ฟันห่าง เกิดจากอะไร แก้ไขได้หรือไม่ ?

ปัญหาฟันห่างหรือมีช่องว่างระหว่างฟันนั้นเกิดขึ้นได้กับฟันทุกบริเวณ แต่จุดที่สังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนและสร้างความไม่มั่นใจให้ใครหลายคน คือ บริเวณฟันหน้า ซึ่งสาเหตุของฟันห่างมีทั้งปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ใครที่กำลังมีปัญหานี้อาจไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป เพราะปัจจุบันมีการรักษาทางการแพทย์มากมายที่ช่วยปิดช่องฟันห่างหรือลดช่องว่างระหว่างฟันได้อย่างเห็นผล

1457 ฟันห่าง Resized

ปัญหาจากฟันห่าง

ปัญหาของผู้ที่มีฟันห่างส่วนมาก คือ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจเมื่อต้องยิ้มหรือพูดคุย ส่วนปัญหาสุขภาพช่องปากนั้น หากมีฟันหน้าห่างมากในวัยเด็กอาจทำให้ฟันซี่ถัดไปไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ตามปกติ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการกัดและเคี้ยวอาหารตามมา

ฟันห่างเกิดจากอะไร ?

ฟันห่างเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติเกี่ยวกับช่องปากและฟัน โรคเหงือก รวมถึงนิสัยบางอย่างที่ทำจนเคยชิน ดังนี้

  • ความผิดปกติของเนื้อเยื่อที่ยึดเกาะใต้ลิ้นกับพื้นด้านล่างของช่องปาก หรือเนื้อเยื่อใต้ริมฝีปากบนกับเหงือก เนื้อเยื่อเหล่านี้มีลักษณะเป็นเส้นและมีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างช่องปากตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อนทารกในครรภ์มารดา บางคนมีเนื้อเยื่อนี้ยึดติดมากกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้มีฟันหน้าห่างออกจากกันได้
  • ขนาดฟันเล็กกว่าขากรรไกร หากมีฟันขนาดเล็กกว่าขากรรไกรหรือมีขากรรไกรที่ใหญ่เกินไป อาจส่งผลให้ฟันเรียงตัวห่างจากกันเพื่อเติมเต็มพื้นที่ขากรรไกร ซึ่งขนาดของฟันและขากรรไกรมีปัจจัยทางพันธุกรรมเป็นตัวกำหนด หากพ่อแม่ฟันห่างก็มีโอกาสที่บุตรหลานจะมีฟันห่างไปด้วย
  • เนื้อเยื่อขอบเหงือกเจริญเติบโตมากเกินไป หากมีเนื้อเยื่อขอบเหงือกบริเวณฟันหน้าส่วนบนมากเกินไป อาจไปดันหรือขวางฟันให้แยกออกจากกันจนเกิดช่องห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ภาวะลิ้นดันฟัน เกิดขึ้นในเด็กโตและผู้ใหญ่ที่มีการกลืนต่างจากคนทั่วไป โดยแทนที่ลิ้นจะแตะบริเวณเพดานปากขณะกลืน แต่ลิ้นกลับไปดันฟันหน้า ซึ่งการเกิดแรงกดต่อฟันหน้าอย่างมากเกินไปก็อาจทำให้ฟันห่างได้
  • โรคเหงือก การติดเชื้อจนเกิดโรคเหงือกเป็นสาเหตุของฟันห่างได้ เพราะส่งผลให้เกิดการอักเสบและสร้างความเสียหายต่อเหงือกและเนื้อเยื่อที่รองรับฟัน ทำให้ฟันโยกและเกิดช่องว่างระหว่างฟันตามมา ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้อาจสังเกตได้จากอาการเหงือกบวมแดง กระดูกฟันเสียหาย ฟันโยก และมีเลือดออกตามไรฟัน
  • ฟันหลุดหรือถอนฟัน การมีฟันไม่ครบหรือมีเหตุให้ต้องถอนฟันแม้แต่ 1 ซี่ ก็อาจนำมาซึ่งปัญหาฟันห่างได้
  • มีฟันเกินงอกขึ้นมา บางคนอาจมีฟันเกินอยู่บริเวณกระดูกขากรรไกรและกันไม่ให้ฟันซี่อื่น ๆ งอกขึ้นมาได้ จนส่งผลให้มีช่องว่างระหว่างฟัน ในขณะที่การถอนฟันที่เกินมาออกไปก็อาจทำให้เกิดช่องว่างได้เช่นกัน
  • ติดนิสัยดูดนิ้ว เด็กที่ชอบดูดนิ้วอาจมีฟันหน้าห่างเนื่องจากแรงดันจากการดูดนิ้ว

