ลอราทาดีน

ลอราทาดีน

ลอราทาดีน (Loratadine) รู้จักกันในชื่อของยาแก้แพ้ชนิดหนึ่ง หรือเรียกว่ายาต้านฮีสทามีน ซึ่งฮีสตามีนเป็นสารเคมีที่ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายสร้างขึ้นเพื่อกำจัดสารก่อภูมิแพ้ทั้งหลายและเป็นสาเหตุให้เกิดอาการคัน ผื่นแดง จาม น้ำมูกไหล น้ำตาไหล ยาลอราทาดีนใช้สำหรับต้านสารนี้เพื่อรักษาอาการดังกล่าว รวมทั้งอาการจากหวัดและภูมิแพ้ทั้งหลาย

ลอราทาดีน

เกี่ยวกับลอราทาดีน

กลุ่มยา ยาต้านฮีสทามีน (Antihistamine)     
ประเภทยา ยาหาซื้อได้เอง
สรรพคุณ รักษาอาการจากโรคหวัด ภูมิแพ้ และลมพิษ
กลุ่มผู้ป่วย เด็กและผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยาเม็ด ยาแคปซูล ยาน้ำเชื่อม ยาละลายในช่องปาก

คำเตือนการใช้ยาลอราทาดีน

  • ไม่ควรรับประทานหากแพ้ยานี้หรือยาแก้แพ้เดสลอราทาดีน (Desloratadine)
  • หญิงมีครรภ์หรือกำลังวางแผนมีบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
  • ยานี้ไหลผ่านน้ำนมได้ แม่ที่ให้นมลูกจึงควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้ยา
  • ผู้ป่วยโรคตับ โรคไต และโรคหอบหืดควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยา
  • ลอราทาดีนบางรูปแบบ (Claritin Reditab) อาจมีกรดฟีนิลอะลานีนเป็นส่วนประกอบ ผู้ป่วยโรคฟีนิลคีโตนูเรียจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
  • เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีควรรับประทานยานี้ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์
  • ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีรับประทาน

ปริมาณการใช้ยาลอราทาดีน

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้

  • เด็กอายุ 2-5 ปี (ยาน้ำเชื่อม) 5 มิลลิกรัม
  • เด็กอายุมากกว่า 6 ปี และผู้ใหญ่ (ยาเม็ด แคปซูล ยาละลายในช่องปาก) 10 มิลลิกรัม หรือ 5 มิลลิกรัมทุก 12 ชั่วโมง

ลมพิษ

  • เด็กอายุ 2-5 ปี (ยาน้ำเชื่อม) 5 มิลลิกรัม
  • เด็กอายุมากกว่า 6 ปี และผู้ใหญ่ (ยาเม็ด แคปซูล ยาละลายในช่องปาก) 10 มิลลิกรัม หรือ 5 มิลลิกรัมทุก 12 ชั่วโมง

การใช้ยาลอราทาดีน

  • ปกติยานี้ใช้รับประทานเพียงวันละหนึ่งครั้งเท่านั้น
  • ใช้ยาในปริมาณและระยะเวลาตามฉลากกำกับหรือแพทย์สั่ง อย่าใช้มากหรือนานกว่ากำหนด
  • ยาน้ำควรวัดปริมาณการใช้ให้ดีโดยใช้หลอดฉีดยา ช้อน หรือถ้วยวัด
  • ยาชนิดละลายในช่องปากควรระมัดระวัง อย่าใช้มือเปียกหยิบยาเข้าปาก อย่ากลืนยาทันที รอให้ยาละลายในปากจนหมดเสียก่อน และอาจดื่มน้ำตามเพื่อช่วยให้รับประทานได้ง่าย
  • อย่ากัดหรือเคี้ยวเม็ดยา แต่ควรรับประทานโดยกลืนยาลงไปทั้งเม็ด หากเป็นเม็ดยาชนิดเคี้ยวได้ให้เคี้ยวก่อนกลืน
  • เมื่อลืมรับประทานยาให้รีบรับประทานทันที หรือข้ามไปรับประทานครั้งต่อไปหากใกล้ถึงเวลา ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาทดแทน
  • ควรแจ้งแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง
  • เก็บรักษายาที่อุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียส ห่างจากความชื้นและความร้อน

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาลอราทาดีน

  • การใช้ยาลอราทาดีนมีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ ปากแห้ง ปวดศีรษะ ปวดท้อง อาเจียน รู้สึกวิตกกังวล อยู่ไม่สุข อ่อนล้า
  • การรับประทานเกินปริมาณที่กำหนดอาจทำให้ปวดศีรษะ ง่วงซึม สัปหงก หัวใจเต้นเร็วและรัว
  • หยุดใช้ยาและไปพบแพทย์ทันที หากปวดศีรษะรุนแรง เวียนหัวคล้ายจะเป็นลม หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่แพ้ยานี้อาจมีอาการบวมที่ริมฝีปาก ลิ้น ลำคอ หรือใบหน้า หายใจลำบาก เกิดลมพิษ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที