สวัสดีค่ะ คุณ pemho,
เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซีนั้น จะติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในผู้ติดยาเสพติด หรือใช้ของมีคมร่วมกัน เช่น มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ การสักลายผิวหนัง การเจาะหู เป็นต้น รวมไปถึงการรับเลือด การปลูกถ่ายอวัยวะ (แต่ในปัจจุบัน แทบไม่พบแล้ว เนื่องจากมีการตรวจคัดกรองก่อน)
ดังนั้น อาจเป็นไปได้ว่า ได้รับเชื้อมาจากฝ่ายหญิงที่มีเพศสัมพันธ์ด้วย หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ โดยรับมาจากทางอื่นดังกล่าวไป ดังนั้น แนะนำควรพาฝ่ายหญิงไปตรวจหาการติดเชื้อด้วย เพราะหากคุณ pemho ติดเชื้อมาจากทางอื่น ฝ่ายหญิงก็จะมีโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีจากเราไปได้ค่ะ
ทั้งนี้ หากเราเคยติดเชื้อมาก่อน และฝ่ายหญิงก็มีเชื้อมาอยู่แล้ว แต่เป็นคนละสายพันธ์ุ ก็อาจทำให้เราติดเชื้อสายพันธ์ุอื่นเพิ่มได้ค่ะ ซึ่งการในตรวจเลือด ก็จะบอกได้ว่าเราติดสายพันธ์อะไรอบู่บ้างค่ะ
ทั้งนี้ โดยปกติ เมื่อได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมาแล้ว จะสามารถเริ่มตรวจพบเชื้อได้ที่ 1-2 สัปดาห์ โดยตรวจหา HCV RNA ซึ่งค่าเอนไซม์ของตับก็จะขึ้นสูงกว่าปกติในช่วงนี้ด้วย (แต่บางรายก็อาจไม่สูง) แต่หากเป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ หรือ Anti-HCV จะตรวจพบได้ช้ากว่า คือจะเริ่มตรวจพบได้ที่ 3 สัปดาห์ แต่ส่วนใหญ่จะตรวจพบได้ที่ 6 สัปดาห์หลังรับเชื้อ บางรายอาจนานถึง 12 สัปดาห์ได้ค่ะ
ส่วนการจะทราบว่าติดมานานเท่าไหร่แล้วนั้น อาจตอบได้คร่าวๆ หากได้ตรวจหาชนิดของแอนติบอดี และตรวจหาสารพันธุกรรมค่ะ
สำหรับการจะทราบว่ามีตับอักเสบเรื้อรังหรือไม่นั้น โดยปกติ เมื่อตรวจเลือดหาค่าการทำงานของตับ ก็จะสามารถบอกได้คร่าวๆ และหากผลผิดปกติ แพทย์ก็จะส่งตรวจเพิ่มเติมต่อไปเพื่อประเมินค่าการทำงานของตับให้ละเอียดขึ้น เช่น การตรวจชิ้นเนื้อตับ การวัดความยืดหยุ่นเนื้อตับ การทำอัลตราซาวด์ เป็นต้น
นอกจากการตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแล้ว ก็ควรตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี และ HIV ร่วมด้วย เพราะสาเหตุของการติดเชื้อจะคล้ายๆ กัน แต่โดยปกติ เมื่อตรวจพบไวรัสตับอักเสบซีแล้ว แพทย์ก็มักจะตรวจหาเชื้อชนิดอื่นๆ ร่วมด้วยอยู่แล้วค่ะ