วงสองวันหลังจากที่ลืมกินยาคุม หรือปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรร่วมด้วย