
Nov 29, 2018 at 05:12 AM

Nov 29, 2018 at 05:12 AM

Nov 29, 2018 at 09:46 AM
สวัสดีค่ะ คุณ สิริกร อมรจารุชิต,
หากเพิ่งตรวจพบว่าเป็นวัณโรคปอด โอกาสในการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นย่อมมีได้มาก โดยเฉพาะช่วงในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการรักษา อย่างไรก็ตาม การอยู่ใกล้กับผู้ป่วยเพียงแค่วันละ 10 กว่านาที โอกาสในการที่จะรับเชื้อมาถือว่าน้อยมาก
เชื้อวัณโรคนั้น จะติดต่อจากการหายใจเอาละอองเสมหะของผู้ป่วยเข้าไป เมื่อเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะไม่มีอาการใดๆ และยังไม่สามารถตรวจพบ ต้องรอหลังจากนั้นประมาณ 4 อาทิตย์ ร่างกายจะเริ่มมีปฏิกริยากับเชื้อวัณโรค แต่โดยสส่วนใหญ่ ในร่างกายของคนที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง จะสามารถควบคุมเชื้อวัณโรคให้สงบนิ่งได้ คือควบคุมเชื้อให้อยู่ใน ระยะแฝง ซึ่งจะไม่มีอาการของโรค และไม่แพร่เชื้อ ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ที่มีเชื้อในระยะแฝง ประมาณ 10 % จะพัฒนาไปเป็นวัณโรคปอดภายใน 10 ป แต่ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือในเป็นเด็กเล็ก มักจะไม่ได้เข้าสู่ระยะแฝง แต่จะแสดงอาการออกมาภายในไม่นาน
ดังนั้น แม้คุณ สิริกร อมรจารุชิต จะรับเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกายก็ตาม หากมีสุขภาพที่แข็งแรง โอกาสที่จะกลายเป็นวัณโรคปอดและแสดงอาการออกมาถือว่ามีเพียงประมาณ 10% และอาการของโรคก็ไม่ได้เกิดภายในทันที อาจใช้เวลานานถึง 10 ปีจึงจะแสดงอาการก็ได้ นอกจากนี้ แม้จะรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ก็จะไม่แพร่เชื้อไปสู่ลูกค่ะ อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับจากโรงพยาบาล ควรล้างมือหรืออาบน้ำให้สะอาด และเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่จะไปสัมผัสกับตัวเด็ก เพื่อป้องกันละอองเสมหะที่อาจติดมากับเสื้อผ้าและตามผิวหนังค่ะ
ส่วนการใช้หน้ากากอนามัยนั้น หากเป็นแบบเยื่อกระดาษ ก็ควรเปลี่ยนทุกวันค่ะ และเมื่อถอดหน้ากากาอนามัยออกแล้ว ก็ควรทิ้งลงในถังขยะที่มิดชิด ล้างมือให้สะอาดหลังถอดออก ไม่ควรวางแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำ เพราะหากลูกไปสัมผัสกับหน้ากากอนามัย ก็อาจมีโอกาสติดเชื้อจากละอองเสมหะที่อาจติดมาได้ค่ะ

Nov 29, 2018 at 03:45 PM