สวัสดีค่ะ คุณ mirumo,
โรคลำไส้แปรปรวน หรือ IBS นั้น อาการคือจะปวดท้องลักษณะแบบปวดเกร็ง อาการปวดจะดีขึ้นหลังถ่ายอุจจาระ และมีความผิดปกติของการถ่ายอุจจาระร่วม ด้วยอาจเป็นท้องเสียหรือท้องผูกก็ได้ หรือเป็นท้องผูกสลับกับท้องเสีย ลักษณะอุจจาระจะเปลี่ยนไป อาจเป็นก้อนแข็ง หรือเหลวจนเป็นน้ำ อาจถ่ายอุจจาระลำบากขึ้น ต้องแบ่งมากหรืออาจรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระทันที กลั้นไม่อยู่อยากถ่ายอุจจาระบ่อย ๆ แม้เพิ่งจะไปถ่ายอุจจาระมา มีความรู้สึกเหมือนถ่าย ไม่สุด จะมีถ่ายเป็นมูกปนมากับอุจจาระมากขึ้น มีท้องอืด มีลมมากในท้อง เวลาถ่ายอุจจาระมักมีลม แต่โดยปกติ จะไม่ได้มีเลือดปนออกมา ไม่มีน้ำหนักลด อาการเหล่านี้จะเป็นๆ หายๆ นานเกิน 3 เดือน
ดังนั้น หากในวันนนี้ เห็นสีแดงๆ ปนมาในอุจจาระ ซึ่งหากเป็นเลือด ก็ไม่ได้เกิดจากการที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนอยู่เดิม แต่อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น
- อาหารเป็นพิษ แต่จะทำให้มีถ่ายเหลว และอาจมีมูกเลือดปนได้ นอกจากนี้ก็จะมีปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น
- เป็นริดสีดวงทวารชนิดภายใน อาการคือจะเป็นเลือดสีแดงสดหยดออกมาพร้อมกับอุจจาระหรือหลังถ่ายอุจจาระ บางรายเลือดอาจมีปริมาณมากได้ แต่จะไม่มีอาการเจ็บหรือปวดบริเวณรูทวาร
- แผลปริขอบทวารหนัก เกิดจากก้อนอุจจาระมีขนาดใหญ่ หรือแข็ง หรือออกแรงเบ่งมาก ก้อนอุจจาระอาจไปครูดกับเยื่อบุของทวารหนัก ทำให้เกิดเป็นแผลและมีเลือดออกได้ หรือเกิดจากการมีถ่ายอุจจาระเหลวบ่อยๆ ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักมากกว่าปกติจนเกิดฉีกขาด หรือจากการร่วมเพศทางทวารหนัก หรือการใส่นิ้วหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในทวารหนัก ซึ่งเลือดที่ออกจะมีปริมาณไม่มาก แต่จะมีอาการปวดหรือเจ็บรูทวารหนักร่วมด้วย
ทั้งนี้ หากมีอาการเจ็บบริเวณรูทวารร่วมด้วย ก็น่าจะเกิดจากแผลปริขอบทวารหนักมากกว่า ซึ่งก็จะหายไปได้เอง ไม่ได้อันตรายอะไร ในช่วงนี้ ก็ไม่ควรกลั้นอุจจาระอีก ไม่เบ่งถ่ายอุจจาระ ไม่นั่งถ่ายอุจจาระนาน ระวังอย่าให้มีท้องผูก โดยการดื่มน้ำเปล่ามากๆ เน้นทานผักและผลไม้สด เป็นต้น
หากยังคงมีถ่ายเป็นมูกปนเลือดออกมานานหลายวัน แนะนำควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาค่ะ