
Oct 31, 2017 at 12:30 AM

Oct 31, 2017 at 12:30 AM

Oct 31, 2017 at 06:39 AM
สวัสดีค่ะ คุณ junnn,
สำหรับการมีเพศสัมพันธ์เมื่อเดือนที่แล้ว ที่เกิดถุงยางฉีกขาดและได้ทานยาคุมฉุกเฉินไป หลังจากนั้นประจำเดือนมาเป็นปกติ แสดงว่าไม่ได้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ในครั้งนี้ค่ะ
ส่วนการมีเพศสัมพันธ์หลังจากครั้งนั้น โดยการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งถือเป็นการคุมกำเนิดที่มีประวิทธิภาพไม่สูงนัก โดยมีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ 2%-18% ขึ้นกับวิธีการใช้ว่าใช้อย่างถูกต้องหรือไม่
อาการของการตั้งครรภ์นั้น อาการเริ่มแรกสุดที่อาจพบได้คือ อาการเลือดล้างหน้าเด็ก แต่จะพบได้แค่ 30% ของหญิงตั้งครรภ์ แล้วจึงตามด้วยอาการขาดประจำเดือน และจึงมีอาการแพ้ท้องตามมา เช่น คลื่นไส้ วิงเวียน เหม็นอาหาร ไวต่อกลิ่นต่างๆ อยากทานอาหารแปลกๆ เป็นต้น ซึ่งจะพบในช่วง 2 สัปดาห์หลังขาดประจำเดือนเป็นต้นไป และอาการอื่นๆ ของระยะเริ่มแรก ได้แก่ คัดตึงเต้านม เจ็บบริเวณหัวนม ลานหัวนมสีคล้ำ รู้สึกอ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย ท้องอืด อารมณ์เปลี่ยนแปลง เป็นต้น
ดังนั้นหากแฟนยังไม่มีอาการขาดประจำเดือน อาการต่างๆ คือ คลื่นไส้ ท้องอืด ชาแขนขา จึงไม่น่าใช่อาการของการตั้งครรภ์ค่ะ และไม่ใช่อาการจากผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉินด้วย เนื่องจากได้ยาทานยาไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ผลข้างเคียงต่างๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดศรีษะ เจ็บเต้านม จะเป็นแค่ในช่วง 1-2 วันที่ทานยาเท่านั้นค่ะ แต่หากกังวลว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ การตรวจหาการตั้งครรภ์จากปัสสาวะ ควรตรวจเมื่อประจำเดือนไม่มาเมื่อถึงกำหนดที่ควรมาค่ะ เพราะหากตรวจก่อนการขาดประจำเดือน อาจตรวจไม่พบได้ค่ะ
อาการคลื่นไส้ ท้องอืด ชาแขนขานั้น จึงน่าจะมีสาเหตุจากอื่นๆ ได้ค่ะ เช่น การทานอาหารบางชนิดที่ย่อยยาก และทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะเยอะ มีกระเพาะอาหารอักเสบ ท้องผูก ความเครียด เป็นต้น