ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
วิตามินบี 1

วิตามินบี 1

อัปเดตล่าสุด 24 พ.ย. 2560

วิตามินบี 1 (Vitamin B1) หรือไทอะมีน เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของเนื้อเยื่อโดยช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน ใช้รักษาและป้องกันภาวะขาดวิตามินบี 1 ซึ่งพบได้มากในผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง โรคคลั่งผอมอะนอเร็กเซีย และโรคคลั่งผอมอะนอเร็กเซีย รวมถึงใช้รักษาอาการเหน็บชา และกลุ่มอาการทางสมองจากการขาดวิตามินบี 1 ด้วย

นอกจากจะอยู่ในรูปแบบของอาหารเสริม คนทั่วไปสามารถบริโภควิตามินบี 1 ได้จากอาหารบางชนิด เช่น เนื้อหมู ตับ ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา เมล็ดทานตะวัน มันฝรั่ง เป็นต้น

วิตามินบี 1

เกี่ยวกับวิตามินบี 1

กลุ่มยา วิตามิน
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อได้เอง
สรรพคุณ ป้องกันและรักษาภาวะขาดวิตามินบี 1
กลุ่มผู้ป่วย เด็กและผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยารับประทาน และยาฉีด


คำเตือนในการใช้วิตามินบี 1

  • ห้ามเริ่มหรือหยุดใช้วิตามินบี 1 โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และห้ามปรับปริมาณวิตามินบี 1 ด้วยตนเอง
  • หากกำลังรับประทานวิตามินบี 1 ควรแจ้งให้แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกรทราบ ก่อนรับการรักษาประเภทอื่น ๆ
  • ห้ามใช้วิตามินบี 1 ร่วมกับผู้อื่น
  • ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ หากรับประทานวิตามินบี 1 แล้วอาการที่รักษาไม่ดีขึ้น หรือมีอาการแย่ลง

บุคคลในกลุ่มต่อไปนี้ ควรปรึกษาและแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนใช้อาหารเสริมวิตามินบี 1

  • ผู้ที่แพ้วิตามินบี 1 รวมถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ที่อยู่ในตัวยา
  • ผู้ที่มีประวัติการแพ้ยาชนิดอื่น ๆ หรือแพ้อาหาร
  • ผู้ที่กำลังใช้ยารักษา วิตามิน หรือสมุนไพรชนิดอื่น ๆ
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังวางแผนตั้งครรภ์ ต้องปรึกษาแพทย์ถึงข้อดีและข้อเสียของวิตามินชนิดนี้ก่อน
  • ผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ต้องปรึกษาแพทย์ถึงผลกระทบของวิตามินบี 1 ที่อาจเกิดขึ้นกับทารกก่อนเสมอ

ปริมาณการใช้วิตามินบี 1

วิตามินบี 1 มีปริมาณการใช้ที่แตกต่างกันตามอาการและลักษณะของผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีตัวอย่างปริมาณและรายละเอียดการใช้ ดังนี้

รับประทานเป็นวิตามินเสริม

  • ผู้ใหญ่ รับประทาน 50-100 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง
  • เด็ก รับประทาน 0.5-1 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง
  • ทารก รับประทาน 0.3-0.5 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง

รักษาภาวะขาดวิตามินบี 1

  • ผู้ใหญ่ รับประทานวันละไม่เกิน 300 มิลลิกรัม
  • เด็ก ฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำปริมาณ 100 มิลลิกรัม โดยใช้ร่วมกับสารน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

รักษาและป้องกันภาวะขาดวิตามินบี 1 ชนิดไม่รุนแรง

  • ผู้ใหญ่ รับประทานวันละ 10-25 มิลลิกรัม

รักษากลุ่มอาการทางสมองจากการขาดวิตามินบี 1 (Wernicke-Korsakoff Syndrome)

  • ผู้ใหญ่ เริ่มต้นฉีดวิตามินบี 1 ปริมาณ 100 มิลลิกรัม ให้ยาเข้าสู่หลอดเลือดดำอย่างช้า ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 10 นาที จากนั้นปรับปริมาณวิตามินบี 1 เป็นวันละ 50-100 มิลลิกรัม โดยฉีดวิตามินบี 1 เข้าทางหลอดเลือดดำหรือทางกล้ามเนื้อ จนกว่าผู้ป่วยจะสามารถรับประทานวิตามินบี 1 ได้เอง

การใช้วิตามินบี 1

  • ควรอ่านฉลากบรรจุภัณฑ์และปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ควรรับประทานวิตามินบี 1 พร้อมมื้ออาหาร
  • เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากวิตามินบี 1 ไม่ควรลืมรับประทานตามเวลาที่แพทย์กำหนด หากลืมรับประทานและใกล้กับช่วงเวลาในการรับประทานวิตามินครั้งต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานตามเวลาและปริมาณปกติ ไม่ต้องเพิ่มปริมาณวิตามินเพื่อทดแทนครั้งที่ขาดไป
  • เก็บวิตามินไว้ที่อุณหภูมิห้อง ห่างจากความร้อน ความชื้น พ้นจากมือเด็ก และไม่ให้ยาสัมผัสแสงโดยตรง รวมถึงปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน และไม่รับประทานวิตามินที่หมดอายุ

ผลข้างเคียงจากการใช้วิตามินบี 1

การใช้วิตามินบี 1 อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป แต่ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์หากผลข้างเคียงเหล่านั้นรบกวนการใช้ชีวิต หรืออาการไม่ดีขึ้นแม้เวลาผ่านไป เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย กระสับกระส่าย รู้สึกร้อน เหงื่อออกมาก หรือรู้สึกอ่อนเพลีย

นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน หากพบว่ามีอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นแดง คัน บวม พุพอง ผิวลอก แน่นหน้าอก แน่นที่ลำคอ หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก มีปัญหาในการพูด เสียงแหบ หรือมีอาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ปาก ลิ้น และลำคอ

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม