รู้จักกับโคเอนไซม์คิวเทน ประโยชน์และการบริโภคอย่างปลอดภัย

โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) หรือ CoQ10 เป็นสารชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง โดยพบในทุกเซลล์ของร่างกาย แต่พบมากในอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานมาก เช่น หัวใจ ปอด ไต และตับ สารตัวนี้มีหน้าที่สำคัญในการสร้างพลังงานให้แก่เซลล์ และยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอหรือป้องกันความเสียหายที่เกิดกับเซลล์ภายในร่างกาย

แม้ว่าร่างกายของคนเราจะสร้างโคเอนไซม์คิวเทนได้เอง แต่ระดับโคเอนไซม์คิวเทนในร่างกายจะลดลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงในคนที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจหรือคนที่รับประทานยาลดไขมันกลุ่มสแตตินด้วย 

Coenzyme Q10

นอกจากนี้ โคเอนไซม์คิวเทนยังพบได้จากอาหารจำพวกสัตว์เนื้อแดง ปลา และถั่ว รวมถึงอาหารเสริมด้วย บทความนี้จะพาไปรู้จักกับประโยชน์ของโคเอนไซม์คิวเทน และวิธีการบริโภคอาหารเสริมโคเอนไซม์คิวเทนอย่างปลอดภัย

ประโยชน์ของโคเอนไซม์คิวเทน

โคเอนไซม์คิวเทนอาจมีประสิทธิภาพในการช่วยป้องกันหรือรักษาปัญหาสุขภาพได้หลายประการดังต่อไปนี้

อาจช่วยบรรเทาอาการไมเกรน

ไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะที่มักส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งการรับประทานอาหารเสริมโคเอนไซม์คิวเทนอาจช่วยให้อาการไมเกรนดีขึ้นได้ โดยมีผลการศึกษาพบว่าเด็กและวัยรุ่นที่มีอาการไมเกรนร่วมกับภาวะขาดโคเอนไซม์คิวเทนมีความถี่ในการปวดศีรษะลดลงหลังจากรับประทานอาหารเสริมโคเอนไซม์คิวเทนนาน 3 เดือน

สอดคล้องกับงานวิจัยชิ้นอื่น ๆ ที่ระบุว่าโคเอนไซม์คิวเทนอาจมีประสิทธิภาพเชิงป้องกันอาการปวดศีรษะในผู้ป่วยไมเกรน โดยช่วยลดความถี่ ระยะเวลาในการเกิดไมเกรน และอาจช่วยลดความรุนแรงของอาการไมเกรนได้ด้วย

อาจช่วยโรคเกี่ยวกับหัวใจ

โคเอนไซม์คิวเทนถูกนำมาใช้ในการรักษาปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับหัวใจหลายประการ ส่วนใหญ่มักใช้เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นผลมาจากโรคเกี่ยวกับหัวใจอื่น ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจหรือโรคความดันโลหิตสูง

โดยมีงานวิจัยหนึ่งได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้อาหารเสริมโคเอนไซม์คิวเทนรักษาเสริมในผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด แล้วพบว่าช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและลดอาการของผู้ป่วยโรคหัวใจ จึงแนะนำว่าอาหารเสริมโคเอนไซม์คิวเทนอาจช่วยในการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวโดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการหลักได้ 

อาจช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน

การรับประทานอาหารเสริมโคเอนไซม์คิวเทนอาจช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินและอาจช่วยชะลอการเกิดโรคเบาหวานได้ โดยมีผลวิจัยขนาดเล็กพบว่าผู้ที่มีภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Prediabetes) มีภาวะดื้ออินซูลินลดลงหลังจากหลังจากได้รับโคเอนไซม์คิวเทนไปประมาณ 2 เดือน

อาจช่วยรักษาภาวะมีบุตรยาก

ภาวะมีบุตรยากส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากระดับโคเอนไซม์คิวเทนในร่างกายที่ลดลง เพราะเมื่อระดับโคเอนไซม์คิวเทนในร่างกายลดลง ร่างกายของเพศหญิงจะมีประสิทธิภาพในการปกป้องไข่จากสารอนุมูลอิสระน้อยลง ส่วนร่างกายของเพศชายก็จะผลิตสเปิร์มได้น้อยลง และสเปิร์มที่ผลิตออกมาก็อาจมีคุณภาพที่ไม่ดีด้วย 

การรับประทานโคเอนไซม์คิวเทนจึงอาจช่วยเรื่องภาวะมีบุตรยากได้ โดยมีการศึกษาพบว่าอาหารเสริมโคเอนไซม์คิวเทนมีประสิทธิภาพในการช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์มโดยที่ปริมาตรคงเดิม เพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันเกี่ยวกับการเพิ่มอัตราการเกิดหรือการตั้งครรภ์ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้เป็นการรักษาอีกวิธีหนึ่ง

ลดผลข้างเคียงจากการใช้ยากลุ่มสแตติน 

กลุ่มยาสแตติน (Statins) เป็นกลุ่มยาที่ใช้สำหรับลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด มักใช้ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง แต่การใช้ยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางประการได้ เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย หรือเป็นตะคริว 

การรับประทานโคเอนไซม์คิวเทนอาจช่วยลดอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยากลุ่มนี้ได้ โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้ที่ใช้ยาสแตตินแล้วรับประทานอาหารเสริมโคเอนไซม์คิวเทน มีอาการปวดกล้ามเนื้อ อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาการตะคริวที่กล้ามเนื้อลดลง ซึ่งอาการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงของการรับประทานยาในกลุ่มสแตตินลด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในข้างต้นเป็นเพียงงานวิจัยขั้นต้นและบางส่วนศึกษาในกลุ่มคนไม่มาก จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อมายืนยันข้อเท็จจริงเหล่านี้

การรับประทานอาหารเสริมโคเอนไซม์คิวเทนอย่างปลอดภัย

การรับประทานโคเอนไซม์คิวเทนค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีข้อควรรู้บางประการ เช่น

  • การรับประทานอาหารเสริมโคเอนไซม์คิวเทนในปริมาณปกติมักไม่มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงต่อร่างกายหรืออาจมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย เช่น ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน
  • การรับประทานโคเอนไซม์คิวเทนในปริมาณมากกว่า 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น จุกเสียดแน่นท้อง วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ท้องเสีย และนอนไม่หลับ 
  • โคเอนไซม์คิวเทนเป็นสารที่ละลายในไขมัน มีการดูดซึมที่ช้า จึงควรรับประทานโคเอนไซม์คิวเทนร่วมกับอาหารจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้รวดเร็วขึ้น  
  • โคเอนไซม์คิวเทนอาจทำปฏิกิริยากับยาบางชนิดและทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง เช่น ยาวาฟาริน (Warfarin) ผู้ที่กำลังรับประทานในกลุ่มนี้ รวมถึงยาชนิดอื่นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าโคเอนไซม์คิวเทนสามารถใช้ในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรได้อย่างปลอดภัย ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทาน 
  • การใช้โคเอนไซม์คิวเทนอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง จึงจำเป็นต้องศึกษาข้อควรระวังก่อนการบริโภค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