
Dec 02, 2021 at 10:48 AM

Dec 02, 2021 at 10:48 AM

Dec 02, 2021 at 11:46 AM
สวัสดีค่ะ คุณ sathida onraksa,
หากทานยาคุมฉุกเฉินไปในวันที่ 7 พ.ย. แล้วได้มีเลือดออกในวันที่ 11 พ.ย. ก็น่าจะเป็นเลือดที่เกิดจากผลข้างเคียงของยา ไม่ใช่ประจำเดือน เพราะประจำเดือนเพิ่งมาไปในวันที่ 1 พ.ย.
ส่วนการมีเพศสัมพันธ์อีกครั้งในวันที่ 19, 23 และ 27 พ.ย. หากไม่ได้ป้องกัน ก็ย่อมมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ทั้งนี้ การเริ่มทานยาคุมกำเนิดแผงแรกในวัรที่ 27 พ.ย. จะยังไม่สามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ เพราะโดยปกติ ต้องทานต่อเนื่องไปอย่างน้อย 7 วันก่อน ยาคุมจึงจะออกฤทธิ์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ค่ะ ดังนั้น หลังจากนี้ไปประมาณ 2 สัปดาห์ ก็ควรตรวจหาการตั้งครรภ์ดูเพื่อให้แน่นอนด้วยค่ะ
สำหรับอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแล้วเจ็บ ปวดหน่วงท้องน้อย ปวดหลัง อาจเกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ซึ่งสาเหตุของเชื้อ ได้แก่
- เชื้อแบคทีเรียชนิดต่างๆ มักเกิดตามหลังการกลั้นปัสสาวะหรือดื่มน้ำน้อย รวมถึงหลังการมีเพศสัมพันธ์
- เชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม เริม ซึ่งนอกจากอาการปัสสาวะที่ผิดปกติแล้ว จะมีตกขาวที่ผิดปกติ และอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย รวมถึงอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
ทั้งนี้ หากอาการเป็นตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. และยังไม่หายไป แนะนำควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาค่ะ ในเบื้องต้น ควรดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพื่อช่วยขับเชื้อโรคออกมา หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์ ไม่กลั้นปัสสาวะ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนชั่วคราว และหากฝ่ายชายมีอาการผิดปกติด้วย เช่น มีปัสสาวะขัด มีมูกหรือหนองไหลจากอวัยวะเพศ เจ็บอวัยวะเพศขณะมีเพศสัมพันธ์ ก็ควรไปรักษาพร้อมกันด้วยค่ะ