
Jan 13, 2018 at 09:07 PM

Jan 13, 2018 at 09:07 PM

Jan 13, 2018 at 09:20 PM

Jan 13, 2018 at 09:35 PM
สวัสดีค่ะ คุณ Sangtian
การที่มีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง เช่น ไม่ได้ป้องกันโดยการรับประทานยาคุมกำเนิด หรือมีการหลั่งในร่วมด้วยถือว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่ค่อนข้างสูงค่ะ ส่วนการหลั่งนอก (Coitus interuptus) ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างมากค่ะ เนื่องจากการที่มีการสัมผัสกันโดยตรงระหว่าง 2 ฝ่าย ถึงแม้ว่าไม่ได้มีน้ำอสุจิโดยตรงไปยังช่องคลอดฝ่ายหญิง แต่สารคัดหลั่งจากฝ่ายชายบางส่วนก็สามารถปนเปื้อนตัวอสุจิได้เล็กน้อย ดังนั้นจึงถือว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ค่ะ
อีกประการหนึ่งคือ่วงของการตกไข่ของฝ่ายหญิงค่ะ ถ้าประจำเดือนมาตรงตามรอบ คือ ทุก 28-35 วัน สม่ำเสมอ ส่วนมากการตกไข่จะอยู่ช่วงกลางรอบเดือน คือ นับจากวันเเรกของรอบเดือนมา 9-18 วัน ถ้ามีเพศสัมพันธ์ช่วงนี้พอดี ถือว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ค่ะ
ดังนั้น ส่วนมากจึงเเนะนำการรับประทาน ยาคุมฉุกเฉิน (Emergency contraception) ยาคุมฉุกเฉิน เเต่ต้องรับประทานหลังจากมีเพศสัมพันธ์ภายใน 72 ชั่วโมง แต่ถ้าเกินกว่านั้นเเต่ยังไม่เกิน 120 ชั่วโมงอาจใส่ห่วงอนามัยชนิดทองเเดงได้ ทั้งนี้ถ้าผ่านมาเเล้ว 2 อาทิตย์ ส่วนมากมักไม่สามารถรับประทานยาคุมได้แล้วค่ะ
แนะนำว่า ให้สังเกตรอบเดือนค่ะ ถ้าประจำเดือน ขาด หรือประจำเดือนยังไม่มาตามกำหนด ควรตรวจปัสสาวะเพื่อดูการตั้งครรภ์ร่วมด้วยค่ะ แล้วถ้ายังตรวจไม่พบการตั้งครรภ์ แต่ประจำเดือนก็ยังไม่มา แนะนำว่าอาจตรวจซ้ำอีก 1 อาทิตย์ และถ้าไม่พบการตั้งครรภ์และประจำเดือนยังไม่มา แนะนำให้ไปพบแพทย์ได้ค่ะ เพื่อตรวจหาสาเหตุ เเละอาจให้ยาเพื่อปรับรอบเดือนค่ะ
ส่วนอาการหิวบ่อย ง่วงมากขึ้น เจ็บหน้าอก อาจเป็นได้ทั้งกลุ่มอาการก่อนประจำเดือนมา หรืออาการการตั้งครรภ์อ่อนได้เช่นกัน ซึ่งสามารถเเยกจากกันได้โดยการสังเกตว่าประจำเดือนมาหรือไม่ค่ะ ถ้าประจำเดือนมาคืออาการก่อนมีประจำเดือนค่ะ ทั้งนี้ การที่จะบอกว่าไม่น่ามีการตั้งครรภ์คือรอบเดือนที่มีลักษณะเหมือนเดิมทุกประการมาตามรอบเดือนที่ควรจะมาตามปกติค่ะ