สวัสดีครับ ผมมีเรื่องที่ไม่สบายใจอยากจะมาปรึกษา ถ้ามีแพทย์หรือผู้รู้มาตอบก็รบกวนหน่อยนะครับ
ผมติดเชื้อเริมที่อวัยวะเพศมาช่วงมกรา 2565 หลังจากติดมาไปปรึกษาแพทย์ก็กินยาหายปกติ เว้นระยะไป 3 เดือนผมย้ายบ้านครับ ตั้งแต่มาอยู่ที่ใหม่เป็นเริมแทบจะทุกเดือนเลยครับ โดยที่ผ่านมาไม่มีเพศสัมพันธ์เลยเพราะกลัวจะไปติดคนอื่น ส่วนมากหลังจากกินยาแล้วหายได้ประมาณ 14-30วัน จะกลับมาเป็นใหม่ ที่หนักสุดคือรอยแผลเก่ายังไม่ทันหายดี ตุ่มใหม่ขึ้นมาอีก ท้อมากครับ ยาที่ได้มาก็จะเป็นยากินทุกๆ 4 ชม.วันละ 5 รอบ อย่างต่ำ 5 วันครับซื้อจากคลีนิคและบางครั้งก็ไปรับที่โรงพยาบาล
โดยจะมีอาการที่เป็นสัญญาณแจ้งให้ผมรู้ว่ากำลังจะเป็นคืออาการเสียวเส้นประสาท บริเวณใต้อัณฑะด้านซ้าย จนถึงบริเวณขาจะเสียวแปล๊บๆแบบไม่ได้เจ็บอะไรมาก หลังจากมีอาการนี้ภายใน 3 วันจะมีตุ่มขึ้นครับ ประมาณ 3 ตุ่ม หรือ 5 ตุ่มแล้วแต่รอบ แรกๆขึ้นบริเวณเดิมหลังๆเริ่มย้ายที่ไปขึ้นตรงโคนบ้าง ตรงข้างๆบ้าง ซักพักแผลจะแตกเป็นหนอง แล้วค่อยๆหายแต่แผลค่อนข้างจะหายช้ามาก แม้จะกินยาหมดแล้วแต่บางทีแผลยังไม่หายดีเลยครับ
ผมค่อนข้างดูแลตัวเองดีในระดับนึง ออกกำลังกาย(เล่นเวท) 5-6 วันต่ออาทิตย์ ไม่มีความเครียด กินวิตมินซี นอนพักผ่อนเพียงพอ(แต่ค่อนข้างนอนดึกครับ) และไม่มีเพศสัมพันธ์กับใครเลย แต่มีอย่างนึงผมคิดว่าเป็นสาเหตุรึเปล่า ก็คือผมไปซื้อยาเริมมากินเพราะมีสัญญาณว่าจะเป็นคือเสียวเส้นประสาท ผมกินได้ประมาณ 2 วันก็ได้มีโอกาสไปโรงพยาบาลรัฐที่นึง เลยปรึกษาเรื่องเริมกับหมอ แล้วหมอบอกว่าเริมจะเป็นได้ก็ต่อเมื่อมีตุ่มขึ้น ถ้าไม่มีตุ่มก็ไม่ต้องกินยา อาการที่เป็นอาจเกิดจากความเสียหายของเส้นประสาท ผมเลยหยุดกินยาไปเพราะเชื่อหมอ แต่หลังจากนั้นไม่นานตุ่มก็ขึ้นจริงๆ ไม่แน่ใจว่าการกินยาไม่ครบแล้วหยุดครั้งนั้นเป็นสาเหตุให้เชื้อมันดื้อยารึเปล่าครับ?
ทั้งนี้ทั้งนั้นผมตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แล้วปกติทุกอย่างครับ HIV ซิฟิลิส หนองใน ไม่เป็นอะไรครับ โดยรวมแล้วปีนี้ผมเป็นเริมประมาณ 7-8รอบแล้ว ควรจะทำยังไงดีครับ เพราะเป็นปัญหาชีวิตจริงๆครับตอนนี้ ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ

