เท้าเหม็นแก้ไขได้ไม่ยาก

เรื่องของกลิ่นเท้าใครว่าไม่สำคัญ แม้อยู่ห่างไกลจากอวัยวะส่วนอื่นก็ส่งกลิ่นได้ไกลจนทำให้บรรยากาศและคนรอบข้างเสียอารมณ์กับกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปตาม ๆ กัน แถมยังทำให้บุคลิกภาพและความมั่นใจของเจ้าตัวลดลงไปด้วย

เท้าเหม็น

ทำไมเท้าถึงเหม็น

สาเหตุของเท้าเหม็นเกิดได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน แต่สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นเท้ามักจะมาจากแบคทีเรียและเหงื่อที่ออกบริเวณเท้าของเรานี่เอง บริเวณเท้าจะมีต่อมเหงื่อจำนวนมากที่ผลิตเหงื่อออกมาในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป เช่น อากาศ ยิ่งอากาศร้อนอบอ้าวหรือทำกิจกรรมมากก็จะทำให้เกิดการผลิตเหงื่อออกมาเพื่อเป็นการระบายความร้อนออกจากร่างกาย แบคทีเรียที่มีอยู่บริเวณเท้าก็จะย่อยสลายสารในเหงื่อจนทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นมา ซึ่งกลิ่นเหล่านี้จะติดอยู่กับเท้า รวมไปถึงรองเท้าและถุงเท้าด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ความชื้นที่เพิ่มขึ้นบริเวณเท้ายังอาจนำไปสู่การติดเชื้อต่าง ๆ บริเวณผิวหนังที่เท้าได้ เช่น โรคน้ำกัดเท้า (Athlete's Foot) หรือฮ่องกงฟุตที่เกิดจากการติดเชื้อรา ทำให้เกิดอาการคัน เท้าแตก ลอก และส่งกลิ่นจากความอับชื้น ซึ่งโรคนี้จำเป็นต้องได้รับยา ในบางรายกลิ่นเท้าอาจมีสาเหตุมาจากภาวะหลั่งเหงื่อมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) เมื่อรวมกับปัจจัยอื่นที่กระตุ้นให้เกิดการผลิตเหงื่อก็ยิ่งมีความอับชื้นจนเกิดการสะสมของแบคทีเรียได้มากขึ้นอีกเช่นกัน จะต่างจากภาวะเหงื่อออกมากจากโรค คือ ภาวะ Hyperhydrosis นี้จะไม่มีเหงื่อออกมากขณะนอนหลับ แต่ถ้ามีสาเหตุมาจากโรคความผิดปกติจะพบว่าเหงื่อออกตลอดเวลาแม้ยามหลับ

วิธีป้องกันและลดการเกิดเท้าเหม็น

การรักษาอาการเท้าเหม็นขึ้นกับสาเหตุ แต่ทั่วไปเบื้องต้นการรับมือกับปัญหาเรื่องกลิ่นเท้าที่กวนใจไม่ใช่เรื่องยาก พื้นฐานในการขจัดกลิ่นอยู่ที่ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญด้วยเคล็ดลับที่ทำได้ง่ายด้วยตัวเอง

การดูแลเท้า

  • รักษาความสะอาดของเท้าอยู่เสมอ ควรล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่และเช็ดเท้าให้แห้งเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยก่อนการสวมรองเท้า เพื่อช่วยป้องกันความเปียกชื้นเมื่อสวมรองเท้า และจะกลายเป็นแหล่งที่อยู่ของแบคทีเรียได้ง่าย สำหรับบางคนที่มีปัญหาเรื่องกลิ่นเท้ามาก อาจลองล้างเท้าในอ่าง ขัดทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อาจติดอยู่บริเวณเท้าก่อนจะเช็ดให้แห้งอีกครั้งแทนการใช้น้ำราดลงบนเท้าผ่าน ๆ
  • เลือกสวมใส่รองเท้าที่ไม่คับจนเกินไป แม้ว่าจะดูไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกลิ่นเท้ามากนัก แต่การสวมใส่รองเท้าที่มีขนาดเล็กกว่าขนาดเท้าเท้าจนเกินไปจะยิ่งทำให้เกิดเหงื่อออกได้มากกว่าปกติ
  • หลีกเลี่ยงการใช้รองเท้าร่วมกับผู้อื่น การใช้รองเท้ารวมกับผู้อื่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียที่เป็นตัวสร้างกลิ่นสามารถแพร่กระจายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้รวดเร็วมากขึ้น
  • ตัดเล็บเท้าให้สั้นและดูแลสุขภาพเท้า หมั่นทำความสะอาดตามซอกเล็บและตัดเล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอ รวมไปถึงใช้ที่ขัดเท้าช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออก เพราะผิวหนังชั้นนอกเหล่านี้อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและความอับชื้นได้
การดูแลถุงเท้า
  • เลือกถุงเท้าที่เหมาะสม รองเท้าบางประเภทจำเป็นต้องใส่คู่กับถุงเท้า เช่น ผ้าใบ รองเท้าวิ่ง รองเท้านักกีฬา การเลือกถุงเท้าให้เหมาะสมกับการใช้งานก็เป็นอีกตัวช่วยในการลดปัญหาของกลิ่นเท้าได้ ฉะนั้นถุงเท้าที่เหมาะสมควรเป็นถุงเท้าที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติอย่างผ้าฝ้าย ผ้าขนสัตว์ หรือบางคู่มีการถักทอแบบพิเศษสำหรับการซึบซับเหงื่อและระบายอากาศให้ไหลผ่านได้สะดวก รวมไปถึงถุงเท้าประเภทที่มีการชุบสารที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย
  • เปลี่ยนถุงเท้าคู่ใหม่เป็นประจำ การรักษาความสะอาดของถุงเท้าก็เป็นอีกเรื่องที่สามารถก่อให้เกิดกลิ่นขึ้นได้ เพราะการสวมใส่ถุงเท้าคู่เดิมหลายครั้งอาจก่อให้เกิดความอับชื้น จึงควรเปลี่ยนถุงเท้าคู่ใหม่ทุกวัน
การดูแลรองเท้า
  • ไม่ควรสวมรองเท้าคู่เดิมหลายวันติดต่อกัน การสวมรองเท้าคู่เดิมทุกวันจะเพิ่มโอกาสในการสะสมแบคทีเรียที่เพิ่มมากขึ้นจากความเปียกชื้น ยิ่งทำให้เกิดกลิ่นได้ง่ายมากขึ้นด้วย ทางที่ดีควรสลับเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่บ้างในบางวัน ปล่อยให้รองเท้าปราศจากความชื้นสัก 1-2 วันก่อนนำมาสวมใส่อีกครั้ง
  • ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อและระงับกลิ่น ปัญหากลิ่นเท้าและเหงื่อออกบริเวณเท้าในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อและระงับกลิ่นที่ผลิตออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ใช้งานง่ายและสะดวก เช่น สเปรย์ระระงับกลิ่นสำหรับใช้ฉีดลงไปในรองเท้าแล้วทิ้งไว้ให้แห้งก่อนนำมาสวมใส่ หรือการโรยแป้งฝุ่นเพื่อช่วยดูดซับเหงื่อและระงับกลิ่นเท้า
  • ทำความสะอาดรองเท้าเป็นครั้งคราว การทำความสะอาดรองเท้าและพื้นรองเท้าเป็นอีกวิธีที่ช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์เดิม ๆ ที่ติดอยู่กับรองเท้า โดยเฉพาะรองเท้าประเภทผ้าใบที่อาจใช้วิธีซักทำความสะอาด โดยก่อนการนำไปสวมใส่ควรมั่นใจว่ารองเท้าอยู่ในสภาพที่แห้งสนิท ปราศจากความชื้นใด ๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นการเพิ่มความอับชื้นจนทำให้เกิดกลิ่นขึ้นมาใหม่ได้แทน
  • ขจัดกลิ่นในรองเท้าด้วยเบกกิ้งโซดา เบกกิ้งโซดาเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง รวมไปถึงการดูดซับกลิ่นเหม็นในรองเท้า สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงเบกกิ้งโซดาและที่กรองกาแฟไม่ใช้แล้ว โดยตักเบกกิ้งโซดาใส่ลงไปในที่กรองกาแฟแล้วปิดปากถุงด้วยการรัดด้วยหนังยาง เทปใส หรือใช้แมกซ์เย็บ จากนั้นนำไปวางไว้ในรองเท้าข้างละ 1 ซอง ทิ้งไว้ข้ามคืน ก่อนนำมาสวมใส่อีกครั้ง  
กลิ่นเท้าเหม็นไม่หายควรทำอย่างไร

กลิ่นเท้าเป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถแก้ไขได้ ส่วนใหญ่การดูแลความสะอาดของเท้า รองเท้า และสุขอนามัยโดยรวมจะช่วยให้กลิ่นหายไปได้ แต่ในบางราย หากปัญหาเท้าเหม็นหรือกลิ่นเท้าค่อนข้างรุนแรงทำอย่างไรก็ไม่หาย จนก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์ เพราะอาจมาจากภาวะหลั่งเหงื่อมากที่นำสู่ความอับชื้นจนเกิดกลิ่นขึ้น หรือสภาวะบางอย่างที่เป็นสัญญาณของการเกิดโรคได้ เช่น โรคเบาหวานที่ทำให้ปลายประสาททำงานได้ไม่ดี โรควิตกกังวล ไทรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น