สวัสดีค่ะ คุณ arsid,
การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงแรก ที่มีการสอดใส่อวัยวะเพศเข้าสู่ช่องคลอด หากยังไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิเกิดขึ้น โอกาสที่จะตั้งครรภ์ก็ไม่ค่ะ หลังจากนั้น หากได้ใส่ถุงยางอนามัยต่อ แล้วมีเพศสัมพันธ์จนเสร็จ มีการหลั่งน้ำอสุจิเกิดขึ้น โอกาสที่จะตั้งครรภ์ก็อาจมีได้ แต่ก็น้อยมาก เพราะถุงยางก็จะช่วยป้องกันไว้ได้ ดังนั้น จริงๆ แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทานยาคุมฉุกเฉินไปค่ะ แต่หากได้ทานไปแล้ว หลังจากนี้ไปประมาณ 1 สัปดาห์ ก็อาจมีเลือดออกจากช่องคลอดได้ หรืออาจไม่มีก็ได้ ส่วนประจำเดือน ก็อาจมาช้ากว่ากำหนดได้ค่ะ
หากจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ ก็ควรใช้วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าถุงยางอนามัย เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99% ไม่ควรทานยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ เพราะจะมีผลต่อการทำงานของรังไข่ ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ และประจำเดือนมาผิดปกติได้ อีกทั้งประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินก็ไม่ถือว่าดีมากนักเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ โดยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 58%-95% ค่ะ