รู้จักยาทาแผลสดประเภทต่าง ๆ และข้อควรรู้เพื่อการใช้ยาอย่างปลอดภัย

ยาทาแผลสดเป็นยาสำหรับดูแลแผลเปิดหรือแผลถลอกที่เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลจากการหกล้ม การโดนของมีคมบาด หรือการโดนไฟไหม้น้ำร้อนลวก หากเลือกใช้ยาถูกประเภท และใช้ยาตามวิธีการอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยดูแลแผลให้หายอย่างรวดเร็ว รวมถึงสามารถช่วยลดการติดเชื้อและการเกิดแผลเป็นด้วย 

ยาทาแผลสดมักมีส่วนประกอบของยาฆ่าเชื้อที่จะช่วยทำความสะอาดแผลและช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อโรคที่อยู่บริเวณปากแผล อีกทั้งยังมีส่วนประกอบของคอลลาเจน สารให้ความชุ่มชื้น หรือวิตามินต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกระบวนการแผลสมาน ส่งผลให้แผลหายได้อย่างรวดเร็ว

ยาทาแผลสด

รู้จักยาทาแผลสดชนิดต่าง ๆ

เมื่อมีแผลเกิดขึ้น ให้ล้างแผลโดยใช้น้ำสะอาดไหลผ่านแผลเพื่อช่วยชำระเศษดินหรือสิ่งสกปรกออกจากแผล ฟอกแผลด้วยสบู่สูตรอ่อนโยนที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองแผล เช่น สารต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือน้ำหอม จากนั้นล้างสบู่ออกด้วยน้ำและซับด้วยกระดาษทิชชู่สะอาดให้แห้ง 

เมื่อทำความสะอาดแผลเรียบร้อยสามารถใช้ยาทาแผลสดเพื่อช่วยดูแลแผลอีกทางหนึ่ง ยาทาแผลสดที่ควรรู้จักมีดังนี้

1. ยาทาแผลสดชนิดน้ำ

ยาทาแผลสดชนิดน้ำ เช่น โพวิโดนไอโอดีน (Povidone-Iodine) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) หรือเบนซาลโคเนียมคลอไรด์ (Benzalkonium Chloride) ซึ่งจะมีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อ จึงสามารถช่วยทำความสะอาดแผล ยับยั้งการก่อตัวของเชื้อโรคหรือเชื้อแบคทีเรียบริเวณโดยรอบแผล และช่วยป้องกันการเกิดแผลติดเชื้อได้

ยาทาแผลสดชนิดน้ำโดยปกติจะใช้ร่วมกับสำลีก้านหรือสำลีก้อนในการชุบยาและนำมาทาบริเวณแผล นอกจากนี้ ยาทาแผลสดบางชนิดอาจมีรูปแบบของสเปรย์ที่ช่วยให้สามารถฉีดพ่นตัวยาลงบนแผลได้ง่ายมากขึ้น

2. ยาทาแผลสดชนิดครีม

ยาทาแผลสดชนิดครีมส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของทั้งยาฆ่าเชื้อ เช่น ยาบาซิทราซิน (Bacitracin) ยาคลอเฮกซิดิน ไดไฮโดรคลอไรด์ (Chlorhexidine Dihydrochloride) เพื่อช่วยทำความสะอาดแผลและป้องกันการติดเชื้อ รวมถึงสารให้ความชุ่มชื้น เช่น โปรวิตามินบี 5 (Dexpanthenol) เพื่อช่วยบำรุงผิวและเสริมกระบวนการสมานแผล ช่วยให้แผลหายได้อย่างรวดเร็ว

3. ยาทาแผลสดชนิดไฮโดรเจล

ยาทาแผลสดชนิดไฮโดรเจลเป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ยาทาแผลสดไฮโดรเจลอาจเหมาะสำหรับการรักษาบาดแผลลึก โดยตัวยาจะสร้างชั้นเจลเคลือบผิวหนังเหนือบาดแผล ช่วยรักษาความสะอาดของบาดแผลและป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ อีกทั้งยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวหนัง จึงช่วยกระตุ้นให้เกิดกระบวนการสมานแผลด้วย

4. ปิโตรเลียมเจลลี่ (Petroleum Jelly) 

ปิโตรเลียมเจลลี่เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่สามารถนำมาใช้เป็นยาทาแผลสดได้เช่นกัน โดยปิโตรเลียมเจลลี่มีเนื้อเป็นครีมขี้ผึ้งจึงอาจช่วยปิดบาดแผลจากสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ อีกทั้ง ปิโตรเลียมเจลลี่ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังที่เกิดแผล ช่วยให้แผลไม่เกิดอาการแห้ง คัน และตกสะเก็ด ผิวหนังที่เกิดแผลจึงสามารถสมานได้ไวขึ้น

ข้อควรรู้เพื่อการใช้ยาทาแผลสดอย่างปลอดภัย

เพื่อการใช้ยาทาแผลสดอย่างปลอดภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • การใช้ยาทาแผลสดควรใช้ตามคำแนะนำบนฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา
  • ยาทาแผลสดเป็นยาสำหรับใช้ภายนอกเท่านั้น ห้ามรับประทาน และไม่ควรใช้กับผิวหนังที่มีความบอบบาง เช่น ดวงตา ยกเว้นการใช้ยาตามคำสั่งของแพทย์
  • ควรล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังการใช้ยาทาแผลสด
  • หากใช้ยาฆ่าเชื้อหรือยาทาแผลสดชนิดสเปรย์ ควรเขย่าขวดสเปรย์ก่อนการใช้งาน
  • ควรใช้ยาฆ่าเชื้อโพวิโดนไอโอดีนหรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทำความสะอาดแผลในช่วงแรกเท่านั้น หากใช้ในระยะยาวอาจยับยั้งกระบวนการสมานแผลได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาทาแผลสดกับบาดแผลที่มีขนาดใหญ่และมีความรุนแรง เช่น แผลไฟไหม้อย่างรุนแรง หรือแผลที่มีวัตถุแปลกปลอม เช่น เศษแก้ว หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • หลังจากใช้ยาทาแผลสดอาจปิดแผลด้วยพลาสเตอร์หรือผ้าปิดแผลในกรณีที่บาดแผลอาจถูกการเสียดสีจากเสื้อผ้า เพื่อป้องกันไม่ให้บาดแผลรุนแรงมากขึ้นหรือเกิดการติดเชื้อตามมา

ในขณะที่ใช้ยาทาแผลสดควรสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น หากมีอาการระคายเคืองผิวหนังอย่างรุนแรงหรือมีสัญญาณของการแพ้ยา ควรหยุดใช้ยาและไปพบแพทย์ นอกจากนี้ หากบาดแผลมีอาการรุนแรงมากขึ้นหรือมีสัญญาณของอาการติดเชื้อ เช่น แผลบวมแดง กดแล้วเจ็บ มีหนอง หรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์เช่นกัน