
Oct 31, 2017 at 10:52 PM

Oct 31, 2017 at 10:52 PM

Oct 31, 2017 at 11:51 PM
สวัสดีค่ะ คุณ Patty Boossarinporn
การที่จะสงสัย ภาวะการมีบุตรยาก (Infertile) โดยทั่วไป ต้องพิจารณาก่อนว่ามีเพศสัมพันธ์ที่สม่ำเสมอรึยังค่ะ คือ ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เเละต้องลองพยายามมีลูกมาประมาณ 1 ปี แต่ว่ายังไม่สำเร็จ ซึ่งถ้ามีลักษณะเช่นนี้ ในอายุน้อยกว่า 35 ปี ควรต้องมาหาสาเหตุค่ะ แต่ถ้าอายุมากกว่า 35 ปี ภายใน 6 เดือน โดยที่ไม่ได้พยายามคุมกำเนิดมาก่อน ควรรีบมาปรึกษาเเพทย์ค่ะ เพื่อตรวจหาสาเหตุ
ดังนั้น ถ้าอายุน้อยหรือ ยังมีเพศสัมพันธ์ ที่ยังไม่สม่ำเสมอ อาจลองสังเกตอาการก่อนได้ค่ะ แต่ว่าคุณ Patty Boossarinporn ได้ลองมาประมาณ 1 ปีแล้วจึงควรพบเเพทย์เพื่อหาสาเหตุค่ะ
ทั้งนี้ ถ้าจะพูดถึงสาเหตุการมีบุตรยากจริงๆ จะพิจารณา ใหญ่ 2 อย่าง คือ ฝ่ายชาย หรือ ฝ่ายหญิง
ซึ่งที่ง่ายที่สุด คือ สาเหตุจากฝ่ายชาย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย ควรมาตรวจหาสาเหตุพร้อมกันค่ะ อย่างไรก็ตาม ส่วนมาก และสามารถตรวจได้ง่าย คือน้ำเชื้อค่ะ ซึ่งปัญหาที่เกิดคือ มักมีตัวอสุจิต่ำเกิน ปริมาณน้อย หรือเคลื่อนที่ไม่ดี หรือรูปร่างผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดข้องกับการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า พันธุกรรม การติดเชื้อ หรือการได้รับอุบัติเหตุสมัยอดีตค่ะ
ส่วนฝ่ายหญิง จะพิจารณา 3 ประเด็นค่ะ
-การตกไข่ ถ้ามีรอบเดือนที่สม่ำเสมอ ไม่คลาดเคลื่อน ประจำเดือน เหมือนเดิมทุกเดือน แสดงว่าน่าจะมีไข่ตกในทุกเดือน ซึ่งอาจลองนับวันที่ตกไข่ จากช่วงกึ่งกลางของรอบเดือนค่ะ หรืออาจลองใช้ LH kit คือ ชุดการตรวจปัสสาวะเพื่อดูว่ามีการตกไข่ เพื่อกำหนดวันที่มีเพศสัมพันธ์ค่ะ ท่ีเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ค่ะ
-ท่อนำไข่ ถ้ามีประวัติเคยมีปีกมดลูกอักเสบ ติดเชื้ออุ้งเชิงกราน ปวดท้องน้อยเรื้องรัง ปวดประจำเดือน อาจมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ท่อนำไข่ตัน หรือว่าบิดเบี้ยวไป แต่ไม่ใช่ว่าจะเกิดทุกรายค่ะ ดังนั้น ถ้าไม่มีตำแหน่ง ที่ไข่จะไปเจอกับตัวอสุจิได้ที่ท่อนำไข่ โอกาสการตั้งครรภ์เลยลดลงไปด้วย
-มดลูก อาจมีเนื้องอก ที่กดเบียดโพรงมดลูก หรือมีมดลูกที่ผิดปกติไป หรือขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน หรือตัวมดลูกมีลักษณะที่ผิดปกติ
ดังนั้น แนะนำให้ไปปรึกษาเเพทย์ เพื่อตรวจร่างกาย อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุค่ะ อีกทั้งแนะนำว่าควรไปพบเเพทย์พร้อมฝ่ายชาย และงดการมีเพศสัมพันธ์ก่อนไป 3-5 วัน เพื่อให้สามารถตรวจน้ำเชื้อได้เลยค่ะ