
Aug 15, 2018 at 08:16 PM

Aug 15, 2018 at 08:16 PM

Aug 16, 2018 at 03:32 AM
สวัสดีคะคุณKittipong Mangpramoon
ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะ ท่อทางเดินปัสสาวะ และท่อนำอสุจิจะเป็นท่อเดียวกันนะค่ะ ดังนั้นการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะหรือ การติดเชื้อทาเพศสัมพันธ์คนไข้อาจจะด้วยเรื่องของปัสสาวะออกมาเป็นหนองได้ค่ะ หรือ มีปัสสาวะแสบขัดได้ค่ะ
ก่อนอื่นต้องไปตรวจก่อนนะค่ะ ว่าหนองที่ออกมาเป็นการติดเชื้อจริงหรือไม่ค่ะ เพราะถ้ามีการค้างของปัสสาวะนานๆ ก็อาจจะทำให้มีเรื่องของปัสสาวะออกมาครั้งแรกขุ่นได้ค่ะ
แนะนำตรวจก่อนค่ะ
การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อย่างที่คุณน่าจะพอทราบว่าจะมีเรื่องเริม ไวรัสตับอักเสบ บี ซี เอส ไอ วี ดังนั้นควรจะมีการตรวจทั้งหมดด้วยค่ะ
หนองในมีหนองในแท้และเทียมค่ะ
ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคหนองในค่ะ
โรคหนองใน ที่เข้าใจกันมี สองแบบค่ะ
คือ
Gonorrhea
shyphilis
ซึ่งทั้งสองโรคเป็นโรคการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ค่ะ แต่ว่าเชื้อคนละตัวกันค่ะ
การรักษาก็จะมีความแตกต่างกันค่ะ
Gonorrhea: เป็นการติดเชื้อที่มีแบคทีเรียชื่อ
Neisseria gonorrhoeae bacteria ทำให้เกิดโรคค่ะ ซึ่งในเพศชายจะมาด้วยเรื่องของมีปัสสาวะเป็นหนองหรือมีหนองไหลออกมาจากท่อทางเดินปัสสาวะค่ะ
อาการเริ่มต้น
มีหนองไหลออกมาทางท่อทางเดินปัสสาะหรือช่องคลอด
มีอาการปวดคันเวลาปัสสาวะ
มีปัญหาเรื่องประจำเดือนมามากและปวด
มีอาการปวดที่ลูกอัณฑะ
มีอาการปวดเวลาอุจจาระ
คันรอบๆ ทวารหนัก
การรักษา
ceftriaxone or cefixime ด้วยการฉีด หรือ ใช้ยา azithromycin chlamydia infection ซึ่งมักจะเกิดร่วมกันนค่ะ
ปกติยากินแนะนำให้กินหลังอาหารหรือพร้อมอาหารค่ะ เนื่องจากอาจจะมีอาการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ค่ะ
Syphilis เป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ที่มีเชื้อ bacterium Treponema pallidum เป็นตัวก่อโรคค่ะ
อาการจะแบ่งออกมาเป็นสี่ระยะค่ะ
primary Syphilis
secondary Syphilis
latent Syphilis
tertiary Syphilis
เริ่มแรกจะมาด้วยเรื่องแผลที่อวัยวะเพศ ซึ่งจะไม่มีอาการปวด คนไข้อาจจะไม่รู้ว่ามีการติดเชื้อ แผลที่เกิดขึ้นมักจะเกิดหลังการติดเชื้อหนึ่งอาทิตย์ค่ะมีผื่นตามตัว
ต่อมาจะเข้าสู่ระยะที่สองถ้าไม่ได้รับการรักษาคือ จะมีการของต่อมน้ำเหลืองโต ร่วมกับไข้ ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาการอาจจะเป็นแค่สองสามสัปดาห์
ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะเข้าสู่ระยะที่ไม่มีอาการและถ้ายังไม่ได้รับการรักษาอีกจะเข้าสู่ระยะที่สี่ซึ่งจะเชื้อจะมีผลต่อระบบประสาทและสมอง ตา หัวใจและหลอดเลือด และตับได้ค่ะ ปัญหาอาจจะเกิดตามหลังมาได้เป็นปีถ้าไม่ได้รับการรักษาค่ะ
การตรวจสามารถพบได้ในเลือด หรือ น้ำไขสันหลังค่ะ
การรักษา
penicillin เป็นยาหลักที่ใช้ค่ะ ซึ่งจะต้องได้รับการฉีด อาจจะ หนึ่งครัั้ง หรือ ฉีดต่อกันสามครั้ง ครั้งละหนึ่งเข็มเป็นเวลาสามสัปดาห์
ถ้าไม่สามารถใช้ยาได้ อาจจะพิจารณายา doxycline 100 mg รับประทานหนึ่งเม็ดสองเวลาติดต่อกัน สองสัปดาห์
แนะนำตรวจเลือดซ้ำ สามเดือนหลังการรักษา
และนอกจากนี้อาจจะต้องตรวจเลือดตรวจเรื่องการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อย่างอื่น เช่น ไวรัสตับอักเสบ บี ซึ เอส ไอ วี
ร่วมด้วยค่ะ
แนะนำพบแพทย์ค่ะ