อย่างไรก็ตาม เด็กหลายคนอาจมีฟันหน้าห่างและมีเนื้อเยื่อยึดระหว่างลิ้นกับพื้นช่องปากมากเกินไปในระยะที่ฟันเริ่มงอกขึ้นมา แต่ช่องว่างดังกล่าวจะหายไปเพราะเนื้อเยื่อนี้จะค่อย ๆ สั้นลงเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนฟันหน้าที่ห่างในวัยผู้ใหญ่นั้น ก็อาจหายไปโดยธรรมชาติได้เช่นกันหากมีฟันกรามขึ้นมาดันให้ฟันเข้ามาติดชิดกันในภายหลัง

ฟันห่างรักษาได้อย่างไร ?

การมีฟันห่างอาจไม่จำเป็นต้องรักษาหากไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคเหงือกและความผิดปกติที่ร้ายแรง หรือไม่ส่งผลต่อสุขภาพช่องปากและการเคี้ยวอาหารมากนัก แต่ในกรณีที่เกิดความกังวลเกี่ยวกับความสวยงามของฟันจนทำให้ขาดความมั่นใจ สามารถปรึกษาทันตแพทย์เพื่ออุดหรือปิดช่องว่างดังกล่าวได้เช่นกัน โดยทันตแพทย์อาจแนะนำวิธี ดังนี้

  • การจัดฟัน มักใช้การจัดฟันแบบติดแบร็คเก็ตและลวดเพื่อดึงฟันให้ค่อย ๆ เรียงตัวชิดกันอย่างมีระเบียบ นอกจากนี้ การจัดฟันแบบใสหรือจัดฟันแบบถอดได้ก็อาจได้ผลเช่นเดียวกันในบางกรณี
  • การเคลือบฟันเทียมหรืออุดฟัน นอกจากการจัดฟันแล้ว การอุดช่องว่างด้วยกระบวนการทางทันตกรรมก็อาจช่วยได้ เช่น การเคลือบฟันเทียมหรือวีเนียร์ และการอุดหรือเชื่อมช่องว่างระหว่างฟัน เป็นต้น ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นการใช้วัสดุที่มีสีเหมือนกับฟันของคนไข้มาปิดช่องว่างหรือครอบฟันไว้ แต่หากช่องว่างนั้นเกิดจากการสูญเสียฟัน ทันตแพทย์อาจแนะนำให้แก้ไขด้วยการทำสะพานฟันแทน
  • การผ่าตัด กรณีที่มีเนื้อเยื่อขอบเหงือกลงมาแทรกระหว่างฟันมากเกินไปจนทำให้ฟันห่างจากกัน แพทย์อาจต้องผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อที่เกินมาออกไป เพื่อให้ฟันเรียงตัวชิดติดกันตามปกติ แต่หากมีฟันห่างมาก อาจต้องใช้วิธีการจัดฟันร่วมด้วย
  • การรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ หากตรวจพบว่าปัญหาฟันห่างเกิดจากโรคเหงือก ผู้ป่วยต้องรักษาการติดเชื้อและอักเสบจากโรคเหงือกก่อน จึงจะทำการอุดหรือปิดช่องว่างระหว่างฟันต่อไป โดยเน้นที่การกำจัดคราบจุลินทรีย์และหินปูนบริเวณบนและใต้เหงือกด้วย ส่วนโรคเหงือกที่รุนแรง อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อขจัดคราบหินปูนที่สะสมอยู่ลึกภายในเหงือก

ฟันห่าง ป้องกันได้หรือไม่ ?

แม้ปัญหาฟันห่างจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างพันธุกรรมหรือความผิดปกติเกี่ยวกับช่องปากแต่กำเนิดนั้นเป็นเรื่องยากที่จะป้องกัน แต่การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงบางอย่างก็อาจช่วยลดโอกาสในการเกิดฟันห่างได้ เช่น คอยดูแลไม่ให้เด็กติดนิสัยดูดนิ้ว พยายามปรับการกลืนให้ลิ้นแตะเพดานปากแทนที่จะไปดันฟัน หมั่นดูแลรักษาความสะอาดปากและฟันเพื่อป้องกันโรคเหงือกโดยใช้แปรงสีฟันหรือไหมขัดฟันเป็นประจำ รวมทั้งเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนเป็นประจำทุก 6 เดือน