ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
ปวดหัว (Headaches)

การรักษาอาการปวดหัว ปวดหัว (Headaches)

อัปเดตล่าสุด 13 พ.ย. 2566

อาการปวดหัวมีทั้งแบบที่รักษาได้หายขาดและไม่หายขาด โดยรักษาตามสาเหตุเป็นหลัก และดูปัจจัยอื่นของผู้ป่วยประกอบด้วย เช่น อายุของผู้ป่วย สุขภาพโดยรวมและประวัติทางการแพทย์ ระยะเวลาและความรุนแรงของอาการปวดหัว การตอบสนองต่อการรักษา หรือความต้องการของผู้ป่วย

ในกรณีที่อาการปวดเป็นการปวดหัวทั่วไป ไม่ร้ายแรง สามารถดูแลตนเองได้ที่บ้านด้วยการปฏิบัติตนตามคำแนะนำดังนี้

  • นอนหลับพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
  • ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน
  • พยายามไม่เครียดมากจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้ง่าย เช่น อาหารบางชนิด การอดนอน การอดอาหาร
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อป้องกันภาวะการขาดน้ำและเกลือแร่
  • ในรายที่มีอาการปวดหัวมากอาจใช้ยาแก้ปวดทั่วไปที่แนะนำโดยเภสัชกร โดยในช่วงแรกจะเป็นการรับประทานเพื่อช่วยระงับและบรรเทาอาการด้วยตัวยาที่มีฤทธิ์ต่อเส้นประสาทและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง แต่ในรายที่มีอาการเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะต้องรับประทานยาเป็นประจำ เพื่อป้องกันอาการปวดศีรษะที่เกิดอย่างต่อเนื่อง

หากการปฏิบัติตนในเบื้องต้นแล้วยังไม่ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นได้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามดุลพินิจว่าควรรักษาด้วยวิธีใดที่เหมาะสมกับผู้ป่วย โดยแบ่งตามประเภทของอาการปวดหัวตามสาเหตุเป็นหลัก ซึ่งอาการปวดหัวที่พบได้บ่อย ได้แก่

ปวดหัวไมเกรนหรือปวดไมเกรน

อาการปวดไมเกรนบรรเทาให้ดีขึ้นได้ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาด และรับประทานยาระงับปวด เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือยาแอสไพริน (Aspirin) 

แต่ในบางรายที่ตัวยาเหล่านี้ไม่ช่วยบรรเทาอาการได้ เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการปวดไมเกรนรุนแรงขึ้น แพทย์อาจจ่ายยาในกลุ่มอื่นทดแทนให้ ซึ่งต้องรับประทานในขณะที่เกิดอาการปวดหัวไมเกรน เช่น

  • ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non Steroidal Anti–Inflammatory Drugs: NSAIDs)
  • ยาทริปแทน (Triptans)
  • ยาเออร์กอต แอลคาลอยด์ (Ergot Alkaloids)

ทั้งนี้ ยาเหล่านี้ไม่ได้ช่วยลดอาการที่เกิดร่วมกับอาการปวดหัวไมเกรน แพทย์จึงอาจจ่ายยาเพื่อช่วยลดอาการเหล่านั้นในบางราย เช่น ยาต้านการอาเจียน 

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวไมเกรนบ่อย ๆ หรือเกิดอาการปวดหัวมากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันอาการปวดหัวที่อาจเกิดขึ้นจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน แต่ควรระมัดระวังการรับประทานยาในปริมาณมากและถี่เกินไปเพราะอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้

ปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัวหรือจากความเครียด

อาการปวดหัวประเภทนี้ ผู้ป่วยดูแลตนเองอยู่ที่บ้านได้หากอาการไม่รุนแรง โดยทั่วไปจะเป็นการนอนหลับพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ อาจนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณหลังคอ และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงความเครียดซึ่งเป็นสาเหตุหลัก

แต่ในรายที่มีอาการปวดรุนแรงเรื้อรังต้องเข้ารับการทำกายภาพบำบัดหรือการแพทย์ทางเลือกอื่น ๆ เช่น การฝึกไบโอฟีดแบ็ค (Biofeedback) สำหรับบำบัดกล้ามเนื้อในผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว เทคนิคในการลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ (Relaxation Training) การนั่งสมาธิ หรือการบัดบัดเพื่อลดความเครียดอื่นๆ

นอกจากนี้ การใช้ยารักษาอาการปวดหัวจะเป็นยาในกลุ่มระงับอาการปวด ยาต้านซึมเศร้า (Antidepressant Medications) ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาทริปแทน ยาบาร์บิทูเรต (Barbiturate) หรือยาเออร์กอต แอลคาลอยด์ ซึ่งเป็นยากลุ่มเดียวกับกลุ่มที่ใช้รักษาอาการปวดไมเกรนเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรสังเกตหาสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เพราะอาจมีบางโรคหรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการ เช่น ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติบริเวณกระดูกต้นคออาจได้รับการจ่ายยาต้านอักเสบ (Anti–Inflammatory Medication) หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรอาจต้องใส่เครื่องมือทางการแพทย์ช่วยลดการขบและกระทบของฟัน เพื่อช่วยบรรเทาความตึงของกล้ามเนื้อ

ปวดหัวคลัสเตอร์หรือปวดหัวเป็นชุด ๆ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีอาการปวดหัวคลัสเตอร์ควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ โดยรับประทานยากลุ่มทริปแทน (Triptan Drugs) ยาระงับอาการทางจิต (Antipsychotic Drugs) ยาแคลเซียม แชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium Channel Blocker) ยาต้านชัก (Anticonvulsant) เพื่อช่วยลดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง 

นอกจากนี้ อาจมีการบําบัดด้วยออกซิเจน (Oxygen Therapy) เป็นครั้งคราวควบคู่กับการรับประทานยาทริปแทน แต่ในกรณีที่อาการรุนแรงมากอาจต้องใช้เครื่องกระตุ้นเส้นประสาทต้นคอที่ส่งสัญญาณไปยังสมอง หรือเป็นการผ่าตัดเอาเส้นประสาทบริเวณใบหน้าบางส่วนออก เพื่อลดอาการปวด

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

ออกกำลังกายแล้วเจ็บหัว รู้สึกหัวใจเต้นตุ๊บๆ เกิดจากอะไร

โดย Chunn Pingg

เวลาออกกำลังกายหรือว่าวิ่งเร็วๆพอหยุดจะรู้สึกหัวใันเต้นตุ้บๆอะค่ะ เกิดจากอะไรคะ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตกขาว หมอให้ยาปรับฮอร์โมนมาทาน ทานแล้วสิวขึ้น อาเจียน ปวดหัว คลื่นไส้ ตัวร้อนจะท้องไหม

โดย Nun Narak

แต่อาเจียนไม่ออกค่ะ รู้สึกมีไข้นิดๆ ตัวร้อน เคยมีเพศสัมพันธ์กับแฟน แต่ป้องกันค่ะถึงไม่ขาด / รั่วค่ะ แล้วหมอรักษาน้องสาวตอนเป็นตกขาวให้กินยาปรับฮอร์โมน ก็กินค่ะ…

  • 2 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม