
Apr 13, 2020 at 04:02 PM

Apr 13, 2020 at 04:02 PM

Apr 13, 2020 at 04:30 PM
สวัสดีครับ คุณ Phongsathon Thanawet
ในกรณีแรกที่ลูกอัณฑะบวมนั้นอาจเกิดได้จากอาการอักเสบหรือติดเชื้อภายในถุงอัณฑะ เช่น ท่อน้ำอสุจิอักเสบ อัณฑะอักเสบ หรือ มีถุงน้ำในอัณฑะอักเสบ หรือ เกิดการบิดของหลอดเลือดสู่อัณฑะครับ
แต่สำหรับกรณีอัณฑะเล็กลงนี้ พบได้น้อยกว่าครับ โดยทั่วไปอาจเกิดจาก ถุงขดหลอดเลือดดำ ฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือ อัณฑะหดหลังการบิดของหลอดเลือดสู่อัณฑะครับ
การที่อัณฑะหดลงบ่งบอกว่ามีการสูญเสียเนื้อเยื่อภายใน ซึ่งอาจทำให้ระดับตัวอสุจิลดลงได้ ดังนั้น ขอแนะนำว่าควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินปัสสาวะเพศชาย เพื่อตรวจให้แน่ชัดดีกว่าครับว่ามีโรคดังที่กล่าวมา และกำลังเบียดอัณฑะปกติหรือไม่ เพราะหากมีจริง ก็ควรรีบรักษา เพื่อไม่ให้อาการแย่ลงไปอีกครับ

Apr 13, 2020 at 04:30 PM
สวัสดีครับ คุณ Phongsathon Thanawet
ในกรณีแรกที่ลูกอัณฑะบวมนั้นอาจเกิดได้จากอาการอักเสบหรือติดเชื้อภายในถุงอัณฑะ เช่น ท่อน้ำอสุจิอักเสบ อัณฑะอักเสบ หรือ มีถุงน้ำในอัณฑะอักเสบ หรือ เกิดการบิดของหลอดเลือดสู่อัณฑะครับ
แต่สำหรับกรณีอัณฑะเล็กลงนี้ พบได้น้อยกว่าครับ โดยทั่วไปอาจเกิดจาก ถุงขดหลอดเลือดดำ ฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือ อัณฑะหดหลังการบิดของหลอดเลือดสู่อัณฑะครับ
การที่อัณฑะหดลงบ่งบอกว่ามีการสูญเสียเนื้อเยื่อภายใน ซึ่งอาจทำให้ระดับตัวอสุจิลดลงได้ ดังนั้น ขอแนะนำว่าควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินปัสสาวะเพศชาย เพื่อตรวจให้แน่ชัดดีกว่าครับว่ามีโรคดังที่กล่าวมา และกำลังเบียดอัณฑะปกติหรือไม่ เพราะหากมีจริง ก็ควรรีบรักษา เพื่อไม่ให้อาการแย่ลงไปอีกครับ